ผู้ชุมนุมประสบภาวะตึงเครียดสูงถึงร้อยละ17

| |
อ่าน : 1,926

กรมสุขภาพจิต เผยพบประชาชนไทยถึง 2 ใน 3 ประสบภาวะตึงเครียด โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชุมนุม จะมีระดับความเครียดสูงกว่าประชาชนนอกพื้นที่ชุมนุมถึงร้อยละ 17

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนั้นส่งผลต่อสุขภาพจิตของประชาชนไทย จากการสำรวจความเครียดของประชาชนในพื้นที่ชุมนุมและนอกพื้นที่ชุมนุมทั่วไปโดยกรมสุขภาพจิต ช่วงวันที่ 28 พ.ย.- 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา  พบประชาชนไทยถึง 2 ใน 3 ประสบภาวะตึงเครียด โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชุมนุม จะมีระดับความเครียดสูงกว่าประชาชนนอกพื้นที่ชุมนุมถึงร้อยละ 17

ซึ่งน่าเป็นห่วงและต้องระมัดระวังพิเศษ เพราะความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสถานการณ์การเมืองร่วมกับสิ่งแวดล้อม และสื่อรอบตัวที่มีความเข้มข้นทางอารมณ์สูงตลอดเวลา ความเครียดมีผลกระทบดังนี้ ได้แก่ 1. ร่างกายเปลี่ยนแปลง ได้แก่ นอนไม่หลับ เมื่อยล้า ปวดตึงศีรษะ เหนื่อยง่าย ความเครียดระดับสูงมากยังส่งผลเสียต่อโรคเรื้อรังอีกด้วย เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง  2. ผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้ว้าวุ่นใจ หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว ฟุ้งซ่านอารมณ์ขึ้นลงไปกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป จนเกิดภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้าเรื้อรัง และถ้ายิ่งเครียดมาก เครียดนานอาจป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงถึงขั้นฆ่าตัวตายได้  3. ผลกระทบต่อสัมพันธภาพและสังคม ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลจนมีโอกาสควบคุมไม่อยู่ จัดการปัญหาสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนที่เห็นต่างไม่ดี จนนำมาสู่การสูญเสียเพื่อนและสัมพันธภาพ อาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ง่าย

สำหรับแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยลดภาวะความเครียดที่เกิดขึ้นทั้งกับผู้ชุมนุมและผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ให้ความช่วยเหลือ อธิบดีกรมสุขภาพจิตแนะนำให้ พยายามดำเนินรูปแบบการใช้ชีวิตหลักๆได้แก่ กิน อยู่ หลับ นอน ให้ใกล้เคียงปกติเท่าที่จะทำได้ เช่น พยายามหาเวลานอนและกินให้ได้ตรงและตามเวลา รวมทั้ง หาวิธีผ่อนคลายตัวเองหรือจัดการกับความเครียด ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุม อาจทำกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อผ่อนคลายตนเอง อาทิ ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ยืดเส้นยืดสาย ทำกิจกรรมบันเทิงร่วมกัน หรือพูดคุยเรื่องอื่นๆ กันบ้าง หรือหลบไปอยู่ในที่เสียงไม่ดังมากๆ บ้าง รักษาสมดุลชีวิตบ้าง ได้แก่การกลับไปพักผ่อนที่บ้านใช้เวลาอยู่กับครอบครัวแล้วค่อยกลับมาใหม่ เป็นต้น

ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ให้ความช่วยเหลือ อาจปฏิบัติสิ่งเหล่านี้เพิ่มเติม อาทิ การสร้างกลุ่มทบทวนการปฏิบัติงานหลังจากเสร็จสิ้นไปกับผู้ร่วมงานหรือแบ่ง ปันประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ปฏิบัติงานหรือมีจิตอาสาด้วยกันเพื่อเปลี่ยนมุมมองว่าเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นและสร้างความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า รวมถึง พยายามให้กำลังใจตนเอง ผู้ปฏิบัติงานหรือจิตอาสาอื่นๆ สามารถปรึกษาได้ที่สายด่วน 1323 หน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน หรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม