4 เดือน คนโทรปรึกษาสุขภาพจิตกว่าหมื่นสาย

โดย
| |
อ่าน : 3,693

/data/content/2014/05/24366/cms/e_abgjklqs2478.jpg

          กรมสุขภาพจิต เผย 4 เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนโทรปรึกษาสุขภาพจิต กว่า 12,000 ครั้ง เผยเครียด-วิตกกังวลต่อสถานการณ์บ้านเมืองมากสุด

          นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากรายงานการให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตทางโทรศัพท์ สายด่วน 1323 ตั้งแต่เดือนมกราคม–เมษายน ที่ผ่านมา พบว่า มีการให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต จำนวน 12,104 ครั้ง ผู้รับบริการเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 21-40 ปี ปัญหาสุขภาพจิต ที่ขอรับบริการมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ความเครียด/วิตกกังวล ร้อยละ 28.83 2. โรคทางจิตเวช ร้อยละ 23.65 3. ปัญหาครอบครัว ร้อยละ 7.46 4. ปัญหาเรื่องเพศ ร้อยละ 7.31 และ 5. ปัญหาพฤติกรรม ร้อยละ 4.78

          อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ในจำนวนประชาชนที่มีความเครียด/วิตกกังวล ร้อยละ 3.53 ระบุว่า มีความเครียด/วิตกกังวลกับสถานการณ์บ้านเมือง โดยช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ จะขอรับบริการปรึกษามากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงของการเตรียมการเลือกตั้ง การเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ทั้งนี้ ประเด็นปัญหาทางการเมืองที่ทำให้เครียด/วิตกกังวล ได้แก่ เครียด/วิตกกังวลจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อ ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ญาติ/คนใกล้ชิดที่เข้าร่วมชุมนุมมีอารมณ์รุนแรง โกรธแค้น เมื่อตนเองรับฟังข้อมูลข่าวสารการเมืองผ่านสื่อต่างๆ

          รวมทั้งการพูดคุยกับคนใกล้ชิดหรือเพื่อนร่วมงานที่มีความเห็นต่างทางการเมือง ทำให้รู้สึกเครียด ขณะที่คนในครอบครัวเมื่อรับฟังข่าวสารแล้วเกิดอารมณ์หงุดหงิด มีอารมณ์ร่วมไปกับสถานการณ์ สุดท้ายมาลงกับคนในครอบครัวหรือสัตว์เลี้ยง เกิดความขัดแย้งในครอบครัว ตลอดจนเครียดจากการประกอบอาชีพไม่ได้/รายได้ลดลง การเดินทางลำบาก กลัวเกิดอันตรายกับคนในครอบครัว/เพื่อนที่เข้าไปร่วมชุมนุม และกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น

          "ระดับความเครียดของคนไทยจะมีค่าคงที่ แต่เมื่อมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเข้ามา ระดับความเครียดก็จะเพิ่มขึ้น เช่น เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ อุทกภัย แผ่นดินไหว ซึ่งสถานการณ์บ้านเมืองก็เป็นอีกวิกฤติหนึ่งที่พบว่าทำให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น และถือเป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ อย่างไรก็ตาม หากเราดูแลจิตใจตัวเองไม่ดี ไม่มีการผ่อนคลายความเครียด ย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจเราแน่นอน และที่แย่มากไปกว่านั้น คือ การเสียความสัมพันธ์ที่ดี เกิดความขัดแย้ง และอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม กรมสุขภาพจิตมีแผนติดตามความเครียดของคนไทย และเตรียมเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตจากสถานการณ์บ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง" อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

          นอกจากนี้ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้เน้นย้ำว่า 1. ประชาชนควรดำเนินรูปแบบการใช้ชีวิตหลักๆ ได้แก่ กิน อยู่ นอน หลับ ให้เป็นปกติมากที่สุด และหาวิธีผ่อนคลายตัวเองหรือจัดการกับความเครียดบ้าง เช่น ออกกำลังกาย ทำสมาธิ หายใจคลายเครียด เป็นต้น 2. ไม่ควรติดตามข่าวสารต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน ให้มีช่วงพักบ้าง เพราะสมองของเราถ้าใช้เวลาจดจ่อกับอะไรช่วงหนึ่งแล้ว ต้องการเวลาพักประมาณ 45 นาที-1 ชั่วโมง 3. พึงตั้งสติและระมัดระวังการรับหรือส่งข้อมูลข่าวสารที่จะสร้างความเครียด เพิ่มความโกรธ ความเกลียดแค้นชิงชัง โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบัน กอ.รส. ได้ออกคำสั่งขอความร่วมมือกับสังคมออนไลน์ ห้ามเผยแพร่ข้อความปลุกระดม ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งสร้างความรุนแรง ความไม่น่าเชื่อถือและไม่เคารพกฎหมาย ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามจะมีผลทางกฎหมายทั้งนี้ ผู้ที่เคยระบายอารมณ์ ความรู้สึกอึดอัดผ่านโซเชียลมีเดีย ควรเปลี่ยนเป็นพูดคุย หรือส่งข้อความกับเพื่อนที่เข้าใจกัน เพื่อระบายความอึดอัดออกไป

          4. รักษาสมดุลชีวิต ทำหน้าที่การงานอย่างเต็มศักยภาพ ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรมผ่อนคลายร่วมกัน ถอนตัวออกจากเหตุการณ์การเมืองสักระยะหนึ่งบ้าง และที่สำคัญ 5. รักษาสายสัมพันธ์ที่ดีของทุกคนในสังคมให้คงอยู่ อย่าให้เรื่องของการเมืองเข้ามามีอิทธิพลมากเกินไป เมื่อเกิดความเห็นต่าง ควรคุยกันโดยมีกติการ่วมกันว่า จะคุยเพื่อทำความเข้าใจและเรียนรู้ความคิดเห็นของอีกฝ่าย โดยต้องรับฟังกัน ไม่มุ่งเอาชนะกัน แต่ถ้าคุยกันไปแล้วรุนแรงขึ้นจนระงับอารมณ์ไม่ได้ ก็ให้เลิกคุย ไม่ต้องใช้เหตุผลมาเถียงกันโดยสามารถขอรับบริการปรึกษาได้ที่สายด่วน 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง หรือขอรับบริการในหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตได้ทุกแห่งทั่วประเทศในวันและเวลาราชการ.

 

 

          ที่มา: เว็บไซต์ไทยรัฐ

         ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม