10 กว่าปี กับการศึกษาไทยที่ยังไม่พัฒนา

โดย
| |
อ่าน : 3,768

           ผู้จัดการ สสค. เผย การศึกษาไทยผ่านมา 10 กว่าปียังไม่เดินหน้า ชี้เด็กจบมหาวิทยาลัยไม่ได้ตอบโจทย์ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา

/data/content/2014/05/24455/cms/e_diklmowxz148.jpg

           นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) อภิปรายเรื่อง "การพัฒนาการศึกษาไทยและมุสลิมไทย:ต้นทุนและศักยภาพในเวทีอาเซียน " ในการประชุมวิชาการโลกมุสลิมประจำปี 2557 ว่า ในยุคโลกาภิวัฒน์สังคมและทุกคนต้องเร่งพัฒนาตนเองให้พร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของประเทศไทยกลับตกต่ำลง ซึ่งสวนทางกับงบประมาณที่รัฐลงทุนไปกับระบบการศึกษาอย่างสิ้นเชิง

          นพ.สุภกร กล่าวต่อไปว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ประกาศใช้มา 10 กว่าปี แต่ระบบการศึกษาไทยยังไม่กระเตื้อง โครงสร้างการศึกษายังเป็นปัญาหาเรื้อรังที่มีผลต่อเด็กไทยหลายล้านคน ในจำนวนเด็กไทยที่เกิดมาปีละราว 9 แสนคน ร้อยละ 10 หรือ 9 หมื่นคน หลุดออกไปจากระบบการศึกษาก่อนจบชั้นม.3 หรือภาคบังคับ ร้อยละ 30 หรือ 2.7 แสนคน ยุติชีวิตการเรียนลงตั้งแต่ชั้น ม.3 ร้อยละ 20 หรือ1.8แสนคน ออกจากระบบการศึกษาไปเมื่อจบชั้นม.6 หรือ ปวช.ซึ่งส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้หลุดออกไปด้วยปัญหาความยากจน และความจำเป็นในชีวิต และร้อยละ 40 หรือ 3.6 แสนคน เท่านั้นที่เข้ามาถึงระดับอุดมศึกษา และจะจบออกมา 3 ใน 4 จากทั้งหมด

          “เด็กที่จบระดับอุดมศึกษา 1 ใน 3 มีงานทำ เพราะฉะนั้นการเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ความสำเร็จที่สุดในระบบการศึกษาไทย"

          นพ.สุภกร ชี้แจงว่า การสูญเสียการศึกษาทำให้ท้องถิ่นสูญเสียรายได้กว่า 85 ล้านบาทต่อปี หากคำนวณรายได้ตลอดชีพในช่วงอายุทำงาน 15-60 ปีระหว่างคนที่ไม่จบชั้น ม.3 กับคนที่จบ ม.3 หรือ ม.6 ปวช.และที่จบปริญญตรี จะมีความต่างของรายได้สะสมหลายล้านบาท ดังนั้น ควรจะกระตุ้นการใช้จ่ายและเศรษฐกิจในท้องถิ่น อาทิ เด็กที่ออกก่อนจบม.3 ที่เป็นแรงงานกินค่าแรงขั้นต่ำทำเงินตลอดอายุการทำงานอายุ 15-60 ปี น้อยกว่าคนจบปริญญาตรี 2 เท่า สูญเสียรายได้ปีละ 50 ล้านบาทส่วนใหญ่เข้าไปเป็นแรงงานในเมืองต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 50%ของรายได้เหลือกลับถิ่นแค่ 50% สูญเสียรายได้ออกนอกท้องถิ่นอีกปีละ 15  ล้านบาท อีกทั้งพ่อแม่ที่ไม่ไว้ใจโรงเรียนในท้องถิ่นส่งลูกเข้าเมืองเสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอย่างน้อย 2,500 บาทต่อคนต่อเดือนเป็นค่าใช้จ่ายของลูกที่ไปเช้า-เย็นกลับเสียค่าใช้จ่ายในการส่งลูกเรียนในเมืองอีกปีละ 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข

          นพ.สุภกรกล่าวด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากคุณภาพการศึกษาในโรงเรียน ที่เน้นจะเน้นพัฒนาโรงเรียนที่ดังๆ ไม่กี่แห่ง ส่วนโรงเรียนที่เหลืออีก 2-3 หมื่น กลับถูกมองข้าม หรือเด็กที่จบมหาวิทยาลัยออกมาทำงานไม่เป็นเพราะเด็กเหล่านี้ไม่ได้ถูกสอนให้เตรียมพร้อมออกมาทำงานเหมือนลูกนกที่อยู่ในกรงเมื่อถูกปล่อยออกไปหากินไม่ได้สุดท้ายก็ไม่รอด ดังนั้นการจะแก้ระบบการศึกษาต้องแก้ที่คุณภาพและต้องเอาเด็กเข้าสู่ระบบ

 

 

           ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

          ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม