เตือนบริโภคตัวอ่อนผึ้ง-ต่อ ดิบ ระวังโรคท้องร่วง

โดย
| |
อ่าน : 6,017

ชาวบ้านกาฬสินธุ์ตระเวนออกหารังผึ้ง-รังต่อ เพื่อนำตัวอ่อนไปบริโภคและส่งขายสร้างรายได้ ระบุน้ำผึ้งและตัวอ่อนเดือน 5 มีคุณค่าทางอาหารสูง ด้านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เตือนบริโภครังและตัวอ่อนดิบๆ ระวังโรคท้องร่วง

ชาวบ้านโคกศรี ตำบลโคกศรี อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้รวมกลุ่มกันใช้เวลาว่างก่อนฤดูทำนาและช่วงปิดเทอมออกตะเวนหารังผึ้งป่าและรังต่อ ที่มักทำรังอยู่ตามต้นไม้ในบริเวณป่าชุมชนและหัวไร่ปลายนา นำเอารังและตัวอ่อนไปประกอบอาหารและส่งขาย โดยชาวบ้านระบุว่าน้ำผึ้งในช่วงนี้ หรือที่เรียกว่าน้ำผึ้งเดือน 5 จะให้คุณภาพทางโภชนาการสูงกว่าช่วงอื่นๆ ส่วนตัวอ่อนของผึ้งและต่อนั้น หากบริโภคดิบๆชาวบ้านบอกว่าเป็นแหล่งที่มีโปรตีนและวิตามินสูงเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านโคกศรี ตำบลโคกศรี อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้รวมกลุ่มกันใช้เวลาว่างก่อนฤดูทำนาและช่วงปิดเทอมออกตระเวนหารังผึ้งป่าและรังต่อ ที่มักทำรังอยู่ตามต้นไม้ในบริเวณป่าชุมชนและหัวไร่ปลายนาโดยส่วนใหญ่เป็นป่าแห้งแล้ง มีต้นไม้ไม่มากนัก

โดยการนำเก็บรังผึ้งและรังต่อนั้น ชาวบ้านจะใช้เปลือกมะพร้าวจุดไฟแล้วรมควันเพื่อให้ตัวของผึ้งและต่อบินหนีไป ก่อนที่จะนำเอารังและตัวอ่อนไปประกอบอาหารและส่งขายซึ่งชาวบ้านระบุว่าน้ำผึ้งในช่วงนี้ หรือที่เรียกว่าน้ำผึ้งเดือน 5 จะให้คุณภาพทางโภชนาการสูงกว่าช่วงอื่นๆ

ส่วนตัวอ่อนของผึ้งและต่อนั้น หากบริโภคดิบๆชาวบ้านบอกว่าเป็นแหล่งที่มีโปรตีนและวิตามินสูงเช่นกัน

นายสมปอง ภูพิภพ ชาวบ้านโคกศรี กล่าวว่า สาเหตุที่ไปเก็บรังผึ้งและน้ำผึ้งมาจำหน่าย เนื่องจากคุณภาพของน้ำผึ้งในช่วงนี้ เป็นน้ำผึ้งที่มีคุณภาพดีกว่าทุกช่วง คือ ระหว่างเดือนมีนามคม-เมษายน หรือเดือน4 เดือน 5 น้ำผึ้งจะมีคุณภาพดีมาก เหมาะแก่การนำไปรับประทานหรือนำไปเป็นส่วนประกอบของการทำยา หรือหากเหลือก็จะนำไปขายให้กับผู้ประกอบการทำน้ำผึ้งขาย

ส่วนรังต่อนั้นจะนิยมบริโภคตัวอ่อนแบบดิบๆ เพราะมีโปรตีนและวิตามินสูง แต่การเก็บรังต่อจะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากต่อมีพิษร้ายแรงกว่าผึ้ง ทั้งนี้แต่ละวันจะสามารถหารังผึ้งได้หลายสิบรัง ซึ่งมีตั้งแต่รังขนาดเท่ากำปั้นมือเด็ก ไปจนถึงรังขนาดใหญ่เท่า 2 ฝ่ามือ ส่วนราคาก็จะขายตั้งแต่ 50บาท ไปจนถึงหลักร้อยบาท สามารถขายมีรายได้เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 1,000-2,000 บาท      

ด้านนายแพทย์พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การเก็บรังผึ้งและรังต่อ แล้วนำไปบริโภคของชาวบ้านทางภาคอีสานนั้นมีมานานแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบว่ามีอันตราย แต่การบริโภค โดยเฉพาะตัวอ่อนผึ้ง และตัวอ่อนต่อ ควรทำให้สุกเสียก่อน เพื่อความปลอดภัย เพราะหากรังผึ้ง รังต่อมีเชื้อโรค และหากบริโภคเข้าไปก็เสี่ยงที่จะเป็นโรคท้องร่วงได้

อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ออกไปหารังผึ้ง และรังต่อ ควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีประสบการณ์ เพราะหากถูกต่อย โดยเฉพาะต่อจะเป็นอันตรายได้ ซึ่งหากถูกผึ้งและต่อต่อย อีกทั้งยังพบว่ามีอาการปวดท้อง และท้องร่วงควรรีบไปพบแพทย์ทันที

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์astvผู้จัดการ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม