อาหารเป็นพิษ โรคฮิตหน้าร้อน

| |
อ่าน : 7,489

          กรมควบคุมโรค เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อโรค หรือดีดีซีโพล ครั้งที่ 4 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ กลัวการเจ็บป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง/อาหารเป็นพิษมากที่สุด (ร้อยละ 62.1) โดยกลุ่มตัวอย่าง คิดว่าน้ำแข็งที่แบ่งขายตามท้องตลาด ร้านอาหารไม่สะอาด (ร้อยละ 75.7)

 

/data/content/2014/04/23860/cms/gjmprsvyz356.jpg

          ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ กินอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น ปลาร้าดิบ ก้อยดิบ ลาบดิบ 61.2% นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์เพิ่มเติม พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่อยู่ในชนบทส่วนใหญ่กินอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น ปลาร้าดิบ ก้อยดิบ ลาบดิบ (ร้อยละ 38.2) ไม่เคยล้างมือก่อนการเตรียมและปรุงอาหาร จากผลโพลจึงเป็นการเน้นย้ำประชาชนให้ยึดหลักป้องกันการป่วยด้วยมาตรการ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและลดการเจ็บป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษอย่างยั่งยืน

          น.พ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังเป็นประธานการแถลงข่าว ดีดีซีโพล ครั้งที่ 4 เรื่อง โรคและภัยสุขภาพจากการท่องเที่ยว : โรคอาหารเป็นพิษ ซึ่งจากข้อมูลเฝ้าระวังโรคอาหารเป็นพิษ โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2557 พบผู้ป่วยจำนวน 31,627 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 49.79 ต่อแสนประชากร สูงสุด 5 อันดับแรก คือ อุดรธานี (173.30 ต่อแสนประชากร) หนองบัวลำภู (151.12 ต่อแสนประชากร) อุบลราชธานี (128.12 ต่อแสนประชากร) บุรีรัมย์ (117.21 ต่อแสนประชากร) และตราด (105.45 ต่อแสนประชากร) ส่วนภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 81.98 ต่อแสนประชากร ภาคเหนือ 58.13 ต่อแสนประชากร ภาคกลาง 29.09 ต่อแสนประชากร ภาคใต้ 10.48 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ โรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากคนรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรือสารพิษที่เชื้อโรคสร้างขึ้นเข้าไป การปนเปื้อนอาจเกิดขึ้นตั้งแต่แหล่งผลิตอาหาร แหล่งปรุงเสิร์ฟอาหาร หรือแม้กระทั่งปนเปื้อนขณะรับประทานอาหาร อาการที่พบ ได้แก่ ถ่ายเหลว มักร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ปวดท้องมาก คลื่นไส้ อาเจียน ไข้สูง ปวดเมื่อยเนื้อตัว และปวดข้อ เป็นต้น โรคอาหารเป็นพิษมักป่วยไม่รุนแรง ยกเว้นกรณีได้รับเชื้อปนเปื้อนชนิดรุนแรงในรายที่เสียน้ำและเกลือแร่มาก ในกรณีเด็กหรือผู้สูงอายุ เป็นต้น โรคนี้รักษาได้ตามอาการ เช่น การทดแทนด้วยน้ำและเกลือแร่ ด้วยสารละลายเกลือแร่ และน้ำตาลทางปาก

          น.พ.โสภณ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลดีดีซีโพล ครั้งที่ 4 นี้ เรื่องโรคและภัยสุขภาพจากการท่องเที่ยว : โรคอาหารเป็นพิษ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3,112 ตัวอย่าง ทั้งนี้ เมื่อสำรวจความคิดเห็นประชาชน พบว่า ในช่วงอากาศที่ร้อนอบอ้าวอย่างนี้ โรคยอดฮิตเกี่ยวกับอาหารและน้ำ ที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยากให้กรมควบคุมโรคดำเนินการก่อนในอันดับแรกคือ โรคอุจจาระร่วง คิดเป็น 53.8% รองลงมาคือโรคอาหารเป็นพิษในนักเรียน คิดเป็น 23.3% และโรคอหิวาตกโรค คิดเป็น 11.2% ตามลำดับ

          เมื่อเดินทางการเจ็บป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง/อาหารเป็นพิษ เป็นโรคที่กลุ่มตัวอย่างกลัวมากที่สุด (ร้อยละ 62.1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จากสภาพสังคมชนบท เมื่อมีอาการอาหารเป็นพิษไม่สามารถทำน้ำเกลือแร่และไม่แน่ใจทำน้ำเกลือแร่เพื่อรักษาตัวเองเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ 59.1 และ 57.5 ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์เพิ่มเติม พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าน้ำแข็งที่แบ่งขายตามท้องตลาด ร้านอาหารไม่สะอาดและ ไม่แน่ใจคิดเป็น 75.7% และ 73% กลุ่มตัวอย่างจากสภาพสังคมชนบท กินอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น ปลาร้าดิบ ก้อยดิบ ลาบดิบ โดยกินเป็นประจำ 5-7 วัน/สัปดาห์ คิดเป็น 61.8% และจากสภาพสังคมเมือง คิดเป็น 38.2% และกลุ่มตัวอย่างที่อยู่ในชนบทไม่เคยล้างมือก่อนการเตรียมและปรุงอาหาร มากกว่าเป็น 2 เท่าของกลุ่มตัวอย่างที่อยู่ในเมือง ข้อสรุปจากผลดีดีซีโพล ได้แก่ วิธีป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ คือ การป้องกันสาเหตุ ซึ่งที่สำคัญ คือ การป้องกันการติดเชื้อทาง อาหาร น้ำดื่ม และทางมือ

          คำแนะนำกรมควบคุมโรคเพื่อป้องกันตนเองจากโรคอาหารเป็นพิษเมื่อต้องเดินทาง ได้แก่ 1.ถ้าเตรียมอาหารไปจากบ้าน ไม่ควรเตรียมอาหารที่บูดเสียง่าย ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท ไม่ควรเก็บในที่ร้อนเกินไป ไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป ถ้าเป็นไปได้ ควรทำให้ร้อนก่อนรับประทาน 2.กรณีใช้อาหารกระป๋องสำเร็จรูป เลือกยี่ห้อและร้านค้าที่เชื่อถือได้ ฉลากอยู่ครบไม่ลบเลือน มีวันหมดอายุชัดเจน กระป๋องไม่มีรอยบุบ หรือโป่ง 3.เมื่อรับประทานอาหารตามร้าน ควรเลือกร้านที่ได้รับการรับรอง เลือกทานอาหารที่ปรุงสุก ใช้วัตถุดิบที่สด จัดเก็บได้ถูกต้อง ไม่มีแมลงวันตอม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารทะเล เนื้อสัตว์ และผักสด 4.เลือกซื้ออาหารที่ไม่ปรุงอาหารทิ้งไว้เป็นเวลานาน โดยเฉพาะอาหารประเภทที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบจะเสียง่ายกว่าปกติ อาหารประเภทยำ ลาบ ต้องปรุงให้สุก 5.หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่คุ้นเคย เช่น เนื้อสัตว์ป่า เห็ดป่า ปลาปักเป้า แมงกะพรุนสด ฯลฯ 6.ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนเตรียมอาหารและรับประทานอาหาร รวมทั้งหลังจากเข้าห้องน้ำ 7.ดื่มน้ำดื่มที่สะอาด ถ้าต้องดื่มน้ำนอกบ้าน เลือกดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์ที่มีตรา อย. และถ้ามีความจำเป็นต้องดื่มน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ควรนำมาต้มให้เดือดเสียก่อน ขอให้ฤดูร้อนนี้มีความสุขกับการท่องเที่ยวและพักผ่อน

 

 

          ที่มา เว็บไซต์หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

          ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม