ความพิการแต่กำเนิด ป้องกันได้

| |
อ่าน : 3,941

          “สสส.-สมาคมเพื่อเด็กพิการ” เผยผลโครงการระดับชาติเพื่อป้องกันดูแลรักษาความพิการแต่กำเนิด 3 ปี เกิดนวัตกรรมด้านการขึ้นทะเบียน คัดกรองชัดเจน 5 กลุ่มโรค เล็งขยายความร่วมมือ วางระบบแก้ปัญหาครอบคลุมยิ่งขึ้น      

/data/content/2014/12/26834/cms/e_beijlmqswz15.jpg

          เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ รร.ตวันนา ศ.เกียรติคุณ พญ.พรสวรรค์ วสันต์ นายกสมาคมเพื่อเด็กพิการแตjกำเนิด(ประเทศไทย) แถลงผลการดำเนินโครงการระดับชาติเพื่อป้องกันดูแลรักษาความพิการแต่กำเนิด 3 ปีแรก(2554 - 2557) ว่า ความพิการแต่กำเนิด ป้องกันได้ รวมทั้งสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กพิการตั้งแต่แรกเกิดและครอบครัวได้ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน 

/data/content/2014/12/26834/cms/e_behikmos2345.jpg

          ปัจจุบันได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ในลักษณะเครือข่ายระดับชาติ โดยสมาคมฯ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) คณะแพทยศาสตร์ 8 แห่ง และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) 7 เขต ร่วมทำงานใน 22 จังหวัดนำร่อง เกิด 11 อำเภอต้นแบบ จดทะเบียนความพิการแต่กำเนิดและสร้างระบบการดูแลรักษาและป้องกันความพิการตั้งแต่แรกเกิด พัฒนาคู่มือและสร้างระบบลงทะเบียนความพิการตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมเพราะเป็นครั้งแรกของไทยที่มีการสำรวจข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อให้ทราบสถานการณ์ความพิการตั้งแต่แรกเกิดใน 5 กลุ่มโรค คือ 1.อาการดาวน์ 2.หลอดประสาทไม่ปิด 3.ปากแหว่งเพดานโหว่ 4.แขนขาพิการแต่กำเนิด และ 5.กล้ามเนื้อเสื่อมพันธุกรรมดูเชนน์

          “ระยะต่อไปตั้งเป้าขยายความร่วมมือให้ครบ 12 เขต สปสช. และเพิ่มโรคที่จะขึ้นทะเบียน คัดกรอง อาทิ ธาลัสซีเมีย พันธุกรรมเมตาบอลิคที่รุนแรงกว่ากลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม หัวใจพิการตั้งแต่แรกเกิด รวมทั้งวางมาตรฐานตรวจการได้ยิน และสายตา ซึ่งบางโรคจำเป็นต้องได้รับการคัดกรองที่รวดเร็วเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้ ที่สำคัญการดูแลอย่างต่อเนื่อง พัฒนาศักยภาพของเด็กพิการตั้งแต่แรกเกิด จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขได้ ซึ่งเฉพาะ 5 โรคนี้มีเด็กเข้ารับการรักษาต่อเนื่องในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใช้งบกว่า 600 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากมีความเสี่ยงเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น กลุ่มอาการดาวน์ สามารถเกิดโรคทางระบบหัวใจได้ 30-40% และหากไม่ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมอาจเกิดปัญหาบกพร่องทางปัญญาซ้ำซ้อน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่หากกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสม จะมีพัฒนาการทางสมองเพิ่มขึ้น ดูแลตัวเองได้ และเรียนร่วมกับเด็กปกติได้และมีโอกาสประกอบอาชีพง่ายๆได้” ศ.เกียรติคุณ พญ.พรสวรรค์ กล่าว

          ศ.เกียรติคุณ พญ.พรสวรรค์ กล่าวด้วยว่า การมีข้อมูลสถานการณ์ปัญหาที่ชัดเจน จะกระตุ้นให้ภาครัฐเห็นความสำคัญและวางนโยบายการแก้ปัญหาอย่างเป็นองค์รวมได้ สิ่งสำคัญที่สุดต้องเร่งให้ความรู้ประชาชนเพื่อนำไปสู่การป้องกันความพิการแต่กำเนิดที่สามารถป้องกันได้ เช่น การตั้งครรภ์ในช่วงวัยที่เหมาะสม การให้ประชากรหญิงได้รับสารอาหารที่สำคัญ โดยเฉพาะโฟเลต ที่พบว่าช่วยป้องกันความพิการที่รุนแรงตั้งแต่กำเนิดได้อย่างชัดเจน ทั้งโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ปากแหว่งเพดานโหว่ ความพิการของระบบสมองประสาท นอกจากนี้ ยังต้องสร้างความร่วมมือของท้องถิ่น ทำให้ชุมชนเข้าใจ เพื่อช่วยดูแลครอบครัวที่เกิดความพิการตั้งแต่กำเนิดได้ด้วย

 

 

          ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

 

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม