เร่งส่งเสริมสมุนไพรไทย

| |
อ่าน : 8,799

สธ.เผยสมุนไพรไทยรักษาได้หลายโรค แต่ต้องเพิ่มการวิจัย สร้างความเชื่อมั่นและยอมรับ

นพ.สมชัย นิจพานิช อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมอภิปรายในหัวข้อ "การแพทย์แผนไทยจะเป็นแผนหลักของไทยในชาตินี้" ในงานประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุขประจำปี 2556 ว่า การแพทย์แผนไทยมีบทบาทในการดูแลสุขภาพของสังคมไทยมายาวนานมีรากฐานพัฒนามาจากพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์มานานกว่า 2,000 ปี ดูแลคนทุกระดับชั้น หลังจากที่มีการแพทย์แผนตะวันตกเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่พ.ศ. 2431 มีการยกเลิกการสอนวิชาแพทย์แผนไทย ในโรงเรียนแพทย์ในพ.ศ.2458 ทำให้การแพทย์แผนไทยไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นทางการและหมดบทบาทในการดูแลสุขภาพในระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ

นพ.สมชัย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประชาชนทุกกลุ่มวัยมีความสนใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ตามที่เห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์ในสื่อต่างๆ การที่จะผลักดันให้ประชาชนใช้ยาสมุนไพรให้มากขึ้น ต้องทำให้เกิดการยอมรับและเชื่อมั่นเรื่องประสิทธิภาพการรักษาก่อนพัฒนาระบบการผลิตยาสมุนไพรให้มีมาตรฐาน พัฒนาตำรับยาสมุนไพรและการวิเคราะห์วิจัยยาสมุนไพรให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขส่งเสริมการใช้สมุนไพร 5 รายการ ได้แก่ ใบบัวบก กระชายดำ ลูกประคบ กวาวเครือ และไพล

นพ.สมชัย กล่าวต่อไปว่า การแพทย์แผนไทยในปัจจุบันมีความก้าวหน้ากว่าในอดีตมาก แต่ยังต้องพัฒนาศึกษาวิเคราะห์สรรพคุณด้านตัวยา และติดตามประเมินผลในการรักษาด้วยยาสมุนไพร เพื่อให้เกิดการยอมรับและศรัทธา ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการผสมผสานกับระบบดูแลสุขอนามัย การออกกำลังกายและกายภาพบำบัดร่วมกันด้วย โดยรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายจะเร่งส่งเสริมการวิจัย การใช้สมุนไพรให้มากขึ้น และการคุ้มครองอนุรักษ์พืชสมุนไพร เพื่อให้เกิดการยอมรับจากประชาชน และเกิดการบูรณาการการให้บริการร่วมกันของสถานบริการในสังกัด มีการปฏิบัติจริงในโรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสร้างการตระหนักถึงคุณค่าสมุนไพรไทยในกลุ่มประชาชน และบุคลากรสาธารณสุข

ด้าน นพ.ทวี เลาหพันธ์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า เสน่ห์ของการแพทย์แผนไทยคือการให้คำแนะนำการนำทฤษฎีที่อยู่ในคัมภีร์แพทย์แผนไทยรุ่นเก่ามาถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น และประยุกต์ความรู้ที่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งการรักษาในคนในยุคก่อนจะมีการตรวจร่างกาย ดูความผิดปกติของธาตุในร่างกายก่อน แล้วให้ยาสมุนไพรไปต้มดื่มตามอาการ ไม่ได้จ่ายยาเพื่อฆ่าเชื้อเกินความจำเป็นเหมือนในปัจจุบัน

นพ.ฉัตรชัย สวัสดิไชย ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า โรงพยาบาลพระปกเกล้า ได้เปิดให้บริการรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่พ.ศ. 2548 ประชาชนใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ มียาแผนไทยรักษาโรคได้ผลดี เช่น โรคเริม งูสวัด อีสุกอีใส โรคตับแข็งจากแอลกอฮอล์ โรคเอสแอลอี โรคกระเพาะอาหาร เป็นต้น

โดยต้องกินยาสมุนไพรตามตำรับที่แพทย์จัดให้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสมุนไพร และยาแผนไทยหลายชนิด ยังไม่สามารถพัฒนารูปแบบให้ทันสมัยได้ ต้องใช้วิธีการเดิมเช่นยาหม้อ

        

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ astv ผู้จัดการ

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม