โรคตาแดง น่ารู้

| |
อ่าน : 36,921

โรคตาแดง  หมายถึงเยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อมักติดต่อกันได้ง่าย  เชื้อที่ทำให้เกิดโรคตาแดงที่พบได้บ่อยได้แก่  เชื้อไวรัส  เชื้อแบคทีเรีย

โรคตาแดง น่ารู้  thaihealth
เยื่อบุตาหมายถึงส่วนที่เป็นตาขาว  ลักษณะเป็นเยื่อบางๆ สีขาว  ห่อหุ้มลูกตาด้านนอก  เมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้นจะเห็นเป็นสีแดง  มากน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการอักเสบ

            โรคตาแดงจากเชื้อไวรัส
           เป็นโรคระบาดทางตาที่พบได้บ่อย  มักมีการระบาดเป็นช่วงๆ  เป็นประจำทุกปี  ส่วนใหญ่เป็นในช่วงฤดูฝนติดต่อกันได้ง่ายและรวดเร็ว  การติดต่อของโรคเกิดโดยตรงจากการสัมผัส  การใช้ของร่วมกัน  การไอจาม  แม้กระทั่งการหายใจรดกันก็อาจทำให้เชื้อแพร่กระจายได้  หลังจากได้รับเชื้อแล้วจะทำให้เกิดอาการภายใน 1-2 วัน  และเมื่อเกิดเป็นตาแดงขึ้น  จะมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นนานถึง 2 สัปดาห์
             อาการ
            ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการตาแดงอย่างเฉียบพลัน  เคืองตามาก  เคืองแสง  เจ็บตา  น้ำตาไหล  ตาบวม  มักไม่มีขี้ตาหรือมีขี้ตาเป็นเมือกใสๆ  เล็กน้อย  ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนตามมาจึงจะมีขี้ตามาก  บางคนมีต่อมน้ำเหลืองหน้าใบหูโตและเจ็บ  ผู้ที่เป็นตาแดงมักเป็นกับตาข้างหนึ่งก่อน  ต่อมาอีก 2-3 วัน  อาจลุกลามเป็นกับตาอีกข้างหนึ่งได้  ระยะเวลาของโรคนี้จะเป็นนานประมาณ 10-14 วัน
            ในบางรายเมื่ออาการตาแดงดีขึ้น  อาจเกิดมีโรคแทรกซ้อนตามมาได้  คือ  กระจกตาอักเสบ  (กระจกตา หมายถึง  ส่วนที่เป็นตาดำ  ลักษณะเป็นวงกลมอยู่ตรงกลางลูกตาด้านหน้า)  โดยผู้ป่วยสังเกตว่ามีอาการตามัวลง  และยังเคืองตาอยู่ทั้งๆ ที่อาการดีขึ้นแล้ว  มักเกิดในช่วงวันที่ 7-10 หลังเริ่มเป็นตาแดง  กระจกตาอักเสบนี้ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจเป็นนานเป็นเดือนกว่าจะหาย
              การรักษา
             เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส  จึงยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ  ยาต้านไวรัสต่างๆ  ที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ผลกับเชื้อไวรัสชนิดนี้  ส่วนใหญ่จึงให้การรักษาตามอาการ  เช่น
             • ให้ยาปฏิชีวนะหยอดตาและป้ายตา  เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งมักจะเกิดตามมา  หยอดยาเฉพาะตาข้างที่เป็น  ไม่ควรหยอดตาข้างที่ยังไม่เป็น  เพราะจะเป็นการแพร่เชื้อไปยังตาข้างนั้นและไม่ควรใช้ยาหยอดตาร่วมกับผู้อื่น
            • ถ้าตาอักเสบมาก  แพทย์อาจพิจารณาให้ยาหยอดลดอาการอักเสบ
            • รับประทานยาแก้ปวด  เช่น  ยาพาราเซตามอลถ้ามีอาการเจ็บตา  เคืองตา
            • ถ้ามีขี้ตา  ให้ใช้สำลีชุบน้ำสะอาด  เช่น  น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว  เช็ดบริเวณเปลือกตาให้สะอาด  ใส่แว่นกันแดด  เพื่อลดอาการเคืองแสง  ไม่ควรใช้ผ้าปิดตาเพราะจะยิ่งทำให้การติดเชื้อเป็นมากขึ้น  งดใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าจะหายอักเสบ  พักผ่อนให้เต็มที่และพักการใช้สายตา

            การป้องกัน
           การป้องกันการติดโรคตาแดงจากเชื้อไวรัส  เป็นสิ่งที่สำคัญเนื่องจากติดต่อกันได้ง่ายมาก  และเมื่อเป็นแล้วก็ยังไม่มียาที่รักษาได้โดยตรง  มักติดต่อในกลุ่มคนที่อยู่ร่วมกัน  ทำงานร่วมกัน  การป้องกันไม่ให้มีการระบาดแพร่กระจายโรคสามารถทำได้โดย
            • การแยกผู้ป่วย  เช่นเด็กเล็กที่ยังไม่รู้จักป้องกันการแพร่กระจายโรค  ควรให้หยุดเรียน  และผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก  ควรหยุดงาน
            • ผู้ที่เป็นไม่ควรจับต้องบริเวณดวงตา  หรือขยี้ตาเพราะเชื้อโรคอาจติดไปยังสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ได้และไม่ใช้สิ่งของ  เช่น  ผ้าเช็ดหน้า  ผ้าเช็ดมือ  เสื้อผ้าปะปนกับผู้อื่น  ไม่พูดไอจามรดผู้อื่น
            • ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาด


             โรคตาแดงจากเชื้อแบคทีเรีย
            โรคตาแดงที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย  ทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุตาเช่นเดียวกับเชื้อไวรัส  ผู้ที่เป็นจะมีอาการตาแดง  เคืองตา  เจ็บตา  มีขี้ตามากลักษณะข้นๆ แบบหนอง  ตื่นนอนตอนเช้ามักมีขี้ตามากจนทำให้เปลือกตาติดกัน  อาการมักไม่เฉียบพลันและรวดเร็วเท่าโรคตาแดงจากเชื้อไวรัส  โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อจึงติดต่อไปยังผู้อื่นได้และพบว่าเป็นได้เรื่อยๆ  โดยไม่ต้องมีการระบาดเป็นช่วงๆ


             ตาแดงจากเชื้อแบคทีเรีย

             โรคนี้สามารถรักษาได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะหยอดตาและป้ายตาในช่วงแรก  ถ้าเป็นมากแพทย์มักสั่งให้หยอดยาบ่อยๆ  เช่นทุก 1-2 ชั่วโมง  ถ้าอาการดีขึ้นแล้วให้หยอดยาห่างขึ้นเป็นหยอดทุก 4-6 ชั่วโมง  ส่วนยาขี้ผึ้งป้ายตามักให้ป้ายก่อนนอนเพื่อให้ได้รับยาต่อเนื่องไปตลอดทั้งคืน  ยาขี้ผึ้งป้ายตาถ้าใช้ในเวลากลางวันจะรบกวนการมองเห็น  จึงไม่ค่อยสะดวกในการใช้  ยกเว้นในเด็กเล็ก  หลังการใช้ยาอาการมักดีขึ้นภายใน 2-3 วัน  และหายภายใน 1 สัปดาห์  การดูแลรักษาอื่นๆ  และการป้องกันให้ปฏิบัติในทำนองเดียวกับโรคตาแดงจากเชื้อไวรัส
              อาการตาแดง 

              นอกจากจะเกิดจากโรคตาแดงดังได้กล่าวมาแล้ว  ยังสามารถพบอาการนี้ในโรคตาอื่นๆ  อีกหลายโรค  โดยมีลักษณะของเยื่อบุตาเป็นสีแดงๆ คล้ายคลึงกัน  บางโรคเป็นโรคที่มีอันตรายอาจทำให้เกิดการสูญเสียสายตาได้  เช่น  ต้อหิน  กระจกตาติดเชื้อ  ม่านตาอักเสบดังนั้นเมื่อเกิดมีอาการตาแดงขึ้น  ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์  ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง

 

 

             ที่มา : เว็บไซต์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

            ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม