ระวัง 10 เมนูเสี่ยง 'อาหารเป็นพิษ' ช่วงน้ำท่วม

| |
อ่าน : 11,430

           สธ.กำชับโรงพยาบาลทุกแห่งป้องกันน้ำท่วม พร้อมให้บริการผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ย้ำเตือนประชาชนเลี่ยง 10 เมนูเสี่ยงอาหารเป็นพิษ อาทิ ลาบ ก้อยดิบ ยำกุ้งเต้น อาหารผสมกะทิ เป็นต้น โดยเฉพาะข้าวกล่องที่ได้รับบริจาคในช่วงน้ำท่วมควรบริโภคใน 4 ชั่วโมง...

/data/content/2014/08/25282/cms/e_djkmnouyz358.jpg

           นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขัง กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้หน่วยงานและโรงพยาบาลในสังกัดทุกระดับ เตรียมการป้องกันน้ำท่วมอาคารสถานที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่เคยถูกน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา หรือมีความเสี่ยง เช่น อยู่ในที่ลุ่ม ให้ขนย้ายยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และเครื่องปั่นไฟไว้ในที่สูง เพื่อลดความสูญเสีย พร้อมให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และให้จัดเตรียมแผนบริการประชาชนในกรณีที่เกิดน้ำท่วม ทั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว ทีมฟื้นฟูเยียวยาทางสุขภาพจิต การจัดระบบบริการเฉพาะกลุ่มที่ต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยจิตเวช ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมทั้งการปรับบริการนอกพื้นที่ หากประชาชนเดินทางไปรักษาหรือไปตามนัดไม่ได้

           นายแพทย์ณรงค์ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่พบบ่อยในช่วงน้ำท่วมคือส้วมอาจใช้การไม่ได้ เสี่ยงเกิดการระบาดของโรคอุจจาระร่วง หรืออาหารเป็นพิษได้ง่าย พบได้ทุกปี โดยอาหารที่ประชาชนควรหลีกเลี่ยงบริโภค 10 รายการ ได้แก่ ลาบ/ก้อยดิบ ยำกุ้งเต้น ยำหอยแครง ข้าวผัดโรยเนื้อปู อาหารหรือขนมที่ราดด้วยกะทิสด ขนมจีน ข้าวมันไก่ ส้มตำ สลัดผัก และน้ำแข็ง เนื่องจากอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ในวัตถุดิบ หรือบูดเสียง่าย โดยหลังรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไปประมาณ 1-7 ชั่วโมง จะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง ท้องเสีย ปวดท้อง อ่อนเพลีย หากมีอาการรุนแรง อาจเกิดตะคริวที่ท้อง ชักกระตุก ช็อก และหมดสติ ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดให้ความรู้ประชาชน เพื่อป้องกันการป่วยจากโรคดังกล่าว และให้โรงพยาบาลทุกแห่งให้การรักษาทันที โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ หากถ่ายเหลวเกิน 2 ครั้งขึ้นไป ให้รีบไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ อสม.ที่อยู่ใกล้บ้าน

          ด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 27 กรกฎาคม พบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ 73,519 รายจาก 77 จังหวัดไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการมักไม่รุนแรง ในเบื้องต้นประชาชนสามารถรักษาโรคนี้ได้เอง โดยดื่มสารละลายเกลือแร่แทนน้ำเปล่า ไม่ซื้อยาฆ่าเชื้อมารับประทานเอง หากอาการไม่ดีขึ้น อ่อนเพลียมากให้รีบไปพบแพทย์

           สำหรับการป้องกันโรคอาหารเป็นพิษที่ดีที่สุดคือ ยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ อาหารค้างคืนต้องอุ่นให้เดือดก่อน ในกลุ่มอาหารทะเลต้องปรุงสุก หลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะกุ้ง หอย ปลาหมึก ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ควรรับประทานทันที หรือไม่เกิน 2 - 4 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ ส่วนอาหารถุงและอาหารกล่อง ควรบรรจุแยกกันระหว่างข้าวและกับข้าว ควรรับประทานภายใน 4 ชั่วโมง อาหารบริจาคเช่น อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องกระป๋อง ก่อนบริโภคขอให้ตรวจดูวันหมดอายุ ดูสภาพสีกลิ่น และภาชนะบรรจุ หากหมดอายุหรือมีลักษณะผิดปกติ เช่น กระป๋องบุบ บวม มีสนิมให้ทิ้ง

 

 

          ที่มา: เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์

          ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม