เตือนภัย ‘จมน้ำ’ อุบัติภัยร้ายคร่าชีวิตเด็กไทย

โดย
| |
อ่าน : 7,725

           กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือนการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กไทย พร้อมแนะดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กเล่นน้ำหรือว่ายน้ำตามลำพัง ให้เด็กสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่โดยสารเรือหรือประกอบกิจกรรมทางน้ำ ฝึกฝนให้เด็กมีทักษะในการว่ายน้ำและช่วยเหลือตนเองเมื่อพลัดตกน้ำอย่างปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการจมน้ำเสียชีวิตในเด็ก

/data/content/2014/05/24129/cms/e_aceinpvw1348.jpg

          นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเสียชีวิตมากที่สุด โดยมีสาเหตุจากความซุกซน ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และการไม่มีทักษะในการว่ายน้ำ และช่วยเหลือตนเองอย่างถูกวิธีเมื่อพลัดตกหรือจมน้ำ รวมถึงผู้ปกครองไม่ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและสภาพแวดล้อมไม่ปลอดภัย

           เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอแนะวิธีป้องกันเด็กจมน้ำเสียชีวิต ดังนี้

          1.สำรวจจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยทางน้ำ โดยพาเด็กเดินสำรวจสภาพแวดล้อมบริเวณรอบบ้านและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้เด็กรู้ถึงจุดเสี่ยงอันตรายทางน้ำ พร้อมสอนเด็กมิให้เล่นใกล้แหล่งน้ำหรือริมตลิ่ง เพื่อป้องกันการพลัดตกน้ำ ทำให้จมน้ำเสียชีวิต

          2.ดูแลการเล่นน้ำของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กว่ายน้ำหรือเล่นน้ำตามลำพัง เพราะหากเด็กเป็นตะคริวหรือถูกสัตว์มีพิษกัด จะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งดูแลเด็กมิให้เล่นน้ำในลักษณะผาดโผนเพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้

          3.ให้เด็กใช้ห่วงยาง โฟมลอยน้ำ หรือสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่ประกอบกิจกรรมทางน้ำ แม้เด็กจะว่ายน้ำเป็นก็ตาม /data/content/2014/05/24129/cms/e_ahjlmnpwxz17.jpgหากประสบอุบัติเหตุเสื้อชูชีพจะช่วยพยุงตัวเด็กให้ลอยตัวรอการช่วยเหลือ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการจมน้ำเสียชีวิต

          4.สร้างสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยจากอุบัติภัยทางน้ำ ด้วยการปิดประตูห้องน้ำให้สนิท จัดให้มีฝาปิดหรือฝาครอบภาชนะกักเก็บน้ำ สร้างรั้วหรือทำตะแกรงกั้นล้อมรอบแหล่งน้ำ ติดป้ายเตือนอันตรายและจัดให้มีอุปกรณ์ช่วยเหลือคนตกน้ำไว้บริเวณใกล้ๆ แหล่งน้ำ พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสระว่ายน้ำ ผู้ปกครองที่พาเด็กไปว่ายน้ำควรเลือกสระว่ายน้ำที่ปลอดภัย โดยพิจารณาจากกฎระเบียบข้อบังคับ และสภาพแวดล้อมโดยรอบของสระว่ายน้ำ รวมถึงมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตและเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และให้เด็กเล็กเล่นน้ำในสระเด็กหรือสระน้ำที่มีระดับน้ำตื้น ตลอดจนฝึกฝนให้เด็กมีทักษะในการว่ายน้ำและช่วยเหลือตนเองเมื่อพลัดตกน้ำอย่างปลอดภัย โดยฝึกให้เด็กลอยตัวในน้ำได้เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 นาที ในท่าต่างๆ อาทิ ท่าปลาดาว ท่าแมงกะพรุน ท่าลูกหมาตกน้ำ ท่าแม่ชีลอยน้ำ โดยให้ปากและจมูกโผล่พ้นน้ำ ใช้มือทั้งสองข้างสลับกันพุ้ยน้ำ ใช้ขาถีบน้ำในท่าปั่นจักรยาน จะช่วยให้สามารถพยุงตัวลอยน้ำได้อีกทั้งควรฝึกให้เด็กว่ายน้ำจากท่าลอยตัวได้ในระยะ 15 เมตร หากพลัดตกน้ำเด็กจะสามารถช่วยเหลือตนเองเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย

           ทั้งนี้ การส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้อันตรายจากการเล่นน้ำ และวิธีป้องกันการจมน้ำจะช่วยลดความสูญเสียชีวิตจากการจมน้ำในเด็ก

 

 

          ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

          ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม