รับมือวัยทอง ง่ายนิดเดียว

| |
อ่าน : 224,808

      สตรีที่อายุระหว่าง  45 - 50 ปี คือช่วงเวลาที่อยู่ในวัยทอง นั่นหมายถึงภาวะการหมดประจำเดือนหรือระดู เนื่องจากรังไข่หยุดการผลิตฮอร์โมน และไม่สามารถมีบุตรได้อีกต่อไป สตรีหลายๆ คนมักมีอาการของวัยทองที่ส่งผลทั้งทางด้านอารมณ์ และร่างกาย

/data/content/2014/10/26230/cms/e_bcfiklpqvy19.jpg

     นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงสตรีวัยทองในประเทศไทยที่มีประมาณ 7 ล้านคนว่า ผู้หญิงที่อยู่ในวัยทองหรือหญิงวัยหมดระดู เป็นช่วงวัยสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ที่มีผลจากการลดลงของฮอร์โมนเพศ จึงทำให้มีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างจากวัยอื่น ผลการสำรวจภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในผู้หญิงไทย อายุ 45-59 ปี ของสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย พ.ศ. 2554 พบว่า หญิงวัยทองร้อยละ 48 มีโรคประจำตัว โดย 3 อันดับแรกที่พบมาก ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ และร้อยละ 28 ของหญิงวัยทองมีความเสี่ยงสูงต่ออาการหญิงวัยทอง นอกจากนี้ยังพบภาวะอ้วนลงพุงร้อยละ 57

     ด้าน รศ.พญ.อรวรรณ คีรีวัฒน์ นายกสมาคมอนามัยเจริญพันธุ์(ไทย) กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่วัยทองของสตรีนั้น จะมีช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน เป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงยังไม่หมดประจำเดือน หรือไม่มีประจำเดือนมาระยะเวลาหนึ่งแต่ไม่ถึง 1 ปี ช่วงวัยนี้อาจจะยาวนานถึง 6 ปีก่อนจะก้าวสู่วัยทอง โดยปรากฎอาการออกเป็นตามช่วงคือ ช่วงแรก ประจำเดือนจะมาเร็วขึ้น จากที่เคยมาทุกเดือน จะมาทุกๆ3อาทิตย์ ช่วงที่สอง ประจำเดือนจะเริ่มมาห่าง เช่น 2-3 เดือนมาครั้งนึง ช่วงที่สาม คือช่วงที่ประจำเดือนหายไปนานจนครบ 1 ปี

     “ระหว่างช่วงเข้าสู่วัยทอง จนหมดประจำเดือนนั้น ผู้หญิงหลายๆ คนจะมีอาการผิดปกติปรากฎ ซึ่งแต่ละคนจะแตกต่างกัน อาการวัยทองของหญิงไทยจะมีประมาณ 21-22 อาการ เช่น อาการร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มดลูกแห้ง หงุดหงิด ร่างกายอ่อนเพลีย ผมร่วง  หลงลืมง่าย วิงเวียนศรีษะ ท้องอืด ปัสสาวะและขับถ่ายบ่อย ฯลฯ และหญิงไทยกับหญิงต่างประเทศก็จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของอาการวัยทอง เนื่องจากมีระบบเมตาบอลิซึมที่ต่างกัน โดยคนไทยจะไม่ได้มีอาการด้านใดเด่นเป็นพิเศษ แต่ผู้หญิงชาวต่างประเทศมักจะมีอาการปรากฎ/data/content/2014/10/26230/cms/e_adghpqstwxy4.pngเด่นชัด เช่น อาการร้อนวูบวาบ เป็นต้น”  นายกสมาคมอนามัยเจริญพันธุ์ กล่าว

     สำหรับการดูแลตัวเองในช่วงของวัยทองนั้น รศ.พญ.อรวรรณ แนะนำว่า ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคความดัน เบาหวาน โดยควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยอาทิตย์ละ 150 นาที ควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อรักษาอารมณ์ให้เป็นปกติ และหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากสตรีวัยทองคนไหนที่มีอาการผิดปกติมากเป็นพิเศษสามารถไปพบคุณหมอ เพื่อปรึกษาอาการได้ที่คลินิกวัยทองในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง

     วัยทอง รับมือได้ไม่ยาก ขอเพียงตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ ใส่ใจกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และแบ่งเวลาพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ... 

 

 

     เรื่องโดย อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ Team Content www.thaihealth.or.th

     ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

คลอดธรรมชาติ  พัฒนาการวัยรุ่น  ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ  พัก  ทัศนะคติ  สุขภาพเมือง  สภากาชาดไทย โลหิต พฤกษา บริจาคเลือด สร้างกุศล  กรองของเสีย  การใช้จ่าย  สสส. สุขภาพ สุขภาวะ สร้างสุข thaihealth สร้างสรรค์ พัฒนาพลังงานหมุนเวียนเพื่อสุขภาพ แนวทางสนับสนุนทุน มูลนิธินโยบายสุขภาวะ คนไทย  ศาสนสถาน  ศูนย์เรียนรู้ป่าเชียงเหียน  จอตา  ภูมิต้านทานร่างกาย  โรคติดพนัน  นิสัย เค็ม โรค ปรุง รสชาติ  เครื่องมือสร้างสุข  อิเล็กทรอนิกส์  ชาวเล  องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย  สถาบันมะเร็งแห่งชาติ  เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง  กลุ่มอนามัยแม่และเด็ก  เพดานปาก  กินเยอะ