เปิดผลสำรวจตารางชีวิตครูไทยใน 1 ปี

โดย
| |
อ่าน : 4,017

เปิดผลสำรวจตารางชีวิตครูไทยใน 1 ปี thaihealth

“คืนครูสู่ห้องเรียน” ได้เวลาคืนสู่ห้องเรียน 19 วันภายใน 1 ปี ลดภาระเอกสาร-ปรับเกณฑ์ประเมินโรงเรียน เชื่อปี 59 คืนเวลาได้ถึง 50%   

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารไอบีเอ็ม สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดงานแถลงข่าว“เปิดผลสำรวจตารางชีวิตครูไทยใน 1 ปี” โดยดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้ทรงคุณวุฒิ สสค. อดีตผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า ผลสำรวจกิจกรรมภายนอกชั้นเรียนที่เปิดผลสำรวจตารางชีวิตครูไทยใน 1 ปี thaihealthกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของครู ผ่านกลุ่มตัวอย่าง“ครูสอนดี”ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากทุกท้องถิ่นทุกสังกัดทั่วประเทศ โดยมีอายุเฉลี่ยและวิทยะฐานะสูงกว่าครูทั่วไป จำนวน 319 คน ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างเดิมจากการเก็บข้อมูลในปี 2557 เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการเปรียบเทียบสถานการณ์ “กิจกรรมภายนอกชั้นเรียนที่กระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของครู” เก็บข้อมูลด้วยวิธีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ระหว่างวันที่ 26 ธ.ค.2558 - 5 ม.ค.2559 พบว่า ในปี 2558 มีวันเปิดเรียน 200 วัน ครูต้องใช้เวลากับกิจกรรมนอกชั้นเรียนที่ไม่ใช่การสอน 65 วัน คิดเป็น 32.5% ซึ่งลดลงจากปี 2557 ที่ครูต้องใช้เวลาถึง 84 วัน เท่ากับว่าครูได้เวลาคืนสู่ห้องเรียนมากขึ้นถึง 19 วัน หรือคิดเป็นอัตราส่วนถึง 25 % เทียบกับปี 2557 

ดร.อมรวิชช์ กล่าวว่า ปัจจัยที่สามารถคืนเวลาให้ครูได้ถึง 25% เทียบกับปี 2558 เกิดจากการดำเนินนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่สำคัญหลายเรื่อง เช่น การลดจำนวนวิชาที่ใช้สอบประเมินผู้เรียน การขอความร่วมมือสพฐ.ในการลดกิจกรรมประกวดแข่งขันและการอบรมครูลง นอกจากนี้ยังมีนโยบายที่มีการดำเนินการไปแล้วแต่ยังรอให้เห็นผลกระทบต่อเนื่อง ได้แก่ การปรับระบบการประเมินวิทยฐานะของครูและผู้บริหารที่เน้นผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาผู้เรียนโดยไม่ผูกกับการเปิดผลสำรวจตารางชีวิตครูไทยใน 1 ปี thaihealthแข่งขัน การได้รางวัล หรือการทำเอกสารวิชาการเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าเมื่อมีการติดตามผลอีกครั้งในปี 2559 นี้ จะยิ่งเห็นผลชัดเจนขึ้น ซึ่งอาจคืนเวลาการสอนให้ครูเพิ่มขึ้นถึง 50% จึงเชื่อว่าทางกระทรวงจะผลักดันเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องตามข้อเสนอแนะจากเพื่อนครู ทั้งนี้เวลาที่ได้คืนมานี้ควรมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์เรื่องการเตรียมการสอนและการพัฒนาขีดความสามารถของครูผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น ระบบโค้ชชิ่ง เป็นต้น 

นายอาคม สมพามา ครูสอนดี จ.ราชบุรี กล่าวว่า ตนเห็นสอดคล้องกันว่าในปีที่ผ่านมากิจกรรมการประเมินโรงเรียนซึ่งไม่ลดลงจากปี 2557 เนื่องจากการประเมินดังกล่าวถือเป็นรางวัลระดับชาติที่ครูและผู้บริหารสถานศึกษาสามารถนำไปใช้ยื่นประกอบวิทยฐานะได้ ซึ่งยังสร้างภาระงานให้กับครู อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเมื่อกระทรวงคืนครูสู่ห้องเรียนและได้ปลดล็อคให้ก.ค.ศ.ยกเลิกการใช้การรับรองรางวัลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินวิทยฐานะแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมาโดยเปลี่ยนเป็นเน้นผลสัมฤทธิ์เปิดผลสำรวจตารางชีวิตครูไทยใน 1 ปี thaihealthการเรียนรู้ของผู้เรียนแทนก็เชื่อว่าจะยิ่งเกิดผลดีในปีการศึกษานี้   

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ คณะกรรมการ สสค.กล่าวว่า นโยบายคืนครูสู่ห้องเรียนที่มาจากการรับฟังเสียงสะท้อนจากครูผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง ทำให้แก้ปัญหาได้อย่างถูกจุดโดยสามารถคืนเวลาให้ครูกลับคืนสู่ห้องเรียนได้ถึง 19 วัน ทั้งนี้รัฐบาลอาจต้องจริงจังกับการยกเลิกการประเมินโดยวัฒนธรรมเอกสารมาเน้นที่ผลของผู้เรียน นอกจากนี้การที่ครูสะท้อนถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเพราะดึงครูออกไปแข่งขันและเกิดประโยชน์กับผู้เรียนเฉพาะกลุ่มนั้น หากเป็นการทำกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนนอกห้องเรียนซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ก็จะเกิดผลกับเด็กทุกกลุ่ม รวมถึงการฝึกอบรมที่ตรงกับความสนใจของครูและและนำไปใช้ได้จริง ซึ่งการแก้ปัญหาโดยรับฟังความเห็นจากผู้ปฏิบัติงานจริงเชื่อว่าในอีก 3-4 ปีข้างหน้าคะแนนคุณภาพและกระบวนการเรียนรู้ของเด็กไทยจะขยับขึ้น  

เปิดผลสำรวจตารางชีวิตครูไทยใน 1 ปี thaihealthดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สสค. กล่าวว่า จากผลสำรวจการใช้เวลาของครู ในกลุ่มประเทศ OECD 50 ประเทศพบว่า เวลาที่ใช้ในการสอนของครูในแต่ละประเทศมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 694 ชั่วโมงต่อปี หรือคิดเป็น 182 วัน โดยปัจจัยกำหนดเวลาที่ใช้ในการสอนที่สำคัญคือโครงสร้างหลักสูตรในแต่ละประเทศ ซึ่งพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วครูมีเวลาสอนจริงเฉลี่ย 50% ใกล้เคียงกับประเทศไทย โดยกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยตรง เท่ากับ 6.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์โดยเฉลี่ย คิดเป็น 34% ของเวลาสอนต่อสัปดาห์ของครู อย่างไรก็ตามข้อค้นพบที่น่าสนใจคือ การใช้เวลาของครูที่มีประสิทธิภาพการสอนที่ดี ครูจะใช้เวลาไปกับการเตรียมการสอนถึง 40% ของเวลาที่สอนจริง รวมถึงการใช้เวลาในการทำงานร่วมกับคณะครูในโรงเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และเวลาในการพัฒนาตนเองของครู ดังนั้นจึงควรสนับสนุนกิจกรรมนอกห้องเรียนที่ส่งผลต่อการสอนมากขึ้น และลดภาระงานที่เป็นกิจกรรมอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็กลง 

 

 

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • PERSONA HEALTH คัดข้อมูลสุขภาพที่ใช่ ให้ตรงกับตัวคุณ -
  • คู่มือ การจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (ฉบับปฏิบัติการ) -
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • คู่มือแยกกักตัวที่บ้าน เรื่องควรรู้ที่คุณหมอรวบรวมมาให้ -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 -
  • ชัวร์โควิดและวัคซีน -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาอังกฤษ -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาลาว -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาพม่า -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษากัมพูชา -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม