"ดินน้ำมัน"ต่อยอดการเรียนรู้ 3 ภาษาอาเซียน

โดย
| |
อ่าน : 12,363

บริเวณสะพานมิตรภาพ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นพื้นที่ การค้าชายแดนที่มีผู้คนหลากหลายสัญชาติติดต่อค้าขายระหว่างกัน ทำให้มีการเจรจาสื่อสารกันโดยใช้ทั้งภาษาพม่า ภาษากะเหรี่ยง ภาษาไทยใหญ่ และภาษามอญ

นอกจากนี้ ยังมีชาวพม่า และกะเหรี่ยงที่เข้ามาทำงานและมาอาศัยอยู่ในฝั่งไทย ใกล้ๆ กับชุมชนคนไทย และมีนักเรียนสัญชาติเมียนมาร์ เรียนอยู่ภายในโรงเรียน เช่นที่ "โรงเรียนบ้าน ท่าอาจ" โดยเด็กๆ และครอบครัวของผู้ใช้แรงงานชาวต่างชาติเหล่านี้  ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ที่สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งเรื่องความสะอาดของร่างกาย สิ่งแวดล้อม การรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ฯลฯ ซึ่งสร้างผลกระทบไปยังชุมชนคนไทยด้วย เพราะติดขัดในปัญหาด้านการสื่อสาร

คณะครู "โรงเรียน บ้านท่าอาจ"ได้มองเห็นปัญหาเหล่านี้  จึงพยายามหาแนวทางในการจัดการเรียนการสอน ในรูปแบบ  3 ภาษา คือ "ไทย พม่าอังกฤษ" โดยสร้างสรรค์สื่อการเรียนที่สนุกสนานให้กับเด็กๆ โดยใช้ดินน้ำมันเป็นเครื่องมือสื่อสารประกอบการสอน เพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้ โดยใช้รูปร่างที่ปั้นขึ้นมาเป็นสื่อกลางแทนการเรียนแบบท่องจำ เพื่อให้จดจำง่ายและยังได้จัดทำ "โครงการสนุกกับการเรียนรู้ดินน้ำมัน เพื่อพัฒนาภาษาอาเซียนและสุขภาวะที่ดี" ภายใต้โครงการ"ต่อยอดพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้เพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชน" โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริม สังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และสำนักงาน กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่เล็งเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ด้านภาษาที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนา สุขภาวะได้เป็นอย่างดี

นายสุเทพ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าอาจ กล่าวถึงที่มาของการจัดทำโครงการนี้ว่า เด็กนักเรียนที่นี่ร้อยละ 90 มีเชื้อชาติ พม่า กะเหรี่ยง และมอญ โดยมีคนไทยเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ทำให้การเรียนการสอนมีปัญหามาก ในการสื่อสาร ทางโรงเรียนจึงหาวิธีการแก้ปัญหาให้นักเรียนเข้าใจในแต่ละภาษาได้ง่ายขึ้นโดยการนำ "ดินน้ำมัน" มาใช้เป็นสื่อการสอน มาได้ 2 ปีแล้ว

"เมื่อได้รับการสนับสนุนจาก สสค. เราก็สามารถขยายผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น สามารถนำดินน้ำมันมาทำสื่อการเรียนการสอน ที่สามารถเก็บไว้ใช้ได้หลายครั้ง โดยไม่ต้องปั้นใหม่ ตลอดเวลา และยังสามารถขยายผลไปยังชุมชนได้ โดยเฉพาะชั้นประถมปีที่ 1 ถึง 3 ที่เรื่องของภาษามีความสำคัญมาก เพราะเด็กจะไม่สามารถสื่อสารได้เลย อย่างเช่น การสอนคำว่าปลา เด็กจะได้เรียนรู้ทั้งภาษาไทย พม่า ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง มอญ โดยเราใช้ดินน้ำมันเป็นสื่อที่ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน" ผอ.สุเทพระบุการดำเนินงานของโครงการนี้ไม่ได้ส่งผลดีเฉพาะเด็กเล็กเท่านั้น แต่ยังได้ขยายผลไปสู่นักเรียนทุกระดับชั้น โดยมีการฝึกทักษะครูจำนวน 30 คน ให้สามารถนำดินน้ำมันมาใช้เป็นสื่อการสอนให้กับเด็กตั้งแต่ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 ทั้งในโรงเรียนบ้านท่าอาจ และศูนย์การศึกษาตามแนวชายแดนจำนวน 4 ศูนย์ คือ แควเคอบอง, หนองบัวแดง, พยานดาว และอากาเป้รวมแล้วมากกว่า 900 คน

นายปณิธาน แย้มจันทร์ฉาย ครูผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า นอกจากเด็กๆ จะสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กันและกันในเรื่องของภาษาได้แล้ว เรายังมีชั่วโมงของสุขภาวะที่นักเรียน ทุกชั้นเรียน จะต้องเข้าเรียนสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงในรูปแบบ "พี่สอนน้อง" และ "เพื่อนสอนเพื่อน" โดยจะ มีรุ่นพี่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 6 สองคน รับหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ และเล่านิทาน คนหนึ่ง จะใช้ภาษาไทย และอีกคนจะใช้ภาษาพม่าในการเล่าเรื่อง ผลัดกัน เล่าคนละประโยค เพื่อให้น้องๆ ได้ทำความเข้าใจ โดยการใช้ฉากและตัวละครจากดินน้ำมันในการประกอบการเล่าเรื่อง

"อย่างนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่ารุ่นพี่นักเล่าเรื่องสองคนจะค่อยๆ แนะนำตัวละครในกระบะดินน้ำมันว่าสัตว์แต่ละตัวมีชื่อ ภาษาไทยและพม่าว่าอย่างไร  จากนั้นก็จะอธิบายถึงเรื่องราวของกระต่ายและเต่า เริ่มต้นจากการท้าทายและแข่งขันกัน เป็นภาษาไทยสลับกับภาษาพม่า จนในที่สุดกระต่ายจะชนะหรือแพ้นักเรียนในชั้นเรียนจะช่วยกันออกความเห็น  โดยใช้ความรู้เรื่องของสุขภาวะเข้ามาสอดแทรกว่ากระต่ายแพ้ เพราะอะไร เด็กๆ จะช่วยกันตอบว่าเพราะอ้วน เพราะกระต่าย รับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ"

ครูปณิธาน กล่าวถึงรูปแบบในการสอดแทรกความรู้ด้านสุขภาวะว่า โดยปัจจุบันมีนิทานและเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาวะมากกว่า 10 เรื่อง อาทิกระต่ายกับเต่า, แม่มดน้อยผู้ไม่รักษาความสะอาด, นิทานเกี่ยวกับการแปรงฟัน ฯลฯ และในอนาคตทางโรงเรียนมีเป้าหมายที่จะต่อยอดพัฒนาให้เป็น"ห้องสื่อดินน้ำมัน" โดยเฉพาะเมื่อคุณครูจะสอนในเรื่องอะไรก็สามารถมาหยิบไปใช้ได้เลย ไม่ต้องปั้นขึ้นใหม่ตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน และมีการประสานความร่วมมือกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าสายลวด มาให้ความรู้ในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพอีกด้วยด.ญ.อรพินท์ ติ๊ตะ  นักเรียนชั้น ป.5 เชื้อสายไทย-มอญ รับหน้าที่เป็นวิทยากรภาคภาษาไทยเล่าว่า "ต้องไปฝึกอ่านจนคล่องก่อนที่จะไปสอนน้องๆ หน้าห้อง  ตอนแรกก็ยากเพราะยังเล่าไม่ค่อยคล่อง แต่พอพูดบ่อยๆ  ก็เล่าได้ หนูยังได้รับความรู้จากคุณหมอที่มาสอน เรื่องของความสะอาด ความรู้ที่ได้รับจากครูและวิทยากรยังสามารถนำไปใช้กับครอบครัวและเพื่อนบ้านได้ด้วย"

ด.ญ.ดาดา จรัสเรืองรองกุล นักเรียนชั้น ป.4 เชื้อสายกะเหรี่ยง-ไทย เล่าว่าพูดได้สองภาษา คือทั้งไทยและกะเหรี่ยง  และตอนนี้ยังได้เรียนภาษาอังกฤษ และภาษาพม่าเพิ่มเติมด้วย จากเมื่อก่อนจะคุยกับเพื่อนชาวพม่าไม่รู้เรื่องเลย แต่ตอนนี้เราทุกคนสามารถสื่อสารกันได้

"ที่นำไปใช้กับชุมชนก็คือเรื่องของความสะอาดที่ได้ความรู้ มาจากโรงเรียนค่ะ คุณครูสอนเรื่องของการล้างช้อนให้สะอาดแทนการใช้มือ ก็นำไปบอกต่อกับเพื่อนในชุมชน"น้องดาดา กล่าวอย่างภูมิใจ

การสื่อสารในเรื่องของ"สุขภาวะ" จากเด็กๆ ไปสู่ผู้ปกครอง และชุมชนเริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้น เมื่อหลายครอบครัวเริ่มหันมาใช้"ช้อนกลาง" และ "ล้างมือให้สะอาด" หลังเกิดปัญหาอหิวาตกโรคระบาดในชุมชนชาวพม่าที่นิยมรับประทานอาหาร ด้วยมือ

"เวลาที่มีปัญหาในชุมชน เช่น การเกิดโรคระบาดต่างๆ ก็จะมาปรึกษากับโรงเรียน ให้ช่วยบอกเด็กๆ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้เขาได้สื่อสารกลับไปยังครับครัว"นายสะอาด ตาคำ อาสาสมัครชุมชน ระบุ

"เรื่องของสุขภาวะเป็นโครงการทำแล้วเกิดผลดีมาก  ปัญหาต่างๆ ทั้งในด้านความสะอาด และเรื่องของสุขอนามัยลดน้อยลงไปมาก เพราะชุมชนได้รับความรู้จากลูกหลาน และความรู้ ยังถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง" ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวสรุป

 

 

 ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม