ป้องกันแผลเปิดจากอุบัติเหตุขณะน้ำท่วม

โดย
| |
อ่าน : 2,591

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค  แนะวิธีการป้องกันไม่ให้บาดแผลเปิดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย จากอุบัติเหตุน้ำท่วม และการดูแลรักษาที่ถูกต้องให้กับประชาชน

เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้ประชาชนหลายจังหวัดของประเทศไทย กำลังประสบปัญหาอุทกภัยอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายเดือนติดต่อกัน กรมควบคุมโรค จึงมีความห่วงใยในสุขภาพอนามัยของประชาชนประสบภัยน้ำท่วม ที่อาจมีอุบัติเหตุต่างๆ จนทำให้เกิดบาดแผลตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย การไม่ดูแลรักษาบาดแผลให้ถูกต้อง อาจทำให้มีการติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ประชาชนควรมีความรู้การดูแลบาดแผลเบื้องต้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อไม่ให้ลุกลามมากขึ้น

ลักษณะของบาดแผลมีทั้งบาดแผลเปิดและบาดแผลปิด บาดแผลปิด หมายถึงบาดแผลที่ไม่มีรอยแยกของผิวหนังปรากฎให้เห็น เกิดจากการที่ร่างกายกระแทกกับของแข็ง และมีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง มองเห็นเป็นรอยฟกช้ำ บวม ส่วนบาดแผลเปิด หมายถึง บาดแผลที่ทำให้เกิดรอยแยกหรือการฉีกขาดของผิวหนังและเนื้อเยื่อ เช่น ของมีคมบาดผิวหนัง การทิ่มตำจากของแหลมที่เดินย่ำน้ำหรือโคลน ฯลฯ

การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดบาดแผลปิด คือ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ต้องประคบด้วยความเย็น เอาน้ำแข็งห่อด้วยผ้าสะอาดประคบไว้ประมาณ 15-20 นาที เพื่อไม่ให้มีเลือดออกใต้ผิวหนังมากขึ้น ลดอาการบวมและระงับอาการปวด หลังจาก 24 ชั่วโมงไปแล้ว ต้องประคบด้วยความร้อน และทายาขี้ผึ้ง ยาหม่อง ปาล์ม หรือทายา บาดแผลฟกช้ำ เพื่อละลายลิ่มเลือดใต้ผิวหนัง

เภสัชกรเชิดเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดบาดแผลเปิดนั้น คือ ผู้ทำแผลต้องล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ก่อนและหลังทำความสะอาดแผล จากนั้นใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างแผล เพื่อล้างสิ่งสกปรกและสิ่งแปลกปลอมออกจากแผลแล้ว จึงใช้ผ้าสะอาดซับแผลให้แห้ง ใช้สำลีหรือผ้าสะอาดชุบแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณรอบๆ แผล แล้วใส่ยาฆ่าเชื้อโรค เช่น เบตาดีน ใช้ผ้าก๊อตปิดแผลไว้ ยกเว้นถ้าเป็นแผลถลอกไม่มากไม่ต้องปิดแผล บาดแผลที่มีการฉีกขาดมากหรือเป็นแผลลึกมากและมีเลือดไหล ให้ใช้ผ้าสะอาดกดบริเวณที่เลือดไหลจนเลือดหยุดไหลแล้วรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ถ้าบาดแผลสกปรกควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก หากมีอาการผิดปกติ เช่น เป็นหนอง ปวดมาก แผลบวมมากขึ้น เลือดซึมมาก มีไข้เฉียบพลันต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันเชื้อลุกลามจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ที่สำคัญประชาชนควรดูแลตนเองและบุตรหลานหลีกเลี่ยงการทำให้แผลเปียกน้ำ ผู้ที่มีแผลที่บริเวณเท้าหรือขาไม่ควรเดินย้ำน้ำ เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ ถ้าจำเป็นต้องเดินย่ำน้ำ ควรใส่รองเท้าบู๊ทกันน้ำ หากหารองเท้าบู๊ทไม่ได้ให้ใช้ถุงพลาสติกขนาดใหญ่มาประยุกต์ใช้ทำรองเท้ากันน้ำชั่วคราว โดยสวมถุงพลาสติกทั้ง 2 เท้าให้สูงเหนือเข่าหรือเหนือระดับน้ำท่วม จากนั้นสวมถุงเท้าทับถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง พร้อมกับไล่ลมออกจากถุงพลาสติกเพื่อให้ถุงแนบกับเท้าหรือขามากที่สุด แล้วใช้เชือกมัดกระชับปิดปากถุงเหนือระดับน้ำเพื่อป้องกันน้ำเข้า และขั้นสุดท้ายสวมรองเท้าหุ้มส้น แต่ก็ไม่ควรใส่แบบนี้ตลอดทั้งวัน เมื่อกลับเข้าบ้านที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง ควรล้างเท้าให้สะอาด ฟอกสบู่ให้ทั่ว และเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด ข้อความหลัก ลุยน้ำ ย่ำโคลน เกิดแผล อาจเสี่ยงติดเชื้อโรครุนแรง

 

 

ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม