ผสานความต่างสร้าง 'องค์กรแห่งความสุข'

โดย
| |
อ่าน : 15,814

          ในสภาพสังคมปัจจุบัน การทำงานในองค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ การเจอะเจอกับโครงสร้างของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละสังคมที่แตกต่างกันในเรื่องของช่วงวัย ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายของผู้บริหาร และของเพื่อนร่วมงานที่จะต้องก้าวผ่านอุปสรรคในเรื่องนี้ไปให้ได้

/data/content/2014/06/24613/cms/e_ghklmntx2678.jpg

          ปัญหา Generation Gap หรือช่องว่างระหว่างวัย ของสมาชิกในองค์กรต่างๆ เป็นอีกหนึ่งเรื่องเร่งด่วนในบ้านเรา เนื่องจากปัจจุบัน คนมีแนวโน้มที่จะเกษียณอายุช้าลง เมื่อพวกเขาสุขภาพแข็งแรงขึ้น ในขณะเดียวกัน เด็กรุ่นใหม่ที่ก้าวออกจากรั้วสถาบันการศึกษา ก็เลือกที่จะเดินหน้าทำงานมากกว่าที่จะศึกษาต่อ ในขณะเดียวกัน ประชากรกลุ่มที่อยู่ตรงกลางซึ่งเป็นวัยทำงานเต็มตัว ก็ยังไม่มีแผนการจะเกษียณตัวเองก่อนกำหนด เพราะสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่รัดตัวผลักดันให้พวกเขาต้องยึดโยงอาชีพการงานเป็น หลักประกันที่มั่นคงให้กับชีวิต

          เรากำลังกล่าวถึง 3 เจเนอเรชั่นที่มีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของบ้านเราในปัจจุบัน เจเนอเรชั่นที่มีความต่าง ทั้งด้านความคิด ทัศนคติ และที่สำคัญคือ แรงจูงใจและความทุ่มเทในการทำงาน

          สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ร่วมกับ สสส. หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดงานเสวนาเชิงวิชาการ ภายใต้หัวข้อเรื่อง The Perfect TRI-GENs InnoSync : To Build Your Own Innovative Organization สมานสามความต่าง อย่างสร้างสรรค์ สู่องค์กรนวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบโดยเป็นการเปิดเผยผลสำรวจการทำงาน และเก็บตัวอย่างข้อมูลจากองค์กรภาครัฐและเอกชนจำนวน 12 แห่ง เพื่อศึกษาโครงสร้างเชิงประชากรศาสตร์ของคนทำงานในแต่ละองค์กร มุ่งหวังการลดปัญหาช่อว่างทั้งเรื่องความคิด ทัศนคติ และการลงมือปฏิบัติของคนต่างวัย และเพื่อให้องค์กรเดินไปข้างหน้าได้อย่างเป็นสุข

          ปัจจุบัน เจนเนอเรชั่นในองค์กรแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามช่วงอายุ ได้แก่ เบบี้บูมเมอร์ส (Baby Boomers) คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489-2507 คนกลุ่มนี้จะมีลักษณะเป็นคนยึดมั่น ไม่เปลี่ยนแปลงความคิดง่ายๆ บางครั้งจึงถูกมองว่าเป็นพวกอนุรักษ์นิยม หรือไม่ก็หัวเก่าไปเลย

          ต่อมาคือ เจเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Generation X) หรือที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2508-2519 คนกลุ่มนี้คือกลุ่มวัยกลางคนที่ยินดีรับการเปลี่ยนแปลง ใช้เทคโนโลยีในการทำงานได้ดี ให้ความสำคัญต่อสัมพันธภาพทั้งเพื่อนร่วมงานและครอบครัว

          และสุดท้าย เจเนอเรชั่นวาย (Generation Y) คือคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2520-2537 ซึ่งจะมีลักษณะคือ คนกลุ่มนี้จะให้ ความสนใจเทคโนโลยีอย่างมาก มีความสามารถในการทำงานหลายด้าน ที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร และสื่อหลายประเภท

          รศ.นพ.อนุพันธ์ ตันติวงศ์ อาจารย์แพทย์สาขาวิชาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า กระทั่งศิริราชเอง มีบุคลากรที่ประจำทำงานอยู่กว่า 14,000 คน ดังนั้นความแตกต่างเรื่องเจเนอเรชั่นรวมไป ถึงความหลากหลายทางความคิดย่อมมีอยู่บ้างเป็นเรื่องธรรมดา

          "แต่คนศิริราชได้รับการปลูกฝังปรัชญา ความเชื่อ หลักคิดและค่านิยม ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมทั้ง แนวคิดที่เป็นพระปณิธานคำสอนในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ได้ทรง/data/content/2014/06/24613/cms/e_abdehkmtuwz8.jpgพระราชทานไว้ ทำให้ความแตกต่างถูกหล่อหลอมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน"

          รศ.นพ.อนุพันธ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในองค์กรที่เกิดความแตกต่าง ขึ้นนั้น เพียงแค่เปิดใจ ยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันอย่างจริงใจ ให้เกียรติกันก็จะสามารถอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมเดียวกันได้อย่างมีความสุข

          ทางด้าน ศาสตรา มังกรอัศวกุล ผู้บริหารฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า "การแก้ปัญหาเรื่องความแตกต่างจะต้องมีค่านิยมขององค์กรเอาไว้และพนักงานต้องรับได้ โดยให้ความสำคัญที่วิธีการและที่สำคัญคือ พนักงาน ทุกคนต้องมีความสุข" ศาสตราอธิบาย

          แม้ลักษณะความคิด การทำงานจะแตกต่างกัน แต่องค์กรจำนวนไม่น้อยก็ได้แสดงให้ทุกฝ่ายได้เห็นว่า การที่เราปรับตัวและปรับแผลกลยุทธ์ไปตามเจเนอเรชั่นต่างๆ รวมทั้งเปิดใจยอมรับในสิ่งที่เขาเหล่านั้นเป็น จะช่วยทำให้องค์กรเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งด้วยเช่นกัน

 

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

          ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • PERSONA HEALTH คัดข้อมูลสุขภาพที่ใช่ ให้ตรงกับตัวคุณ -
  • คู่มือ การจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (ฉบับปฏิบัติการ) -
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • คู่มือแยกกักตัวที่บ้าน เรื่องควรรู้ที่คุณหมอรวบรวมมาให้ -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 -
  • ชัวร์โควิดและวัคซีน -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาอังกฤษ -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาลาว -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาพม่า -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษากัมพูชา -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

นวดเลิกบุหรี่  เด็กแนว  บอลโลก  พูดคุย  ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน  ฝักบัว  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  การวางตัว  ซาร์ส  รักษาต้นน้ำ  พิจิตร แข่งเรือยาว แชมป์ ประเพณี ลุ่มน้ำ  Happy Society  รีไซเคิลจักรยาน  การรักษาสิ่งแวดล้อม  สารรคดีเรื่องเหล้าจ้าง  องค์ดำนาลันทา  เม็ดเลือดแดง  โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth ประกาศผล บริษัทผู้ผลิตเนื้อหาสุขภาวะสร้างสรรค์เชิงบวก เผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อโทรทัศน์ทุกประเภท สุขภาพกาย สุขภาพใจ สร้างเสริมสุขภาวะ เสริมทัศนคติ ค่านิยม พฤติกรรมเชิงบวก สร้างกระบวนการเรียนรู้ ความเท่าเทียมกันในสังคม  อ่อนเยาว์  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม