อาหารไหว้เจ้าค้างนาน เสี่ยงเชื้อจุลินทรีย์

| |
อ่าน : 6,617

นักวิทยาศาสตร์อาหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผย พฤติกรรมกินอาหารไหว้เจ้าค้างนานเสี่ยงป่วยกะทันหันจากการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ 2 สายพันธุ์ แนะข้อควรปฏิบัติก่อนรับประทาน

อาหารไหว้เจ้าค้างนานเสี่ยงเชื้อจุลินทรีย์ thaihealth
แฟ้มภาพ

ดร.รชา เทพษร ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนคนไทยเชื้อสายจีน จะมีการจัดอาหารเพื่อไหว้เจ้า และไหว้บรรพบุรุษ จากนั้นจึงนำอาหารเหล่านั้นมาบริโภคต่อไป โดยส่วนใหญ่อาหารจะถูกตั้งไว้เป็นระยะเวลานาน ซึ่งเมื่อนำมารับประทานต่อทันที อาจมีความเสี่ยงแก่ผู้รับประทานได้ ด้วยสารพิษอันตรายจาก จุลินทรีย์ 2 สายพันธุ์หลักที่พบมากในอาหาร คือ  สายพันธุ์สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมทั่วไป โดยเฉพาะตามทางเดินหายใจ เส้นผม และผิวหนังของมนุษย์

และสายพันธุ์บาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus) พบได้ทั่วไปในฝุ่น ควัน และปะปนมากับอาหารแห้ง อาทิ ข้าว น้ำตาล วัตถุเจือปนอาหาร ธัญพืช เป็นต้น โดยจุลินทรีย์ดังกล่าวจะเติบโต และแพร่กระจายในอาหารได้อย่างรวดเร็ว เมื่ออาหารมีอุณหภูมิอยู่ในช่วงโซนอุณหภูมิอันตราย (Temperature Danger Zone - TDZ) ระหว่าง 5 - 60 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลานาน ที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไปในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้

ส่วนข้อควรปฏิบัติก่อนรับประทานอาหารไหว้ที่ปล่อยค้างไว้นาน ตลอดจนการเก็บรักษาอาหารไหว้ให้ปลอดภัยจากจุลินทรีย์ ควรปฏิบัติดังนี้ อาหารคาวประเภทแห้งและเนื้อสัตว์ อาทิ ข้าว เมนูผัด เมนูทอด หมู เป็ด ไก่ ควรนำไปอุ่นไมโครเวฟ กำลังไฟ 800 วัตต์  2-3 นาที ทั้งนี้ ระยะเวลาในการอุ่นขึ้นอยู่กับขนาดของอาหาร ให้สังเกตว่าหากมีไอน้ำลอยขึ้นจากอาหาร แสดงว่าอาหารผ่านความร้อนในระดับที่สามารถยับยั้งการเจริญ หรือฆ่าจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมาได้แล้ว

อาหารคาวประเภทน้ำ อาทิ แกงจืด ต้มหน่อไม้ ต้มผักกาดดอง ควรนำไปอุ่นบนเตาให้เดือด หรืออุ่นไมโครเวฟ กำลังไฟ 800 วัตต์  2 - 3 นาที ทั้งนี้ ระยะเวลาในการอุ่นขึ้นอยู่กับลักษณะและปริมาตรของอาหาร สำหรับอาหารหวาน อาทิ ขนมเข่ง ขนมเทียน สามารถรับประทานได้เลย เนื่องจากความหวานของขนมไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แต่ในกรณีที่ต้องการเก็บรักษาไว้รับประทานในภายหลัง ให้นำไปอุ่นให้ร้อนจนสังเกตเห็นไอน้ำลอยขึ้นจากอาหาร จากนั้นลดอุณหภูมิอาหารผ่าน “โซนอุณหภูมิอันตราย” ให้เร็วที่สุด แล้วเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส

นอกจาก จุลินทรีย์ยังอาจมีสารเคมีอันตรายปนเปื้อนอีก ได้แก่ ฟอร์มาลีน มักปนเปื้อนมากับ ผักสด และอาหารทะเล อาทิ ปลา ปลาหมึก หอย กุ้ง ปู  สารบอแรกซ์ ผสมอยู่ในลูกชิ้น หมูสับ ถั่วเคลือบน้ำตาล (ซกซา) และฟักเชื่อม (ตังกวยแฉะ) สารกันบูด มักใช้ในอาหารหมักดอง อาทิ ผักกาดดอง พริกดอง ผลไม้ดอง และสารฟอกขาว มักใช้ในอาหารวัตถุดิบ อาทิ ถั่วงอก ขิง เต้าหู้ หน่อไม้จีน เห็ดหูหนูขาว ดังนั้น ประชาชนควรเลือกซื้อ และเลือกรับประทานอาหารอย่างมีความรู้ ความเข้าใจ ป้องกันการป่วยไข้ และดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขรับทุกๆ เทศกาล

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควส 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม