สธ.บริการฝังรากฟันเทียมทั่วประเทศ

โดย
| |
อ่าน : 5,234

 /data/content/2014/03/23506/cms/fgikmqrvwx34.jpg        

          อธิบดีกรมการแพทย์ เผยโครงการรากฟันเทียมไทยเฉลิมพระเกียรติฯ7รอบให้บริการผู้ป่วยไปแล้ว 2,242 ราย ตั้งเป้าหมายจับมือกับหน่วยงานในสังกัด พัฒนาการบริการกลุ่มผู้ป่วยให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

          นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมวิชาการเครือข่ายรากฟันเทียมไทยเฉลิมพระเกียรติ ว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลิตและให้บริการฝังรากฟันเทียมให้แก่ผู้ป่วย โดยสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ดำเนินการพัฒนาระบบบริการรากฟันเทียมในสถานบริการของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างเครือข่ายบริการ พัฒนาคุณภาพบริการ ซึ่งขณะนี้โครงการมีหน่วยงานบริการกระจายอยู่ 77 จังหวัด โดยแบ่งเป็นหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 183 แห่ง คณะทันตแพทย์ในมหาวิทยาลัย 5 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหมและโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งจากการดำเนินงานในปี 2555 ถึงปัจจุบัน ได้มีการฝึกอบรมทันตบุคลากรเพื่อให้มีความรู้และมีทักษะในการบริการผู้ป่วยไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 837 คน ประกอบด้วย ทันตแพทย์ จำนวน 579 คน และผู้ช่วยทันตแพทย์ จำนวน 258 คน นอกจากนี้ได้มีการจัดส่งเครื่องมือให้หน่วยบริการ ไปแล้ว จำนวน 134 ชุด และจัดส่งชุดรากฟันเทียมไปแล้ว จำนวน 7,000 ชุด ที่ผ่านมาได้ให้บริการผู้ป่วยไปแล้วรวมทั้งสิ้น 2,242 ราย โดยโครงการฯ มีเป้าหมายให้บริการรากฟันเทียม 8,400 รายทั่วประเทศ แบ่งออกเป็นปี พ.ศ. 2555-2556 จำนวน 2,000 ราย ปีพ.ศ.2557 จำนวน 2,800 ราย และปีพ.ศ.2558 จำนวน 3,600 ราย

          ทันตแพทย์หญิงฉวีวรรณ ภักดีธนากุล ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการดำเนินงานพบว่าการฝังรากฟันเทียมในผู้ป่วย จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้จะต้องมีคุณสมบัติ คือ ผู้ไม่มีฟันธรรมชาติเหลืออยู่เลยและใส่ฟันเทียมทั้งปากชนิดถอดได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดที่ควบคุมไม่ได้ ไม่สูบบุหรี่จัด ไม่เคยได้รับการฉายรังสีรักษาบริเวณกระดูกขากรรไกรและลำคอ สามารถรับการรักษาและติดตามผลได้ตามนัด อย่างน้อย 6-7 ครั้ง และสำหรับผู้ที่ใส่รากฟันเทียมต้องดูแลตนเอง ดังนี้ แปรงฟันให้สะอาด ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน บางกรณีต้องใช้แปรงซอกฟันหรือแปรงชนิดจุกเดี่ยว ก่อนนอนให้ถอดฟันเทียมแช่น้ำไว้ ไม่ควรใช้ไม้จิ้มฟันหรือเครื่องมือใดๆแคะหรืองัดที่รากฟันเทียม ไม่ควรกัดแทะอาหารกับรากฟันเทียมโดยตรง ที่สำคัญควรไปพบทันตแพทย์ตามนัดหมาย เพื่อตรวจเช็คสภาพและทำความสะอาดขูดหินปูนที่อาจเกิดสะสมอยู่บนรากฟันเทียม ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการรากฟันเทียมไทยเฉลิมพระเกียรติ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 0-2588-4005-8 ต่อ 1410,1413

 

 

          ที่มา : เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม