ฟิต เฟิร์ม ฟัน ...เคล็ดไม่ลับเพื่อสุขภาพ

| |
อ่าน : 5,240

       เชื่อว่าทุกคนทราบว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีกับสุขภาพ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี แต่หลายคนมักจะอ้างเหตุผลของการไม่ออกกำลังกาย ว่าไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ มากมาย แท้จริงแล้ว การออกกำลังให้สุขภาพดีไม่เป็นเรื่องที่ยุ่งยากแต่อย่างใด ทั้งยังสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา

/data/content/2014/07/25219/cms/e_bfinqtwy6789.jpg

    เพื่อเป็นการเรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพของชาวออฟฟิศ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม "Fit Firm Fun" Workshop การบริหารร่างกายและการกินอยู่ที่ถูกหลักโภชนาการที่เหมาะสมกับรูปแบบชีวิตของคนทำงาน

    นายภคพงศ์ วิเศษสินธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายจาก FIT-D กล่าวว่า ปัจจุบันคนวัยทำงานมักจะมีอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม เนื่องจากมีอาการของกล้ามเนื้อตึงตัว พฤติกรรมนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ เล่นโทรศัพท์มือถือแท็บเล็ตด้วยท่าทางซ้ำๆ ครั้งละนานๆ และขาดการขยับเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งข้ออ้างที่หลายคนไม่ออกกำลังกาย ก็มักจะบอกว่าไม่มีเวลา และสถานที่ไม่เอื้ออำนวยให้ทำ ดังนั้นการยืดเหยียดร่างกายเป็นทางออกที่ดีให้ทุกคนหันกลับมาบริหารสุขภาพตัวเองได้

    การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระบบหัวใจ ระบบการหมุนเวียนโลหิต การยืดเหยียดที่เหมาะสมจะช่วยรักษาความสามารถในการเคลื่อนไหว ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อเอ็น ข้อต่อต่างๆ ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้การทำงานความสัมพันธ์ของระบบประสาทกล้ามเนื้อ

  /data/content/2014/07/25219/cms/e_cdefghkrst13.jpg  โดยท่าบริหารง่ายๆ เมื่อต้องนั่งทำงานบนเก้าอี้เป็นเวลานาน ควรบริหารร่างกายด้วยท่ายืดกล้ามเนื้อหลังส่วนบน ด้วยการประสานนิ้วมือเข้าด้วยกันไว้หลังศีรษะ โดยให้ข้อศอกทั้งสองด้านกางออกนอกลำตัว ค่อยๆ ดึงไหล่เข้า-ออกพร้อมกันโดยให้ค้างไว้ 5 วินาที ทำ 5 ครั้ง ก็จะช่วยขจัดอาการเมื่อยล้าหลัง หรือจะใช้การบริหารด้วยท่าหมุนข้อเท้า เพื่อคลายความปวดเมื่อย เริ่มจากถอดรองเท้าออก จากนั้นยกเท้าซ้ายพาดบนขาขวา มือซ้ายยืดข้อเท้าซ้ายให้อยู่กับที่ มือขวาจับปลายเท้าซ้ายหมุนไปมาสลับด้านกัน ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นข้อเท้าขวา โดยทำซ้ำตามขั้นตอนเดิม การบริหารท่านี้ช่วยบรรเทาอาการเมื่อยเท้าที่เกิดจากการนั่งเก้าอี้เป็นเวลานาน ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญพลังงานให้ขจัดความเมื่อยล้าที่สะสมอยู่ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพให้ดีดังเดิม

    เพียงแค่ขยับร่างกาย ยืดเหยียดด้วยท่าทางง่ายๆ ก็เป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์ที่ดีกับสุขภาพและสามารถทำได้ในออฟฟิศ อีกทั้งควรหมั่นลุกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง การบริหารร่างกายลักษณะนี้เพียงใช้เวลาไม่มาก เราก็สามารถห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรมและคลายอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวได้แล้ว

    ด้านนายพศิษฐ์ คณาศิริชัยนนท์ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ วิทยากรจากเพจ “เมื่อวานป้าทานอะไร? กล่าวว่า อาหารที่เราทานเข้าไปมีผลต่อสุขภาพอย่างมาก  ดังคำพูดที่ว่า “You are What You Eat” หากเราไม่เลือกรับประทานก็อาจเสี่ยงเป็นโรคร้ายตามมาได้ง่าย เช่น ชอบรับประทานอาหารประเภทไขมันมากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคไขมันในเลือดอุดตัน รับประทานอาหารรสจัดมากๆ นอกจากการเสี่ยงกับโรคกระเพาะอาหารแล้วยังทำให้ไตทำงานหนัก และร้ายแรงสุดของโรคจากการกินก็คือ โรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่

        ในปัจจุบันคนส่วนมากไม่ได้ใส่ใจเรื่องการกินเท่าที่ควร ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ ประกอบกับพฤติกรรมการกิน/data/content/2014/07/25219/cms/e_fkopquvwy257.jpgที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด มีความสะดวกสบาย ขยับเขยื้อนน้อยลง เช่น คนเมืองที่ต้องซื้อกินมากกว่าทำกินเองที่บ้าน ขาดผักและผลไม้ โดยปัญหาที่พบเจอของคนสมัยนี้ก็คือ 1.การทานบุฟเฟต์ 2.การทานฟาสต์ฟู้ด 3.การอ่านฉลากโภชนาการไม่ถูกต้อง ทำให้รับประทานเกินปริมาณ และ 4.การกินอาหารเสริมเพื่อลดความอ้วน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลเสียต่อร่างกาย

      นอกจากนี้ อาหารที่มีรสจัด โดยเฉพาะรสหวาน มัน และเค็ม มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ได้อย่างคาดไม่ถึง เราควรหลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม อาทิ รสหวาน เราไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน น้ำตาลที่ได้รับเกินจะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสม ทำให้เป็นโรคอ้วน ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันในเลือด โรคมะเร็ง เป็นต้น

      รสมัน ใน 1 วันควรได้รับไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 20 กรัม เพราะไขมันอิ่มตัวเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คอเลสเตอรอลในร่างกายสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ และรสเค็ม ควรได้รับเกลือโซเดียมไม่เกิน 2,400 มิลลิกรัม เพราะการได้รับโซเดียมเกินจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคไตและความดันโลหิตสูง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากโรคร้ายต่างๆ เราจึงควรเปลี่ยนพฤติกรรม รับประทนอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลือกรับประทานอาหารที่ใช้วิธีการนึ่ง ต้ม อบ แทนการทอด รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรค

      ฟิตใจ เพื่อกายเฟิร์ม

      โส่ย-วิพล  ทรัพย์อำนวย ข้าราชการอายุ 38 ปี ผู้เข้าร่วมกิจกรรม บอกว่า กิจกรรม Fit Firm Fun ทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้เราหันกลับมาดูแลสุขภาพ และกลับมาลดน้ำหนักอีกรอบ ซึ่งเมื่อก่อนตอนที่อ้วนเคยลดน้ำหนักได้ถึง 40 กิโล ภายใน 3 เดือน เนื่องจากอายุที่มากขึ้นบวกกับภาระงาน ทำให้ไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย ทำให้กับมาอ้วนอีก วันนี้หลังจากได้เทคนิคในการเลือกรับประทานอาหาร ก็จะนำไปปรับใช้ผสมกับการออกกำลังกายครับ

      ด้าน แสง-สุทธิรัตน์ วุฒิเลิศยนต์ พนักงานบริษัท อายุ 34 ปี บอกว่า ปกติตัวเองเป็นคนที่ใส่ใจสุขภาพอยู่แล้ว ก็จะค่อยติดตามข่าวสาร กิจกรรมที่มีประโยชน์ พอทราบข่าวจึงมาร่วม ซึ่งทำให้เราทราบและได้รับความรู้ในการดูแลตัวเอง สามารถปรับมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการออกกำลังกายด้วยท่าทางง่ายๆ ที่ทำได้เองทุกสถานที่ และเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน ที่ควรลดหวาน มัน เค็ม แต่ต้องเพิ่มผักผลไม้ ซึ่งทั้งหมดนี้หากเรานำไปปฏิบัติได้ก็จะเกิดผลดีกับสุขภาพของเราค่ะ.

 

 

     ที่มา: เว็บไซต์ไทยโพสต์

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม