ผิงไฟในเต็นท์ ดื่มเหล้าคลายหนาว เสี่ยงต่อชีวิต

โดย
| |
อ่าน : 2,063

กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนที่นิยมท่องเที่ยวสัมผัสลมหนาวบนยอดดอย ให้เลี่ยงความเสี่ยงอันตราย 2 เรื่องคือ เลี่ยงผิงไฟในเต็นท์และการดื่มเหล้าคลายหนาว ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด มีอันตราย เสี่ยงเสียชีวิตได้ง่าย แนะนำนักท่องเที่ยวควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วเพื่อรักษาความชุ่มชื้นผิว ออกกำลังกายเพิ่มภูมิต้านทานโรค และรักษาความอบอุ่นร่างกาย โดยเฉพาะที่ศีรษะ ลำคอ และหน้าอก ป้องกันอวัยวะสำคัญขาดเลือด

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สภาพอากาศในภาคเหนือหนาวเย็น มีน้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิ้งปรากฏตามยอดดอย ประชาชนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงวันหยุด ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำแนะนำประชาชนเพื่อป้องกันโรคที่มาพร้อมกับภัยหนาวที่พบได้บ่อย 6 โรค ได้แก่ ไข้หวัด/ไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคหัด โรคสุกใส โรคมือเท้าปาก และโรคอุจจาระร่วงในเด็กเล็ก

โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรคดังกล่าว เน้นย้ำพิเศษกลุ่มที่มีความเสี่ยงเจ็บป่วยง่าย 3 กลุ่มเนื่องจากภูมิต้านทานต่ำกว่ากลุ่มอื่น ได้แก่ 1. กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี 2. ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และ 3. ผู้ที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน โรคหัวใจ หอบหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคตับแข็ง โรคไต และโรคโลหิตจาง กลุ่มเหล่านี้หากป่วยจะมีอาการรุนแรงกว่าประชาชนทั่วไป

แพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าวต่อว่า เรื่องที่เป็นห่วงและมักเป็นข่าวทุกปีในช่วงอากาศหนาวเย็น มี 2 เรื่อง ประการแรกคือ ความเชื่อว่าการดื่มสุราจะช่วยแก้หนาวได้ เพราะดื่มแล้วร่างกายอบอุ่น จึงไม่สวมเสื้อกันหนาว ซึ่งไม่เป็นความจริงและเป็นเรื่องที่อันตราย โดยในช่วงแรกหลังดื่มสุราจะรู้สึกร้อนวูบวาบ ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว ผลที่ตามมาที่ประชาชนคิดไม่ถึงคือร่างกายจะสูญเสียความร้อนและน้ำออกทางผิวหนังอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลง หากดื่มเข้าไปมากแอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ทำให้เมาจนหลับไปโดยไม่ได้ดูแลร่างกายอบอุ่นอย่างเพียงพอ ทำให้เสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำได้ และมักพบในผู้ที่มีประวัติดื่มสุราเป็นประจำเกือบทุกปี

ประการที่ 2 ไม่ควรนำเตาถ่านหรือตะเกียงน้ำมันก๊าดเข้าไปจุดให้ความอบอุ่นในเต็นท์ เนื่องจากในควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้ จะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ เมื่อผู้ที่อยู่ในเต็นท์หายใจเอาก๊าซ 2 ชนิดนี้เข้าไป จะทำให้เซลล์ของอวัยวะต่างๆ ขาดออกซิเจนไปเลี้ยง โดยเฉพาะสมอง ทำให้เกิดอาการง่วง หลับโดยไม่รู้ตัว และเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวและพักแรมในเต็นท์ เตรียมเครื่องกันหนาวไปให้พร้อม เช่นถุงนอน ผ้าปูรองพื้นเต็นท์ ผ้าห่ม เสื้อกันหนาว เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายอย่างเพียงพอ จุดที่จะต้องดูแลให้ความอบอุ่นเป็นพิเศษคือ ศีรษะ คอ และหน้าอก เนื่องจากมีเส้นเลือดใหญ่อยู่ใกล้ผิวหนังและไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญคือสมอง หัวใจ หากสัมผัสอากาศเย็นมากเป็นเวลานาน เส้นเลือดจะหดตัว เลือดไหลเวียนช้าลง อาจทำให้อวัยวะขาดเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยง เป็นอันตรายได้

สิ่งที่ประชาชนควรปฏิบัติในช่วงฤดูหนาวเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเสมอ คือ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ประเภทแป้งและไขมัน เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เนื้อสัตว์ติดมัน เพื่อช่วยสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย หากเป็นเด็กทารกควรให้กินนมแม่ เพราะนอกจากเด็กจะได้รับภูมิต้านทานโรคจากนมแม่แล้ว การที่แม่กอดลูกขณะกินนมยังสร้างความอบอุ่นให้กับเด็กด้วย

ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 แก้วเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นผิวหนัง ทำให้ริมฝีปากและผิวหนังไม่แห้งแตก ทาโลชั่นป้องกันผิวแห้ง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละอย่างน้อย 3 วัน วันละไม่ต่ำกว่า 30 นาที เพื่อสร้างภูมิต้านทานร่างกาย

 

 

ที่มา: เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจ

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

404 File Not Found.
Sorry, the page you requested
may have been move or delete.

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม