ระวังไข้เลือดออก แอสไพรินกินเสี่ยงเสียชีวิต

โดย
| |
อ่าน : 10,521

หากมีไข้สูงในช่วงนี้และยังไม่ลดลงใน 2-3 วัน ห้ามกินยาแอสไพรินโดยเด็ดขาด เหตุยาจะไปต่อต้านการทำงานของเกล็ดเลือด เสี่ยงช็อกจนเสียชีวิตได้ แนะหากไม่แน่ใจว่าเป็นไข้เลือดออกหรือไม่ ควรกินพาราเซตามอลแทนหรือปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้ามาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มัสยิดมหานาค ซอยแม้นไทย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ พร้อมทั้งปล่อยชุดปฏิบัติการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงในชุมชน เนื่องจากชุมชนมัสยิดมหานาคเป็นชุมชนแออัด และปีที่ผ่านมาเขตป้อมปราบฯ ได้พบการระบาดของโรคไข้เลือดออกเป็นอันดับที่ 2 ของกรุงเทพมหานคร

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนพบยุงลายชุกชุม โดยเฉพาะภายในชุมชนแออัด นำมาซึ่งการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก โดยกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย ได้รายงานตัวเลขสถิติสถานการณ์ล่าสุดของการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า กทม.มีผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 4,374 รายแล้ว มีผู้เสียชีวิต 1 ราย อายุ 21 ปี ในพื้นที่เขตหนองจอก ขณะที่ตัวเลขโดยรวมทั้งประเทศมีผู้ป่วยทั้งสิ้น 43,609 ราย เสียชีวิต 50 ราย สูงกว่าปีที่ผ่านมาเกือบ 3 เท่าตัว ซึ่งได้มีการคาดการณ์กันไว้ว่าปีนี้อาจมีผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกทั่วประเทศราว 1.2-1.5 แสนราย ประกอบกับมีผลการศึกษาพบว่า ลูกน้ำยุงลายมีระยะเวลาในการฟักตัวจนกลายเป็นยุงลายโตเต็มวัยพร้อมแพร่เชื้อโรคไข้เลือดออกได้ ลดลงจาก 2 สัปดาห์ เหลือเพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ทำให้สถานการณ์ขณะนี้มีความเสี่ยงสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก จึงขอเตือนประชาชนทุกวัยระมัดระวังตัวอย่าให้ถูกยุงลายกัด รวมถึงช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดของลูกน้ำยุงลายทุกวิถีทางด้วย เพื่อลดจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อให้เป็นศูนย์ให้ได้

ด้าน พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กล่าวว่า สำนักอนามัยฝากเตือนถึงประชาชนที่มีอาการไข้ขึ้นสูงต่อเนื่องและไข้ยังไม่ลดภายใน 2-3 วัน และไม่แน่ใจว่าติดเชื้อไข้เลือดออกหรือไม่ ห้ามรับประทานยาแอสไพรินโดยเด็ดขาด เนื่องจากยาชนิดนี้เป็นยาที่จะไปทำปฏิกิริยา โดยจะไปต้านการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อไข้เลือดออกจะมีอาการเกล็ดเลือดที่ต่ำอยู่ก่อนแล้ว เมื่อรับประทานยาแอสไพรินเข้าไปอีกอาจทำให้เกิดอาการช็อกและนำมาซึ่งการเสียชีวิตอย่างฉับพลันได้ 

ดังนั้น ผู้ที่ป่วยและมีไข้สูงในช่วงนี้หากมีความจำเป็นจะต้องรับประทานยาเพื่อแก้ปวดลดไข้จริงๆ ก็ควรจะรับประทานยาพาราเซตามอลแทนจะดีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม หากพบว่าเริ่มมีอาการป่วยและมีไข้ขึ้นสูงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดจะดีกว่า

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม