30 ยังแจ๋ว? อาจไม่ใช่อย่างที่คิด

โดย
| |
อ่าน : 4,379

คนอายุ 30 ปี ร่างกายจะเริ่มเสื่อม ชี้แก่ลงทุกปี ปีละ 1% และไม่สามารถหยุดได้ ระบุการชะลอความแก่ผิวพรรณภายนอก ทางการแพทย์ช่วยได้ แต่แค่ระยะสั้น แนะดูร่างกายจากภายใน เน้นออกกำลังกาย ทานอาหารครบ 5 หมู่ มีประโยชน์ ช่วยชะลอความแก่ให้เกิดช้าลงได้

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ (international bangkok congress on anti-aging and aesthetic medicine) ว่า สธ. มีนโยบายให้คนไทยมีอายุยืนยาวเฉลี่ยอย่างน้อย 80 ปี และมีสุขภาพดีให้นานที่สุด โดยให้การดูแลสุขภาพประชาชน ออกเป็นรายกลุ่มอายุ คืออายุ 0-5 ปี 6-20 ปี 21-59 ปี และ 60 ปีขึ้นไป

ซึ่งปัจจุบันเวชศาสตร์ชะลอวัยกำลังได้รับความสนใจกันมากขึ้น เนื่องจากคนอายุยืนยาวขึ้น และต้องการให้ร่างกายแข็งแรงหรือดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งตามทฤษฎีทางการแพทย์นั้น พบว่าร่างกายคนเราจะเริ่มเสื่อมลงตั้งแต่อายุ 30 ปีเป็นต้นไป และจะแก่ลงทุกปี ปีละ 1 เปอร์เซ็นต์ เราไม่สามารถหยุดความแก่ได้ แต่สามารถชะลอความแก่ให้ช้าลงได้ 2 ทางคือ 1.ลักษณะภายนอก คือ ดูแล้วไม่แก่ และ 2.ลักษณะภายใน คือ ร่างกายไม่แก่

นายสรวงศ์ กล่าวอีกว่า การชะลอให้ร่างกายไม่แก่จากภายใน ได้แก่ อวัยวะ กล้ามเนื้อ สมอง ตับไต ในปัจจุบันสามารถทำได้จากการดูแลสุขภาพและการรักษาโรคที่ดี ส่วนภายนอก เช่น รักษาผิวพรรณ รอยเหี่ยวย่น อาจอาศัยการแพทย์ช่วย เช่น ผ่าตัดศัลยกรมตกแต่ง เป็นต้น เป็นการชะลอแก่ได้ในระยะสั้น แต่ก็ไม่สามารถทำให้กลับมาเป็นหนุ่มสาวขึ้น หรือคงความเป็นหนุ่มสาวอย่างถาวรได้

อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมสุขภาพบางอย่างเริ่มมีหลักฐานว่าอาจช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ลดความเสี่ยงโรคต่างๆได้ ซึ่งน่าศึกษาวิจัยต่อไป ศาสตร์หลายศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยความรู้ในปัจจุบัน อาจต้องใช้เวลาศึกษาต่อไป ตราบใดที่ไม่มีอันตรายต่อสุขภาพประชาชน

นายสรวงศ์ กล่าวด้วยว่า วิธีการดูแลตนเองให้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และมีหลักฐานว่าสามารถชะลอความแก่ให้เกิดขึ้นช้าลงได้ ประการแรกคือ การออกกำลังกายที่มีการใช้กล้ามเนื้อ เช่น วิ่ง เดิน ว่ายน้ำ เป็นเวลา 45 นาทีทุกวัน มีงานวิจัยยืนยันว่า จะกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตได้ดีที่สุด ระบบหมุนเวียนโลหิตในร่างกายดี ป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง

การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ทำให้ไม่เกิดความเครียด นอนหลับดีขึ้น และช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ควบคุมน้ำหนักตัวอย่างเหมาะสม สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น

ประการที่ 2 คือ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่และหลากหลาย เพิ่มการรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้นให้ได้วันละครึ่งกิโลกรัมทุกวัน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามิน เกลือแร่ ช่วยให้ระบบการขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ เป็นต้น

 

ที่มา : astvผู้จัดการออนไลน์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม