“นิวรณ์ 5” ตัวยุ่ง “ป่วน” สมาธิ

| |
อ่าน : 24,166

          ตามหลักทางศาสนาพุทธ การรู้เท่าทันใน “อารมณ์” ของตนเอง มีประโยชน์อย่างมากต่อการปฏิบัติธรรมและการใช้ชีวิตให้เป็นสุข ขณะเดียวกันตามหลักของการมีชีวิตที่ดี การรู้เท่าทันอารมณ์และรู้จักจัดการกับอารมณ์นั้นๆ อย่างเหมาะสม คือการป้องกันโรคได้ทั้งทางกายและใจ

 

/data/content/2014/05/24248/cms/e_cfhklmqtv257.jpg

          หากคุณเป็นพุทธศาสนิกชน เชื่อว่าน่าจะเคยได้ยินคำว่า “นิวรณ์ 5” มาบ้างไม่มากก็น้อย โดยหากมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมและตามดูจิตของตนเองด้วย ก็จะรู้ว่า “นิวรณ์ 5” นั้นคอยสลับมาเป็น “เพื่อน” อยู่ในใจบ่อยครั้ง...

          “เปรียบได้กับเพื่อนตัว ‘ป่วน’ ที่มีอยู่ในตัวกันทุกคน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่” ศิริพร ฉัตรหิรัญมงคล ผู้ประสานงานโครงการศิลปะเพื่อชีวิตและอิสรภาพของคนรุ่นใหม่ เล่าถึงคำจำกัดความสั้นๆ ของ “นิวรณ์ 5” หรือ “ป่วน” ที่ทางโครงการฯ นำมาสื่อสารกับสังคมให้เข้าใจง่ายขึ้น ภายใต้ “โครงการศิลปะเพื่อชีวิตและอิสรภาพของคนรุ่นใหม่” (Art for life and freedom of the youth) เครือข่ายพุทธิกา

          เธอเล่าถึงที่มาของโครงการฯ ว่า ในปี 2554 เครือข่ายพุทธิกาต้องการจะทำงานเพื่อเป็นอารยบูชาแก่ พระธรรมปิฏก (ป.อ.ปยุตโต) ทางทีมงานจึงคิดถึงการประยุกต์ศาสนธรรมเพื่อสอนแก่เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีความรู้ถึงสภาวะทางอารมณ์มากขึ้น การนำ “นิวรณ์ 5” ภาวะทางอารมณ์ที่แต่ละคนมีอยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก รวมถึงไม่รู้ด้วยว่า สภาวะทางอารมณ์ที่แต่ละคนมีอยู่นี้คือ นิวรณ์ 5 ขึ้นมาเผยแพร่ จึงเป็นการสร้างความเข้าใจให้แต่ละคนเตรียมความพร้อมที่จะรับมือและรู้ถึงวิธีจัดการกับอารมณ์ของตนเองอย่างเหมาะสม

          แล้วอะไรกันนะ ที่เรียกว่า “นิวรณ์ 5”

   /data/content/2014/05/24248/cms/e_adnqstuz2379.jpg       หากไม่ใช้คำบาลี พูดให้ง่ายขึ้น “นิวรณ์ 5” ก็คือ ความอยาก ความโกรธ ความเหงา ความฟุ้งซ่าน ความลังเลสงสัย ซึ่งล้วนแต่เป็นความรู้สึกที่ผลัดกันเข้ามากีดขวาง “จิต” ของแต่ละคนให้เกิดสมาธิขึ้นได้ยาก จึงเป็นสาเหตุของการเกิดทุกข์ประการหนึ่ง

          “โครงการนี้ตั้งใจที่จะสร้างการรับรู้ และความเข้าใจให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่สามารถประยุกต์ธรรมะและนำไปใช้แก้ไขปัญหาในการดำเนินชีวิตได้อย่างตรงจุด รู้ถึงที่มาของพฤติกรรมว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร รวมถึงผลของอารมณ์หลังจากทำไปแล้ว”

          โดยหลักของการทำงานก็คือการนำ “นิวรณ์ 5” หรือตัวป่วนทั้ง 5 ขึ้นมาเล่าใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้นดังนี้

          (1) ความอยาก (กามฉันทะ) หมายถึง ความอยากได้ของที่ปรารถนา พึงพอใจในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่ชอบ อยู่นิ่งกับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งไม่ได้ ไม่พอใจกับสิ่งที่มีอยู่เรื่อยไป

          (2) ความโกรธ (พยาบาท) หมายถึง ความกลัดกลุ้ม ความไม่พอใจ เกลียดชัง หงุดหงิด เห็นอะไรก็ขัดใจไปหมด ใจเย็นได้ยาก

          (3) ความเหงา เซ็งหรือซึม (ถีนมิทธะ) หมายถึง อาการเซ็งๆ ซึมๆ แยกเป็นทางกายกับใจ อาการทางกาย คืออาการเซื่องซึม ง่วง อืดอาด มึนๆ อาการทางใจ คือความหดหู่ ห่อเหี่ยว ท้อแท้ เหงาและหงอย อาการทั้ง 2 อย่างทำให้ขาดความเพียรพยายาม

          (4) ความฟุ้งซ่าน วุ่นวายใจ (อุทธัจจกุกกุจจะ) หมายถึง ความฟุ้งซ่าน รำคาญ กระสับกระส่าย ใจมันวิ่งพล่าน ไม่หยุดนิ่ง คิดเห็นอะไรจึงไม่ชัดเจน ขณะที่ความวุ่นวายใจ คือการรู้สึกว่ามีอะไรทำให้ใจมันรำคาญ ระแวง กลุ้มกังวล ทั้ง 2 อย่างทำให้ “จิต” หมุนไปมาไม่รู้จักหยุด

          (5) ความลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา) หมายถึง ความสงสัยไม่แน่ใจกับเรื่องต่างๆ ที่เขาว่าดีมีคุณค่า (ให้คุณค่ากับเรื่องดีๆ ไม่ได้) ไม่รู้จะเชื่อตามดีหรือไม่ ไม่รู้จะปฏิบัติตามดีหรือเปล่า ต้องตกอยู่บนทางแยกอยู่ตลอดเวลา

          “สิ่งที่ทางโครงการฯ ทำก็คือสะท้อนให้เห็นว่าเพื่อนตัวป่วนทั้ง 5 ของเรา มาทำให้เราไม่มีความสุขอย่างไร เพราะในตัวของพวกเราแต่ละคนมีอารมณ์พวกนี้อยู่แล้วเป็นประจำ ยกตัวอย่างเช่น เด็กมีความอยากได้โทรศัพท์ไอโฟน 5 ขอพ่อแม่แล้วไม่ได้ เด็กก็จะมีอารมณ์ไปต่างๆ นานา ทั้งโกรธ น้อยใจ เสียใจ ซึ่งเราต้องสอนให้เขาเท่าทันอารมณ์ของตัวเอง รู้จักมองย้อนกลับไปว่า จริงๆ แล้วอารมณ์แรกที่เกิดขึ้นมาในใจของตัวเองนี้คืออะไร ควรทำอย่างไร”

          การจัดกิจกรรมที่ผ่านมา ผู้ประสานงานโครงการฯ คนเก่งเล่าให้ฟังว่า ในปีแรกจัดนิทรรศการให้ความรู้เรื่องอารมณ์ผ่านสัญลักษณ์ ตัวป่วนทั้ง 5 ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร จากนั้นเปิดอบรม 5 เดือน เดือนละ 1 ครั้ง ผลตอบรับดี จึงจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 และ 3 โดยคงการให้ความรู้ให้รูปแบบของนิทรรศการเอาไว้

/data/content/2014/05/24248/cms/e_abdhiku34589.jpg

          “เป็นนิทรรศการซุ้มอารมณ์ 5 ซุ้ม แต่ละซุ้มมีกิจกรรมสะท้อนภาวะทางอารมณ์ไว้เพื่อสอนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าใจมากขึ้น เช่น ซุ้มความโกรธ ก็จะเป็นกิจกรรมให้ปาลูกบอลใส่รูปภาพบุคคล ผลก็คือปาลูกบอลใส่รูป ลูกบอลก็จะเด้งกลับมา สิ่งนี้สอนได้ว่าความโกรธ เมื่อแสดงออกไป ไม่เพียงแต่ทำร้ายคนอื่น มันยังสะท้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง บรรดาเพื่อนตัวป่วนทางอารมณ์จึงควรได้รับการดูแลให้ดี ไม่กดข่มไว้จนระเบิดออกมา” ศิริพรกล่าว

           สนใจศึกษาหรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ป่วน” สามารถติดต่อและติดตามได้ที่ “โครงการศิลปะระเพื่อชีวิตและอิสรภาพของคนรุ่นใหม่” ทาง www.budnet.org/puan และ www.facebook.com/puan2555?fref=ts

 

 

          เรื่องโดย : ชัชวรรณ ปัญญาพยัตจาติ Team Content www.thaihealth.or.th

          ภาพประกอบจากโครงการศิลปะเพื่อชีวิตและอิสรภาพของคนรุ่นใหม่

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม