สอนเพศศึกษาให้เด็กชาติพันธุ์

| |
อ่าน : 6,040

       โรงเรียนบ้านร่องส้าน จ.พะเยา เป็นโรงเรียนนำร่องพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีกิจกรรม YC หรือ youth counsellor เพื่อนช่วยเพื่อน ทั้งยังสอนเพศศึกษาในวิชาสุขศึกษา รวมถึงสอดแทรกในวิชาอื่นๆ อีกด้วย

/data/content/2014/09/25706/cms/e_cdfgjmntu135.jpg

       พิชิต เตชะนา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านร่องส้าน ผู้เห็นความสำคัญของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ต้องบูรณาการแบบองค์รวม เล่าถึงงานสอนเพศศึกษาในโรงเรียนว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากที่เขาเห็นว่าเพศศึกษามีอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนอยู่แล้ว แต่วิธีการสอนยังไปไม่ถึงเป้าหมาย เพราะบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จึงเข้ารับการอบรมทำความเข้าใจเรื่องเพศศึกษารอบด้าน

      “ก็ได้วิธีการสอน ได้หลักสูตรมา อีกอย่างคือในชุมชนของเรามีหลายเผ่าพันธุ์ มีชุมชนม้ง มีคนอีสาน คนพื้นเมืองก็มาจากหลายจังหวัด คนม้งก็มาจากหลายที่ เลยหลากหลาย” พิชิต กล่าวและว่า ประเพณีของชุมชนม้งแตกต่างจากคนเมืองกับคนอีสานโดยสิ้นเชิง โดยชุมชนม้งค่อนข้างจะเปิดเผย เช่น หากหนุ่มสาวชอบพอกันก็อาจอยู่ด้วยกันก่อนได้

      อย่างไรก็ตาม พิชิต บอกว่า การสอนเพศศึกษาของโรงเรียนบ้านร่องส้านสอนตามหลักสูตรของโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ ที่ใช้เป็นหลักสูตรกลาง สอนให้กับเด็กนักเรียนทุกคน

     “ก็พยายามเอาเรื่องเพศเข้ามาสอนถึงผลดีผลเสีย ซึ่งเด็กเขาจะคิดได้มากขึ้น เพราะเขาจะไปเห็นประสบการณ์ตรงที่บ้าน ส่วนโรงเรียนจะประคับประคองให้เด็กข้ามปัญหาไปให้ได้”

  /data/content/2014/09/25706/cms/e_agijlmnovwz1.jpg    พิชิต บอกว่า จุดประสงค์ของโรงเรียนคือต้องการให้เด็กเรียน โดยจะไม่คุยเรื่องประเพณี ซึ่งประเพณีก็คือประเพณีเขา แต่จะไม่ก้าวไปถึงตรงนั้นว่าประเพณีคุณไม่ดีนะ อย่างนี้ไม่ดี ทำอย่างนี้ผิด

      “ประเพณีมีมานานแล้ว เขาก็รู้ ซึ่งเราก็อยากให้เขาเรียนต่อ คือ เราพยายามฉุกคิดให้เด็กคิดถึงอย่างอื่น คิดถึงตัวอย่าง ประสบการณ์ พอบางทีเด็กเห็นว่าไม่ใช่นะ เขาก็จะปฏิเสธกันเอง”

      ผู้อำนวยการโรงเรียน ยังบอกอีกว่า เขามีแนวคิดขยายการสร้างความเข้าใจเรื่องเพศศึกษารอบด้านให้กับผู้ปกครอง โดยอย่างที่เขาเป็นครู ก็เพิ่งได้รู้ข้อมูลบางเรื่อง ส่วนผู้ปกครองที่ไม่รู้อะไรเลย ยิ่งปิดโอกาสไปเลย ยิ่งจะไม่รู้เลยว่า ถ้าลูกมีปัญหาจะไปสอนลูกอย่างไร แนะนำอย่างไร

      “พมจ. (สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด) จะมีงบประมาณให้จัดอบรม เลยเสนอไปว่ากลุ่มเด็กประมาณ ๕๐ คนและจะเอาพ่อแม่ไปด้วย เลยประสาน อบต. (องค์การบริหารส่วนตำบล) ขอที่จัดอบรม ก็ไม่มีปัญหา คือเราอยากให้ อบต.มีส่วนร่วม เพราะโรงเรียนฝ่ายเดียวยังแคบเกินไป ถ้าชุมชนด้วย อบต. หลายฝ่ายจะกว้างขึ้น และหลากหลาย”

     ผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่า การอบรมก็ตั้งใจว่าจะให้ผู้ปกครองได้รับรู้และสามารถช่วยแก้ปัญหาเยาวชนได้ในระดับหนึ่ง เพราะว่าจริงๆ เด็กอยู่กับผู้ปกครองค่อนข้างมาก ขณะที่อยู่กับครูไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งผู้ปกครองตัดสินใจปัญหาเด็กได้มากกว่าครู ซึ่งการสอนเพศศึกษาก็เพื่อต้องการให้เด็กดูแลตัวเองได้ในเบื้องต้นและขยายผลไปถึงครอบครัว ชุมชน  

      อย่างไรก็ตาม โรงเรียนบ้านร่องส้าน ยังเป็นโรงเรียนนำร่องในการพัฒนาระบบดูแลนักเรียน มีกิจกรรมย่อย คือ YC - youth counsellorหรือแกนนำเยาวชนเพื่อนช่วยเพื่อน ที่สามารถให้คำปรึกษากับเพื่อนได้  

       “วิธีการคือให้เพื่อนไปคุย ไปพูด ว่ามีปัญหาอะไร เพราะครู เด็กก็ยังไม่อยากคุยโดยตรง ต้องเอาเพื่อนเป็นสื่ออีกที แล้วก็มาบอกครูแนะแนว แล้วครูทุกคนเป็นครูแนะแนว จะสามารถช่วยกันได้ ซึ่งระบบแนะแนวก็จะช่วยแบบนี้ คือจะให้เด็กรู้จักตัวเอง เพราะมันคลุมหมด ทั้งการเรียนการสอน พฤติกรรมเสี่ยง เรื่องเพศ ยา ลักขโมย” พิชิต กล่าวและว่า ที่โรงเรียนได้ไปนำเสนองานในเรื่องระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)    

        นอกจากนี้ โรงเรียนยังมีเครือข่ายผู้ปกครองแนะแนวอยู่ด้วย โดยวางเอาไว้ประจำหมู่บ้าน คือถ้าเขาเห็นนักเรียนหนีเรียน หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงก็จะโทรศัพท์มาแจ้งที่โรงเรียน หรือหากเป็นพฤติกรรมอื่นๆ ที่ร้ายแรง หรือเสี่ยงมากๆ ทางโรงเรียนก็จะเชิญผู้ใหญ่บ้านมาร่วมรับรู้ด้วย

     จากการสอนเพศศึกษามาเป็นเวลา ๑ ปีนี่เอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบอกว่า สิ่งที่เขาเห็นผลที่เกิดขึ้น คือ เด็กมีพฤติกรรมดีขึ้น คืออย่างน้อยช่วยเด็กได้คนหนึ่งก็ดีแล้ว เพราะบางทีเด็กอาจจะไม่พร้อม เช่น ไม่มีพ่อแม่ อาจอยู่กับปู่ย่า

      “ถ้าเขาสมบูรณ์ เขาคงไม่เลือกอย่างนี้ ก็พยายามช่วยเขา ไม่ใช่แค่เรื่องเพศอย่างเดียว สภาพจิตใจ สภาพครอบครัว ถ้าเขาสมบูรณ์ เขาไม่ใฝ่หาอย่างอื่นหรอก ยกเว้นเขาจะไม่สมบูรณ์ ส่วนใหญ่จะมีปัญหา โรงเรียนก็พยายามจะทำ”

      พิชิต บอกด้วยว่า ระบบดูแลนักเรียนจะเป็นระบบใหญ่ เพราะว่าเป็นโรงเรียนนำร่อง เขาจะจัดกระบวนการให้เป็นระบบมากขึ้น ที่จะสามารถดูแลเด็กทุกคน ตั้งแต่อนุบาล ๑ – ม.๓ อย่างทั่วถึง รวมถึงมีกิจกรรมประชุมผู้ปกครอง เครือข่าย การออกเยี่ยมบ้าน โดยที่ถ้าครูออกเยี่ยมบ้านนักเรียนได้ทั้งหมดเขาจะรู้ความเป็นอยู่ว่าเป็นอย่างไร อยู่กับใคร รู้ถึงคุณภาพชีวิต ซึ่งจะพ้องกับพฤติกรรมที่โรงเรียน

     “นอกจากนี้ที่โรงเรียนกำลังเริ่มทำ กิจกรรมโฮมรูม เพราะอยากให้ครูใกล้ชิดเด็กมากขึ้น โดยครูจะถามเด็ก ไม่ได้แค่ดูเล็บ เรื่องเสื้อผ้า ทำไมมอมแมม ทำไมไม่มาโรงเรียน แต่ถามถึงพฤติกรรมและให้เด็กคิดวิเคราะห์ด้วย เช่น ดูภาพแล้วคิดถึงอะไร เป็นต้น” 

      พิชิต บอกถึงความคาดหวังของเขาว่า เขาต้องการให้โรงเรียนที่สนใจผลักดันการสอนเพศศึกษา ร่วมเป็นเครือข่าย จะได้ขยายผลออกไปอีก

      “เราก็ไม่ได้หวงอะไร สิ่งไหนดีก็จะพยายามกระจายเป็นเครือข่าย คือ ผนวกทุกเรื่องเข้าไปในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน” พิชิต สรุป   

 

 

      ที่มา: path2health foundation 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม