วัยทำงานเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและบาดเจ็บ

โดย
| |
อ่าน : 9,047

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2546-2556 อัตราการป่วยและตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สำคัญ ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองใหญ่(อัมพฤกษ์อัมพาต) และโรคเบาหวาน  และจากรายงานภาระโรคและการบาดเจ็บในประชากรไทย พ.ศ. 2552 พบว่าในกลุ่มวัยทำงานอายุ 15- 59 ปี ในภาพรวมตายจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อในสัดส่วนที่สูงสุด

วัยทำงานเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและบาดเจ็บ thaihealth

นพ.โสภณ  เมฆธน  อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด "การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายการทำงานด้านโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บ"ว่า จากรายงานสถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2546-2556 อัตราการป่วยและตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สำคัญ ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองใหญ่(อัมพฤกษ์อัมพาต) และโรคเบาหวาน  และจากรายงานภาระโรคและการบาดเจ็บในประชากรไทย พ.ศ. 2552 พบว่าในกลุ่มวัยทำงานอายุ 15- 59 ปี ในภาพรวมตายจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อในสัดส่วนที่สูงสุด รองลงมา ได้แก่ กลุ่มการบาดเจ็บ และกลุ่มโรคติดเชื้อเมื่อแยกตามช่วงอายุพบว่ากลุ่มวัยทำงานตอนต้นอายุ 15-29 ปี เพศชายเสียชีวิตจากการบาดเจ็บมากที่สุด เพศหญิงเสียชีวิตจาก 3 กลุ่มสาเหตุในสัดส่วนเท่าๆกัน และเมื่ออายุสูงขึ้นทั้งสองเพศเสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อในสัดส่วนที่สูงขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้ ข้อมูลการเฝ้าระวังโรค จากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2546-2552 ของสานักระบาดวิทยา พบว่า   มีผู้ป่วยด้วยโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เฉลี่ย 4,378 รายต่อปีกลุ่มโรคที่มีการรายงานผู้ป่วยมากตามลำดับ ได้แก่ กลุ่มโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ ร้อยละ 45.0 กลุ่มพิษจากสัตว์ ร้อยละ 24.5 กลุ่มโรคผิวหนัง ร้อยละ 20.3 กลุ่มโรคปอดและทางเดินหายใจ ร้อยละ 2.7 และกลุ่มสารกำจัดแมลงศัตรูพืช ร้อยละ 1.6 โดยมีแนวโน้มการรายงานจำนวนผู้ป่วยของในแต่ละกลุ่มโรคเพิ่มขึ้น

นพ.โสภณ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการจัดบริการสุขภาพกลุ่มวัยทำงาน อายุ  15-59 ปี แบบบูรณาการ 2558 ตามมาตรการหลัก 3 ด้าน ดังนี้ 1.การสร้างเสริมสุขภาพ ลดพฤติกรรมเสี่ยงลดป่วย  2.การค้นหาผู้ป่วย ดูแลรักษา ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  และ 3.ระบบสุขภาพอำเภอ โดยร่วมกันจัดทำคู่มือการจัดบริการสุขภาพกลุ่มวัยทำงานแบบบูรณาการขับเคลื่อนแบบบูรณาการ โดยมีกรมควบคุมโรค กรมอนามัยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และกรมสุขภาพจิต สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรค 12 เขต และเขตสุขภาพ 12 เขต

ด้าน นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล  รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ โดยมีระบบการเฝ้าระวัง ติดตามและประเมินผล มาตรการที่สำคัญ ได้แก่ ลดพฤติกรรม/ปัจจัยเสี่ยงในประชากร พัฒนาคลินิกบริการและการจัดการโรค ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือประชากรวัยทำงานป่วยและตายลดลงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโรคจากการประกอบอาชีพ รวมถึงอุบัติเหตุทางถนน และมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ได้แก่ ลดพฤติกรรมเสี่ยง/ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ มีพฤติกรรมที่ปลอดภัยในการทำงาน ลดพฤติกรรมการขับขี่ไม่ปลอดภัยสู่ความเป็นมาตรฐานเทียบเท่าสากล จุดประสงค์ที่สำคัญของการจัดงานในครั้งนี้เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำคู่มือในการปฏิบัติงานไปใช้ในการปฏิบัติงานในพื้นที่ รวมถึงแนวทางในการดำเนินงานส่งเสริมป้องกันควบคุมโรคทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของกลุ่มวัยทำงานในพื้นที่รวมไปถึงการพัฒนางานในหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะก่อให้เกิด

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม