เล่นสมาร์ตโฟน ปิดไฟดูทีวี เสี่ยง'ต้อหิน'

โดย
| |
อ่าน : 10,032

/data/content/2014/03/23361/cms/abekprvwx247.jpg

         แพทย์เตือนพวกเทคโนโลยีซินโดรม ชอบเล่นสมาร์ตโฟน แทบ- เล็ต ทั้งเฟซบุ๊ค ไลน์ และปิดไฟดูทีวี. ทำให้ดวงตาเครียด ล้า ความ ดันลูกตาสูง เสี่ยงโรคต้อหิน ซึ่งเป็นโดยไม่รู้ตัว รักษาไม่ทันตาบอด

          นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า วันที่ 6 มี.ค. ของทุกปี เป็นวันต้อหินโลก ซึ่งโรคนี้เป็นสาเหตุให้ตาบอดอันดับ 2 ของโลก รองจากต้อกระจก ที่น่าห่วงคือ ผู้ป่วยร้อยละ 90 มักไม่รู้ตัว เนื่องจากอาการจะค่อยเป็นค่อยไป

          สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากสถิติสาธารณสุข ปี 2555 พบผู้ป่วยโรคต้อหินทั่วประเทศ 17,687 ราย ชายหญิงพอๆกัน พบมากสุดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4,831 ราย โดยคนปรกติอายุ 40 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคต้อหินร้อยละ 1 แต่เพิ่มมากขึ้น 5-7 เท่าในผู้ป่วยเบาหวาน แนวโน้มผู้ป่วยจึงมากขึ้นตามจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งขณะนี้ไทยมีประมาณ 3.5 ล้านคน

          ด้าน นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี กล่าวว่า โรคต้อหินจะมีการทำลายของเส้นประสาทตาจากหลายสาเหตุ ที่สำคัญเกิดจากความดันในลูกตาสูง ทั้งจากการสร้างน้ำในลูกตามากเกินไป หรือระบายออกน้อยเกินไป อาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หรือค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ คนเป็นจะไม่รู้ตัว ขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหิน ที่สำคัญคือต้องตรวจและรักษาทันท่วงที หากปล่อยทิ้งไว้จนสูญเสียการมองเห็น แม้จะรักษาความดันได้เป็นปรกติ แต่สายตาจะไม่กลับคืนเป็นปรกติ หากบอดแล้วบอดเลย หรือตา พร่ามัวตลอดชีวิต

          นพ.ฐาปนวงศ์กล่าวว่า สาเหตุของการเกิดต้อหินอีกอย่างคือความเครียด ทำให้เกิดความดันลูกตาขึ้นได้ ซึ่งผู้เสพติดเทคโนโลยีทั้งคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ มือถือ และแทบเล็ต เพื่อความบันเทิง ดูข่าวสาร และพูดคุยต่างๆมากขึ้น หรือ "เทคโนโลยีซินโดรม" ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดจุดรับภาพจอตาเสื่อมหรือตาบอด แต่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเครียดและล้าของสายตาได้

          โดยอาการเตือนคือ แสบตา ตาแห้ง น้ำตาไหล กะพริบตาบ่อย ปวดเมื่อยล้าที่กระบอกตา สายตาพร่า มองเห็นไม่ชัด บางคนมีอาการปวดศีรษะไมเกรนร่วมด้วย เนื่องจากต้องเพ่งภาพหรือตัวอักษรขนาดเล็กและอยู่ในจอ ทำให้ ม่านตาขยายใหญ่ขึ้นกว่าปรกติ โดยเฉพาะผู้ที่นิยมปิดไฟดูทีวี. เล่นสมาร์ตโฟน แทบเล็ต ทั้งเฟซบุ๊ค ไลน์ การส่องไฟฉายอ่านหนังสือ ทำให้กล้ามเนื้อตาล้า ตาแห้ง เครียดตลอดเวลา ยิ่งรายละเอียดเยอะตายิ่งทำงานหนัก

          สำหรับวิธีรักษาด้วยตนเองคือ ให้นอนหลับเป็นเวลา 7 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำจะให้ผลดีที่สุด และดื่มน้ำบ่อยๆเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในตา หรือทำประคบเย็น โดยให้ใช้ผ้าขนหนูพับ 3 ส่วน นำไปแช่น้ำจนเย็น บิดหมาดๆ วางปิดตั้งแต่ขมับให้ทับพาดผ่านดวงตาไปถึงขมับอีกข้าง เว้นสันจมูก ทำติดต่อกัน 20 นาที พัก 1 นาที วันละ 2 หน จะช่วยลดความเครียด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา นอกจากนี้ควรเปิดไฟดูทีวี. อ่านหนังสือในที่แสงสว่างเพียงพอ ดีที่สุดคือใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็นและปลอดภัย คือใช้ประมาณ 25 นาที พัก 5 นาที หรือใช้ 30 นาที พัก 10 นาที เปลี่ยนอิริยาบถสลับกันไป

          ทั้งนี้ ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2551 พบคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป ดูทีวี. 57 ล้านคน ล่าสุดปี 2555 คนไทยใช้คอมพิวเตอร์กว่า 21 ล้านคน ใช้โทรศัพท์มือถือกว่า 44 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยใน กทม. มากสุดร้อยละ 84 ภาคกลางร้อยละ 75 ภาคเหนือร้อยละ 68 ภาคใต้ร้อยละ 67 ต่ำสุดภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 64

 

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม