จัดตั้งคลินิกโรคจากการทำงาน

| |
อ่าน : 6,861

 

ในวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวันแรงงานแห่งชาติ และให้ความสำคัญในการดูแลประชากรกลุ่มนี้ซึ่งมีประมาณ 45 ล้านคน นับเป็นวัยที่เป็นกำลังในการสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศและครอบครัว

ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายดูแลคนกลุ่มนี้ เพื่อป้องกันและลดปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคทั่วไป และโรคจากการประกอบอาชีพ เช่น อุบัติเหตุจากการทำงาน การได้รับสารเคมีในภาคเกษตร เป็นต้น

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคลินิกโรคจากการทำงานในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 81 แห่ง เพื่อรักษาโรคภัยที่เกิดจากการทำงาน ทั้งจาก 3 ระบบกองทุนสุขภาพ มีแพทย์เชี่ยวชาญพร้อมเครื่องมือแพทย์ในสาขานี้ดูแลเฉพาะ พร้อมทั้งจัดให้ระบบการดูแลมีความพิเศษแตกต่างจากผู้ป่วยทั่วไป เช่น ห้องชำระล้างสารเคมี เครื่องตรวจระดับการได้ยิน ยารักษาที่จำเพาะโรค การเย็บต่ออวัยวะที่ถูกเครื่องจักรตัดขาด เป็นต้น

ส่วนในพื้นที่ชนบทส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคเกษตรกรรม จะตั้งคลินิกสุขภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง เพื่อป้องกันโรคทั่วไป และตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากการได้รับสารเคมีที่ใช้ในการเกษตรกรรม เช่น ยาฆ่าแมลง เนื่องจากมีผลการตรวจเลือดเกษตรกรในรอบ 2 ปีมานี้ พบมีสารกำจัดศัตรูพืชในระดับที่เสี่ยงและไม่ปลอดภัย สูงถึงร้อยละ 32 ของเกษตรกรที่ได้รับการตรวจคัดกรอง จึงต้องเน้นการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพระยะยาว ที่น่าห่วงคือโรคมะเร็งจากสารเคมีบางตัว

ด้าน ดร.นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้กรมควบคุมโรคได้จัดทำคู่มือการจัดบริการคลินิกสุขภาพเกษตรกรในรพ.สต. เป็นคู่มือสำหรับการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการดูแลเกษตรกรที่มีอยู่ 15 ล้านคน รวมทั้งจัดทำคู่มือประเมินความเสี่ยงอาการผิดปกติของระบบโครงร่าง กระดูกและกล้ามเนื้อ เพื่อให้การดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง ใช้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมถึงรพ.สต. โดยได้รับความร่วมมือจากคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล และแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ของสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยาพบว่า โรคจากการประกอบอาชีพที่มีรายงานมาก 5 อันดับ ได้แก่ กลุ่มโรคกระดูกและกล้ามเนื้อพบ54% รองลงมากลุ่มพิษจากสัตว์ร้อยละ 25 กลุ่มโรคผิวหนัง 20% กลุ่มพิษจากพืช 4% กลุ่มโรคปอดและทางเดินหายใจ 3%และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มโรค

ดร.นายแพทย์พรเทพ กล่าวต่อว่า การทำงานในท่าทางไม่เหมาะสมซ้ำๆทุกวันเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดความเมื่อยล้าและอาการเจ็บปวดเฉพาะที่ เช่น การยืน การนั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ การยกของหนัก ฯลฯ อาจเกิดอาการเจ็บปวดถาวร และความเสื่อมของข้อต่อเอ็นได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันสาเหตุ ควรหากิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น ยืดเหยียดกล้ามเนื้อต้นคอ บ่า หลัง ไหล่ – สะบัก หลังส่วนบน สีข้าง ลำตัวและข้อเท้า ซึ่งทำได้ง่ายทุกเพศทุกวัย ใช้เวลาน้อย ซึ่งจะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า สร้างความพร้อมกล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหว ได้ดีขึ้น ป้องกันการบาดเจ็บ เพิ่มการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย และช่วยผ่อนคลายความเครียดด้วย

ทั้งนี้ สามารถขอคำแนะนำได้ที่ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม โทรศัพท์ 0-2 591- 8172 หรือทาง e-mail : media.envocc@gmail.com

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม