“ค่ายสารคดี” เปิดเวทีเยาวชนสู่งานสร้างสรรค์

| |
อ่าน : 4,302

ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ปิดฉากไปอย่างสวยงามกับกิจกรรมค่ายนักเขียนสารคดี ที่ทางนิตยสารสารคดีจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี โดยเน้นถึงความสำคัญของภารกิจ “สร้างคนบันทึกสังคม” (สสส.) และภาคีเครือข่าย ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีนักเขียนและช่างภาพรุ่นใหม่ ต่อการสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีคุณภาพของน้องๆ เยาวชนเพื่อวงการหนังสือไทย

“ค่ายสารคดี” เปิดเวทีเยาวชนสู่งานสร้างสรรค์ thaihealth

แฟ้มภาพ

โดยปีนี้เป็นการจัด “ค่ายสารคดีครั้งที่ 11: 11 ปีค่ายสร้างคนบันทึกสังคม” เพื่อสร้างทีมคนทำงานสารคดีรุ่นใหม่ 25 คู่ 1 นักเขียนควงคู่ 1 ช่างภาพ มาร่วมเรียนรู้วิธีผลิตงานเขียนและการถ่ายภาพสารคดี ซึ่งผู้สมัครทุกคนได้ผ่านการคัดกรองและอบรมจนสามารถเข้าใจมุมมองการถ่ายภาพสารคดี และได้เรียนรู้การเขียนงานสารคดีอย่างลึกซึ้ง โดยมีทีมงานกองบรรณาธิการและทีมช่างภาพจากนิตยสารสารคดีเป็นผู้ให้คำแนะนำและเป็นพี่เลี้ยงตลอดหลักสูตร ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้จัดพิธีปิดโครงการค่ายสารคดีครั้งที่ 11 ลงไปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมทั้งการมอบรางวัลงานสารคดีดีเด่น และภาพถ่ายสารคดีดีเด่น ตลอดจนรวบรวมผลงานที่ผ่านการคัดสรร ทั้งงานเขียนและภาพถ่ายสารคดี จัดพิมพ์เป็นพ็อกเกตบุ๊กและ e-Book เพื่อเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักทั่วไปในวงกว้าง

“ค่ายสารคดี” เปิดเวทีเยาวชนสู่งานสร้างสรรค์ thaihealthนายสุวัฒน์ อัศวไชยชาญ บรรณาธิการนิตยสารสารคดี กล่าวว่า ในวาระโอกาสที่นิตยสารสารคดีเดินอยู่บนถนนสายหนังสือมาเข้าปีที่ 30 เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีนักเขียนและช่างภาพรุ่นใหม่ ต่อการสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีคุณภาพเพื่อวงการหนังสือ จึงประสงค์จะเปิดอบรมผู้สนใจงานสารคดีทั้งการถ่ายภาพและการเขียนให้สามารถพัฒนาตนเองไปสู่เส้นทางสายนี้อย่างมีคุณภาพ

การจัดค่ายสารคดี ครั้งที่ 11: 11 ปีค่ายสร้างคนบันทึกสังคม จึงเกิดขึ้น เนื่องจากสังคมไทยยังขาดคนทำงานด้านสื่อที่จะถ่ายทอดความจริงในแง่มุมต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และสร้างความเข้าใจให้แก่สังคมในประเด็นต่างๆ เพื่อให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของการเคารพในความหลากหลาย โดยผู้เข้าร่วมโครงการมีทั้งสิ้น 50 คน แบ่งเป็นกลุ่มด้านงานเขียน 25 คน และด้านถ่ายภาพ 25 คน เพื่อร่วมเรียนรู้การทำงานสารคดี ระยะเวลากว่า 4 เดือน โดยแบ่งออกเป็น 8 ครั้ง ซึ่งนอกจากจะได้เรียนรู้ผ่านการบรรยายบนเวทีโดยครูผู้เชี่ยวชาญแล้ว ยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงความคิดเห็นและความสามารถผ่านการลงพื้นที่จริง เพื่อให้ได้เรียนรู้วิถีชุมชนหลากหลาย ที่ชุมชนสองฝั่งคลองบางกอกใหญ่ และชุมชนบ้านเขายี่สาร จ.สมุทรสงคราม อีกด้วย

โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมิได้จำกัดเฉพาะผู้ที่เรียนด้านการสื่อสารเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสนใจด้านงานเขียนและการถ่ายภาพได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ทำงานตั้งแต่ต้นจนถึงกระบวนการสุดท้าย ทั้งคิดหัวข้อ ลงพื้นที่ สัมภาษณ์ เขียน และถ่ายภาพ ซึ่งจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อจะนำไปพัฒนาให้ผลงานที่ออกมามีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยผลงานทั้งหมดจะถูกรวบรวมเป็นหนังสือชื่อว่า “CAPTION จังหวะความทรงจำ วิถีชีวิต ศาสนา ชาติพันธุ์ สองฟากคลองหลวง หลากหลายอย่างกลมกลืน” มอบให้กับชุมชน และเผยแพร่ทางเว็บไซต์สารคดี

“มีเยาวชนจำนวนมากที่สนใจงานด้านสารคดี ทั้งการเขียนและการถ่ายภาพ ที่ยังมีความกังวลว่าจะใช่ทิศทางและอนาคตตนเองหรือเปล่า ซึ่งหากพวกเขาได้สัมผัสการทำงานอย่างจริงจัง ได้ตอบคำถาม ลิ้มรสอุปสรรคของคนทำงาน เขาก็จะตอบได้ว่าใช่ทิศทางของตนเองหรือไม่ และเชื่อว่าหลังผ่านการเรียนการสอนจนจบโครงการ พวกเขาส่วนใหญ่จะสามารถพัฒนาความคิด มีทัศนคติที่ถูกต้องต่องานสารคดี จนสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างสมบูรณ์ และนำไปต่อยอดในงานด้านต่างๆ ได้” บรรณาธิการนิตยสารสารคดี กล่าว“ค่ายสารคดี” เปิดเวทีเยาวชนสู่งานสร้างสรรค์ thaihealth

ด้าน ทพ.กฤษดา เรืองอารีรัชย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การสร้างแรงบันดาลใจด้วยมุมมองที่หลากหลายในชุมชนทั้งจากการเรียนรู้จากชุมชน วิถีชีวิต ที่หลากหลายและสะท้อนมุมมองผ่านการเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนและภาพถ่ายความรู้เหล่านี้สามารถนำไปสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมในอนาคตได้ จึงเป็นเรื่องที่ดีในการปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจ และเปิดโอกาสให้พวกเขาเหล่านั้นได้สัมผัสกับประสบการณ์จริงเพื่อสามารถนำมาถ่ายทอดออกสู่สังคม เมื่อใดที่ผู้รับสารเกิดความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญ แล้วนำไปต่อยอด ย่อมเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศอย่างแน่นอน

สำหรับผลรางวัลงานสารคดีดีเด่นมีดังต่อไปนี้ รางวัลงานเขียนสารคดีดีเด่นอันดับ 1 ได้แก่ “มาผลิบานในบ้านเพื่อน : สำรวจโลกตะปุ่มตะป่ำของนักเรียนเมียนมาแห่งตลาดไท” โดยนลิน สินธุประมา, อันดับ 2 ได้แก่ “ความเชื่อระดับพิมพ์เขียว : ตี่จู้เอี๊ย” โดยชัชวาล สุวรรณสวัสดิ์, อันดับ 3 ได้แก่ “นักบิดไต่ฟ้า-คนกล้าท้าแรงโน้มถ่วง” โดยโทรนัด เทียนอุดม รางวัลชุดภาพสารคดีชมเชยอันดับ 1 ได้แก่ “ถนนกีบหมู : ละครชีวิตแรงงานอิสระ” โดยวรรณิดา อาทิตยพงศ์ และชมเชยอันดับ 2 ได้แก่ “ตั้งโต๊ะกัง” เสือทองคำ ผู้ยืนหยัดแห่งราชวงศ์ โดยเจนบุภา จันทร์ตรี

ผลรางวัลภาพถ่ายสารคดีดีเด่นมีดังต่อไปนี้ รางวัลชุดภาพสารคดีดีเด่นอันดับ 1 ได้แก่ “ไอซ์ : ผมมองไม่เห็นและ (กำลัง) จะเป็นครู” โดยศุภสิน พูนธนาทรัพย์, อันดับ 2 ได้แก่ “บ้านไร่ไออรุณ : มากกว่าบ้านคือชีวิต (ที่ออกแบบ) ของวิโรจน์ ฉิมมี โดยแพรวนภางค์ กัปตัน, อันดับ 3 ได้แก่ “ถนนกีบหมู : ละครชีวิตแรงงานอิสระ” โดยจุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต รางวัลภาพถ่ายสารคดีชมเชยอันดับ 1 ได้แก่ “มาผลิบานในบ้านเพื่อน : สำรวจโลกตะปุ่มตะป่ำของนักเรียนเมียนมาแห่งตลาดไท” โดยพานิตา ขุนฤทธิ์ และชมเชยอันดับ 2 ได้แก่ “ข้าวหลามหนองมน ตัวตนในกระบอกไม้ไผ่” โดยณัฐพร แสงอรุณ.

“ค่ายสารคดี” เปิดเวทีเยาวชนสู่งานสร้างสรรค์ thaihealthนลิน สินธุประมา อายุ 20 ปี นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของรางวัลงานเขียนสารคดีดีเด่น อันดับ 1 บอกถึงความรู้สึกหลังจากเข้าร่วมโครงการค่ายสารคดี ครั้งที่ 11 ว่า ประโยชน์ที่ได้รับมานั้นไม่ใช่ความรู้จากทฤษฎี แต่เป็นประสบการณ์ การลงพื้นที่ และการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ที่ตำราไม่สามารถให้ได้ อาจจะมีคนสอนเราถึงหลักการสัมภาษณ์ แต่เมื่อเราไปลงพื้นที่จริง หากไม่มีประสบการณ์ เราก็จะไม่รู้เลยว่าควรรับมือกับอุปสรรคนั้นอย่างไร ซึ่งการลงพื้นที่แต่ละครั้ง ปัญหาก็จะแตกต่างกันออกไป ทำให้เรารู้จักการแก้ปัญหาที่หลากหลาย นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญในงานเขียนของเรา เวลาถ่ายทอดเรื่องราวออกไปนั้นต้องพยายามยึดข้อมูลเป็นหลัก โดยไม่ใส่ความคิดเห็นของตนเองลงไป แต่ต้องเป็นข้อมูลรอบด้าน หลากหลายมุมมอง เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้อ่านได้ฉุกคิดกับงานเขียนที่เผยแพร่ออกไป

แพรว-แพรวนภางค์ กัปตัน อายุ 23 ปี นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเภสัชศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ผู้คว้ารางวัลชุดภาพสารคดีดีเด่น อันดับ 2 เล่าให้ฟังว่า ถึงแม้จะเรียนคณะเภสัชฯ แต่มีความสนใจด้านงานเขียนและการถ่ายภาพ เพราะคิดว่างานประจำก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ส่วนงานอดิเรกก็เป็นสิ่งที่จะเติมเต็มความฝัน ซึ่งวันข้างหน้าตนอาจจะเป็นเภสัชกรที่สามารถเขียนและถ่ายภาพสารคดีได้ โดยการถ่ายภาพจะถ่ายตามที่เรารู้สึก ใช้ใจสัมผัส เพื่อให้ได้ภาพที่สามารถสื่ออารมณ์ได้โดยไม่ต้องจัดฉาก และเราก็อยากเก็บความรู้สึกนั้นไว้ให้คนอื่นได้เห็นเช่นกัน นอกจากนี้ การทำสารคดียังสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้ เช่น การมองเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง จากปัจจุบันที่เราอาจมองบางเรื่องเป็นความจริงในความคิดของเรา แต่ยังมีอีกหลายมุมมองที่ยังไม่ถูกสะท้อนออกมาให้เห็น ซึ่งทำให้มีความรอบคอบมากขึ้น

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

ไปวัด  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth จดหมายข่าว ทำได้ทำดี เพื่อนซี้สร้างสุข ยิ้มได้เมื่อภัยมา แนะชุมชนสู้ภัยพิบัติ เรื่องเล่าจากลำน้ำเข็ก 8 ก. เอาอยู่ ดร.กิติชัย รัตนะ สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth ผู้สูงอายุ ตรวจสุขภาพ โรคคนแก่ คนชรา คนแก่  พ่อลูก  สารทจีน  บุญยืน ศิริธรรม  สารเซซามิน  การแสดงดนตรี  แพรวา  อโวคาโด้  สมาธิ  มองโลกในแง่ดี  โครงการสุขภาพดี แท็กซี่ไทย  ระบบส่งเลือด  ประดิษฐ์จิตสร้างสมาธิ  เดิน–วิ่งด้วยหัวใจอาสา เพื่อสังคมแห่งการแบ่งปัน  ลาพักร้อน  พื้นยุโรป  วารสารสารสองล้อ  แหล่งเพาะพันธุ์  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม