หลักสูตรป้องกัน "พยาธิใบไม้ตับ-มะเร็งท่อน้ำดี"

โดย
| |
อ่าน : 16,593

คนอีสานยังฮิตกินปลาดิบ ต้นตอพยาธิใบไม้ตับนำสู่มะเร็งท่อน้ำดี กรมควบคุมโรคจับมือ ศธ.นำร่อง 50 โรงเรียนใน 11 จังหวัด ใช้หลักสูตรป้องกันพยาธิใบไม้ตับ-มะเร็งท่อน้ำดี หวังปรับพฤติกรรมตั้งแต่เด็กอนุบาล ประถม มัธยม

หลักสูตรป้องกัน

นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เป็นปัญหาสำคัญของภาคอีสาน พบความชุกโรคพยาธิใบไม้ตับร้อยละ 22 มีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ยังไม่มีแสดงอาการประมาณ 26,500 คนต่อปี และมีรายงานการเสียชีวิตของผู้ป่วยเฉลี่ยวันละ 76 ราย นอกจากนี้ การสำรวจพฤติกรรมการบริโภคปลาดิบของประชาชนในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคอีสาน ปี 2557 พบว่า ร้อยละ 49.7 ยังบริโภคส้มตำใส่ปลาร้าดิบ ร้อยละ 43.6 บริโภคปลาจ่อมดิบ ร้อยละ 29.2 บริโภคลาบปลาดิบ ร้อยละ 28.2 บริโภคก้อยปลาดิบ โดยให้เหตุผลว่า อร่อย เคยชิน กินกันมานานแล้ว และบางส่วนมีความเชื่อว่า เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับแล้วไม่เป็นไร กินยาถ่ายพยาธิก็หายแล้วกินใหม่ได้อีก ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี

นพ.โสภณ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวต้องเร่งแก้ไข ซึ่งงานสมัชชาสุขภาพเมื่อ ธ.ค. 2557 ครม.มีมติให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันกำจัดปัญหานี้ คร.จึงได้พัฒนาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา ในหลักสูตรการป้องกันและแก้ไขโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี โดยความร่วมมือของเครือข่ายกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข และนำร่องใช้ในระดับอนุบาล ประถมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนต้น เริ่มในปี 2558 เพื่อเป็นการสนับสนุน ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะชีวิต สร้างสุขนิสัยให้กับเด็กและเยาวชน อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงค่านิยมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ลดปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดี เสริมสร้างสุขภาวะให้กับเด็กและเยาวชน

"การนำหลักสูตรไปใช้จะนำร่องใน 50 โรงเรียน กับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ เลย สกลนคร และนครพนม" อธิบดี คร. กล่าวและว่า สาเหตุสำคัญของโรคเกิดจากค่านิยมกินปลาน้ำจืดเกล็ดขาว ปลาพื้นบ้านในทุ่งนา เมื่อคนกินเข้าไปตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับเจริญเป็นตัวเต็มวัยในท่อน้ำดี อาการเริ่มแรกของผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับ คือ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด ตับโต อาหารไม่ย่อย จุกเสียดและรู้สึกแน่นท้องที่ใต้ ชายโครงขวา อาการมักเกิดขึ้นตอนบ่ายๆ นานประมาณ 1-3 ชั่วโมง มีอาการรู้สึกออกร้อน ที่ผิวหนังหน้าท้องด้านขวาหรือที่หลัง หากมีอาการเหล่านี้ขอให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาโดยเร็ว

 

 

ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม