ระวังถูกหลอกปล่อยพลังผ่านทีวีรักษาโรค

โดย
| |
อ่าน : 5,876

/data/content/2014/04/23718/cms/hjkmnrvxyz17.jpg          

          จิตแพทย์เตือนปล่อยพลังออกทีวีเสริมกำลังใจไร้ข้อพิสูจน์ ระวังถูกหลอก ระบุปรึกษากลุ่มคนเหล่านี้ได้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องคิดให้รอบคอบปัญหาต้นเหตุถูกแก้ไขและโดนหวังผลประโยชน์หรือไม่ ชี้สังคมไทยอยู่ในความเชื่อไสยศาสตร์มานาน แถมเครียดกังวลมากขึ้น การเข้าถึงบริการสุขภาพจิตน้อย จึงกลายเป็นทางเลือกที่สามในการปรึกษาปัญหาชีวิต

 

          นพ.วรตม์ โชตพิทยสุนนท์ รองผอ.สำนักยุทธศาสตร์สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต ในฐานะจิตแพทย์ด้านเด็กและสื่อ กล่าวถึงกรณีการทำพิธีกรรมส่งพลังพิเศษผ่านทางโทรทัศน์ เพื่อให้กำลังใจคนในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะกรณีชายผู้ใช้ชื่อ "เพอร์ซีอุส" ทำพิธีส่งพลังจากจักรวาลทั้ง 7 ผ่านช่องเคเบิลทีวีแห่งหนึ่ง ว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่บ่งบอกว่าคนเรามีพลังที่สามารถส่งทอดต่อกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งพลังผ่านสื่ออย่างโทรทัศน์ ยิ่งไม่มีการพิสูจน์ แต่เรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะไม่ว่าคนชาติไหนล้วนแต่ต้องการที่พึ่งทางจิตใจทั้งนั้น เพียงแต่จะแตกต่างกันไปตามลักษณะสังคมที่อยู่อาศัย ซึ่งประเทศไทยอยู่ในพื้นที่สังคมและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา เรื่องโชคดวงชะตา พลังที่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของวิทยาศาสตร์หรือไสยศาสตร์มานาน แม้ปัจจุบันสังคมจะเปลี่ยนไปเป็นสังคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้นก็ตาม

          นพ.วรตม์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคนไทยมีปัญหาเรื่องความเครียดและวิตกกังวลมากขึ้น แต่การเข้าถึงบริการทางด้านสุขภาพจิตยังไม่เต็ม 100% เนื่องจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยาในไทยยังมีไม่มากนัก ทำให้บางครั้งขาดช่องทางในการติดต่อ ไม่รู้จะปรึกษาใคร บางคนก็เลือกปรึกษาคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด แต่บางเรื่องที่ปรึกษาคนใกล้ตัวไม่ได้ก็มักจะเลือกทางเลือกที่สาม เช่น มีความเชื่อทางพระพุทธศาสนาก็ปรึกษาพระ เชื่อเรื่องโชคชะตาก็ไปปรึกษาหาหมอดู หรือมีความเชื่อด้านศาสตร์อื่นๆ ก็ไปหาคนที่สามารถช่วยเหลือ อย่างกรณีการปล่อยพลังช่วยให้กำลังใจเป็นต้น

          "การไปปรึกษาเรื่องทางใจกับกลุ่มคนเหล่านี้จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่จะได้ผลหรือไม่นั้นต้องพิจารณาดูให้ดีว่า ตัวเองรู้สึกดีขึ้นจริงหรือไม่ บางคนอาจรู้สึกดีขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งผู้ที่ไปรับบริการเหล่านี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบอย่างมากว่า ปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจถูกแก้ไขแล้วหรือไม่ เพราะหากต้นเหตุไม่ได้รับการแก้ปัญหาก็จะไม่รู้สึกดีขึ้นในระยะยาว ที่สำคัญมีการเสียทรัพย์เกินกว่าฐานะตนเองหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียดตามมาภายหลังจากการสูญเสียทรัพย์ได้อีก และคนที่ให้ความช่วยเหลือช่วยโดยหวังผลประโยชน์หรือไม่ผู้จะรับบริการตรงนี้ต้องพิจารณาให้ดี" จิตแพทย์ด้านเด็กและสื่อ กล่าว

          นพ.วรตม์ กล่าวด้วยว่า โดยทั่วไปคนจะไปปรึกษาเรื่องทางใจจาก 2 ปัญหาใหญ่ๆ คือ 1.โรคทางกายที่รักษาไม่หายเสียที ซึ่งรู้สึกว่ารักษากับแพทย์ทางหลักแล้วไม่หาย จึงต้องไปหาศาสตร์ทางเลือก ซึ่งการไปหาศาสตร์ทางเลือกเพื่อความสบายใจก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องอย่าลืมรักษาและปฏิบัติตามแนวทางของแพทย์ทางหลักอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งบางครั้งการรักษาต้องใช้เวลา และ 2.ปัญหาทางจิตใจ เช่น ความเครียด วิตกกังวล ทะเลาะกับครอบครัว เพื่อน เป็นต้น กลุ่มนี้สามารถปรึกษากับคนใกล้ชิดหรือผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำที่ถูกต้องในเบื้องต้นได้ หรืออาจเลือกปรึกษากับจิตแพทย์และนักจิตวิทยา

 

 

          ที่มา : เว็บไซด์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์

          ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม