ห่วงป่วย“ความดันโลหิตสูง”ไม่รู้ตัว

โดย
| |
อ่าน : 6,992

ห่วงป่วย“ความดันโลหิตสูง”ไม่รู้ตัว thaihealth

“อธิบดีกรมการแพทย์” เผยคนไทยป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าตนเองมีภาวะของโรคดังกล่าว แนะประชาชนเข้ารับการตรวจวัดความดันโลหิตของตนเอง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ทุกวันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก ได้กำหนดให้เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวในการป้องกันโรคดังกล่าว โดยองค์การอนามัยโลกเผยสถิติทั่วโลกมีผู้ที่มีความดันโลหิตสูงถึง 1,000 ล้านคน ทำให้ความดันโลหิตสูงเป็น 1 ในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนทั่วโลก สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยจากข้อมูลสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปีพ.ศ.2556 มีคนไทยเสียชีวิตจากความดันโลหิตสูง จํานวน 5,165 คน ซึ่งมีสถิติสูงกว่าเมื่อปี 2555 ที่มีจํานวน 3,684 คน

ดังนั้นหากประชาชนรู้จักวิธีการดูแลตนเองและหมั่นสำรวจความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของโรคดังกล่าวได้ ซึ่งความดันโลหิตสูงเกิดจากภาวะที่มีระดับความดันโลหิตสูงเรื้อรัง โดยค่าความดันปกติในปัจจุบันถือเอาค่าตัวบนไม่เกิน 140 มิลลิเมตรปรอท และค่าตัวล่างไม่เกิน 90 มิลลิเมตรปรอทและมีคนจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้ เนื่องจากไม่ปรากฏอาการในช่วงแรก เมื่อปล่อยนานไป โดยไม่รับการรักษาแรงดันในหลอดเลือดที่สูง จะไปทำลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะที่สำคัญหลายระบบในร่างกาย เป็นเหตุให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ และโรคไตตามมา

 จากความรุนแรงดังกล่าว สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก ได้กำหนดคำขวัญการรณรงค์ว่า“Know Your Numbers” และคำขวัญของกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย คือ ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่านหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนตื่นตัวเข้ารับการตรวจวัดความดันโลหิตของตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามสถานบริการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากการรู้ค่าความดันโลหิตจะทำให้รู้วิธีปฎิบัติตนในการป้องกันและควบคุมความดันโลหิตสูง

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงการเกิดความดันโลหิตสูง คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิตส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่ไม่ได้สัดส่วน การกินของหวาน มันและเค็มจัด รับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ภาวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์มาก สูบบุหรี่และมีภาวะเครียด รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้ ดังนั้นการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกัน ความดันโลหิตสูง คือ ลดการบริโภคอาหารที่ผ่านกระบวนการ อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น ขนมถุง ไส้กรอก แฮมเบอร์เกอร์ เป็นต้น

ขณะเดียวกันควรลดอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ที่หวานน้อย เช่น พืชตระกูลถั่ว กล้วย เป็นต้นลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และงดการสูบบุหรี่ ไม่เครียด ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับครอบครัว เช่น ทำอาหารรับประทานเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอตรวจสุขภาพ เป็นประจำทุกปีเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ในกรณีผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว ต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องและพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนวัดความดันโลหิตเป็นประจำพร้อมจดบันทึก จะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นคนปกติ

 

ที่มา : เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม