ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังต้นเหตุมะเร็งตับ

โดย
| |
อ่าน : 10,865

ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังต้นเหตุมะเร็งตับ thaihealth

          ไวรัสตับอักเสบถือว่าเป็นภัยร้ายใกล้ตัวคนไทย ที่สามารถพัฒนาการไปสู่อาการตับอักเสบ ตับแข็ง สุดท้ายแล้วกลายเป็นโรคมะเร็งเซลล์ตับในที่สุด   แต่ก็ใช่ว่าโรคนี้จะไม่มีทางรักษาได้ หากเราหมั่นตรวจเช็คสุขภาพก็ย่อมเป็นการป้องกันให้ไกลจากอาการนี้ได้

          ภาวะไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง  มักจะไม่แสดงอาการใดๆ ผู้ป่วยอาจมีชีวิตยืนยาวได้เท่าคนปกติ หากพบว่าผู้นั้นมีจำนวนเชื้อไวรัสในเลือดไม่มากนักและไม่มีร่องรอยที่แสดงว่ามีการอักเสบของเนื้อตับเกิดขึ้น  แต่เราสามารถทราบว่าเราได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) ได้จากการตรวจพบแอนติเจนของไวรัสตับอักเสบบีในเลือดโดยเฉพาะแอนติเจนชนิดผิว (Hepatitis-B Surface Antigen หรือ HBsAg) ซึ่งหลายๆ ท่านอาจตรวจพบได้โดย การบริจาคโลหิต ตรวจร่างกายประจำปี และจากการตรวจติดตามเมื่อหายป่วยจากไวรัสโรคตับอักเสบแล้ว เป็นต้น

          สาเหตุหลักของภาวะเป็นไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ประมาณร้อยละ 90 ของเด็กเกิดใหม่ จึงเป็นผลมาจากการติดเชื้อจากมารดาเป็นพาหะติดต่อสู่ลูก จนถึงการติดเชื้อในผู้ใหญ่ เนื่องจากในวัยเด็กยังไม่มีภูมิต้านทานของร่างกายที่เพียงพอที่จะขจัดไวรัสออกจากร่างกายหลังจากที่ร่างกายได้รับเชื้อนี้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นได้ทำนองเดียวกันกับไวรัส เอชไอวี จากการสัมผัสใกล้ชิดกับสิ่งคัดหลั่ง การใช้เข็มและสิ่งมีคมร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัย ตลอดจนการได้รับถ่ายเลือด เป็นต้น

          จากรายงานผลการตรวจแอนติเจนไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) ในผู้บริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทยใน พ.ศ. 2552 พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ ผู้บริจาคโลหิตมีจำนวนทั้งสิ้น 321,825 ราย มีอายุระหว่าง 18-60 ปี เป็นเพศชาย 47 เปอร์เซ็นต์ และเพศหญิง 53 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้บริจาคโลหิตรายใหม่ 91,111 ราย และผู้บริจาคโลหิตประจำ 230,714 ราย พบความชุกของภาวะไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง (HBsAg positive) ในผู้บริจาคโลหิตรายใหม่ 2.7 เปอร์เซ็นต์ และความชุกของภาวะไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง (HBsAg positive) ในผู้บริจาคโลหิตประจำ 0.28 เปอร์เซ็นต์ จึงอาจประมาณการได้ว่าในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน มีความชุกของภาวะไวรัสตับอักเสบบี ในประชากรไทย ประมาณ 1.7 ล้านคน และจะมีผู้ที่ทยอยป่วยเป็นมะเร็งตับประมาณปีละ 17,000คน หรือประมาณร้อยละ 1 ต่อปีของผู้ที่มีภาวะไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

          ปริมาณของเชื้อทราบได้จากการวัดปริมาณ ดีเอ็นเอของไวรัส (HBV DNA)ในเลือด หรือการตรวจหา อีแอนติเจน (HBeAg) ในเลือด อาการที่แสดงภาวะมีการอักเสบของเนื้อตับ ผู้ป่วยจะทราบได้จากการตรวจเอ็นซัยม์ตับ (ALT) การตรวจพบอีแอนติเจนในเลือด แสดงว่ามีปริมาณของเชื้อมากและค่าของเอ็นซัยม์ตับที่สูงกว่าปกติแสดงถึงภาวะมีการอักเสบของเนื้อตับ ในประเทศทางตะวันตกที่ประชากรมีความชุกของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีต่ำ พบว่ามีความชุกของอีแอนติเจนต่ำด้วย ส่วนในประเทศทางเอเซียซึ่งมีประชากรมีความชุกของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีสูง พบว่ามีความชุกของอีแอนติเจนสูงด้วย ตัวอย่างเช่น การศึกษาในประเทศแคนาดา พบอีแอนติเจน ในผู้ที่มีภาวะไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังเพียงร้อยละ 6 แต่ในประเทศอินเดีย พบอีแอนติเจนในผู้ที่มีภาวะไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังสูงถึงร้อยละ 45 และพบว่าร้อยละ 76 ของจำนวนดังกล่าวนี้มีภาวะการอักเสบของเนื้อตับเกิดร่วมด้วย

          ปัจจัยการเกิดภาวะการอักเสบของเนื้อตับเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิด ตับแข็งและมะเร็งตับในเวลาต่อมา

          ผู้ที่มีภาวะไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ควรปฏิบัติตนดังนี้

         1. งดดื่มเหล้าและสารประเภทแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะสารดังกล่าวซ้ำเติมให้เซลล์เนื้อตับเกิดการอักเสบมากขึ้น

         2. พบแพทย์เป็นระยะๆ (ทุก 3-6 เดือน) เพื่อติดตามตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัสและร่องรอยการอักเสบของเนื้อตับ รวมทั้งตรวจคัดกรองเพื่อค้นหามะเร็งตับในระยะเริ่มแรก

         3. ผู้ที่มีปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดสูงและมีร่องรอยการอักเสบของเนื้อตับควรได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส หรือได้รับทั้งยากินและยาฉีด เพื่อลดจำนวนของเชื้อไวรัสและลดการอักเสบของเนื้อตับ สำหรับยากินต้านไวรัสมีหลายชนิดและต้องกินติดต่อกันเป็นเวลานานอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อไวรัสต้านยา ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล

          แม้ว่าในปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์จะสามารถรักษาหรือเยียวยาได้มากขึ้นก็ตาม แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การป้องกัน และเฝ้าระวังตนเองจากภาวะเสี่ยงต่างๆ ซึ่งถือเป็นการรักษาตนที่ดีที่สุดยิ่งกว่าการรักษาใดๆ เพราะเมื่อเป็นแล้ว โอกาสในการหายขาดอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ป่วยหลายๆ ราย

 

          ที่มา : เว็บไซต์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

          ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

เลปโตสไปโรซิส  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth รถตู้สาธารณะ ดัดแปลง ผิดกฏหมาย กรมขนส่ง  สนุกสนาน  โรคขาดน้ำ  กล้วยกวน  Moving lmage  ซีเอสอาร์  รายงานประจำปี  เล่าเรื่องผู้บริโภค  พระไพศาล  ก๊าซออกซิเจน  สภาวะอารมณ์  คณะพยาบาลศาสตร์  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สช. รับสมัครงาน ตำแหน่งผู้ชำนาญการด้านการพัฒนานโยบายสาธารณะ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ คสช. สานพลัง สร้างสุขภาวะ  แรงงานเด็ก  ขัดแย้ง  สัตวแพทย์  ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้ด้อยโอกาส  ฮู  งดเหล้า บุหรี่และอบายมุข  โรคไตวายเรื้อรัง  แต่งรถ  ผิวหนังไหม้  สร้างเซลล์สมอง  กฎหมาย