ชู รร.บางปลาม้า "สูงสุมารผดุงวิทย์" สุพรรณบุรี ต้นแบบรถโรงเรียนปลอดภัย

| |
อ่าน : 7,556

สสส. ชู รร.บางปลาม้าสูงสุมารผดุงวิทย์ สุพรรณบุรี ต้นแบบรถโรงเรียนปลอดภัย อุบัติเหตุเป็นศูนย์ หวังยุติเหตุสลด “ลืมเด็ก – พลัดตกรถ – ทับสยอง” ผนึกขนส่ง เทรนด์คนขับปฏิบัติตามกฎและเป็นสารวัตรดูแลพฤติกรรมเด็ก พร้อมเปิดตัวคู่มือใหม่ ครบ 8 ถึงปลอด “ภัย”

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ รร.ศรีอู่ทองแกรนด์ จ.สุพรรณบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงเรียนบางปลาม้าสูงสุมารผดุงวิทย์ จ.สุพรรณบุรี จัดประชุมเชิงปฏิบัติ เรื่อง “ระบบการจัดการความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียนด้วยรถโรงเรียน: รูปแบบโรงเรียนบางปลาม้าสูงสุมารผดุงวิทย์และเครือข่าย”  มีผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง คนขับรถ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 300 คน

นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและ ป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก กล่าวว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ โรงเรียนบางปลาม้าสูงสุมารผดุงวิทย์ เป็นต้นแบบรถโรงเรียนปลอดภัย อุบัติเหตุเป็นศูนย์ คือ หัวใจของครูที่ห่วงใยความปลอดภัยในเด็ก และคิดว่าความปลอดภัยของเด็กคือหน้าที่หนึ่งของโรงเรียน ประกอบกับการทำงานแบบเข้มข้น มีระบบการดูแลเด็กที่ชัดเจน ตั้งแต่เริ่มโครงการทำให้ยอดเด็กบาดเจ็บจากการโดยสารรถโรงเรียนเป็นศูนย์นั่นเอง

ทางด้าน นางบุษกร กานต์กำพล หัวหน้างานกิจการนักเรียนโรงเรียนบางปลาม้าสูงสุมารผดุงวิทย์ จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า โรงเรียนจะต้องดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียนที่มาโรงเรียน รถโรงเรียนแม้ว่าจะดำเนินการโดยผู้ประกอบการภายนอก โรงเรียนก็ต้องรับผิดชอบ โรงเรียนบางปลาม้าฯ จึง ตั้งชมรมรถโรงเรียนบางปลาม้าฯ เพื่อจัดระเบียบรถโรงเรียน เมื่อปี 2552 มีคณะกรรมการชมรมฯ พิจารณาเส้นทางการวิ่งรถให้ครอบคลุมและไม่ทับซ้อน พร้อมกำหนดกฎระเบียบให้คนขับรถปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อาทิ ขับรถไม่เร็ว ไม่เมา ไม่สูบบุหรี่ขณะปฏิบัติงาน แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มีระเบียบวินัย และนำรถมาตรวจสภาพกับกรมการขนส่งทางบกภาคเรียนละ 1 ครั้ง ให้มั่นใจว่ารถทุกคันที่รับ-ส่งนักเรียนอยู่ในสภาพพร้อม 100% และรถทุกคันต้องมีพี่เลี้ยงผู้ดูแลเด็กด้วย อุบัติเหตุจึงเป็นศูนย์ นอกจากนี้ คนขับรถยังเป็นสารวัตรให้ครูช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมนักเรียนกว่า 2,000 คน ทั้งการหนีเรียน และยาเสพติด โดยส่งแบบฟอร์มรายงานว่าแต่ละวันมีเด็กขาดเรียนกี่คน ด้วยเหตุผลอะไร ทำให้ดูแลเด็กได้อย่างถั่วถึง ซึ่งพบว่าปัญหาต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“การบริหารจัดการรถรับส่งนักเรียน ช่วยเสริมงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างดี อีกทั้ง ลดงานของฝ่ายปกครองซึ่งมีจำนวนน้อยด้วย ปัจจุบันมีรถโรงเรียนเป็นสมาชิกชมรมฯ 97 คัน แต่ละวันมีรถวิ่งรับ-ส่งนักเรียนประมาณ 60 คัน ทั้งรถตู้ รถกระบะดัดแปลง รถสองแถวใหญ่ สองแถวเล็ก และรถบัส ซึ่งต้องจ่ายค่าสวัสดิการเดือนละ 100 บาท สะสมเป็นสวัสดิการให้แก่คนขับรถทุกคน ตั้งเป้าว่าหากครบ 100,000 บาท จะเปิดให้สมาชิกกู้ยืมเงินได้ ดอกเบี้ยจะแบ่งปันให้กับสมาชิก และจับฉลากเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนคันละ 1 คนด้วย” นางบุษกร กล่าว

ขณะเดียวกัน นายกล้าณรงค์ เอี่ยมสังข์ทอง ประธานชมรมโรงเรียนบางปลาม้าสูงสุมารผดุงวิทย์ กล่าวว่า การรวมตัวของคนขับรถในการตั้งชมรมฯ ใช้เวลานาน เพราะช่วงแรกมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เมื่อชี้แจงบทบาทของชมรมก็เกิดความเข้าใจ ซึ่งกิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้มีหลากหลาย อาทิ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การบำรุงดูแลรักษารถ การรู้กฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับจราจร นอกจากนี้ ยังมีส่วนร่วมในการช่วยดูแลนักเรียน โดยเฉพาะการตรวจเช็คนักเรียนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการโดดเรียน ซึ่งจะต้องรายงานให้แก่ครูทราบทุกวัน อย่างไรก็ตามบทบาทสารวัตรให้แก่ครูนั้น เป็นสิ่งที่คนขับรถทุกคนรู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนในการทำประโยชน์ให้แก่โรงเรียน อีกทั้งผู้ปกครองจะมั่นใจได้เลยว่าบุตรหลานไม่ได้โดดเรียนแน่นอน เพราะจะต้องเช็คแบบละเอียด หากไปรับแล้วไม่มีเด็กมาก็จะต้องโทรไปสอบถามผู้ปกครองว่าขาดเพราะอะไร ซึ่งคนขับรถจะมีเบอร์ผู้ปกครองเด็กทุกคน นอกจากนี้ เรื่องความปลอดภัยทางคนขับรถก็จะระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยจะขับไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณภาพของรถก็สมบูรณ์ 100% ดังนั้นที่ผ่านมาจึงยังไม่เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

นางอัจฉรา ราชแก้ว หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า สำนักงานขนส่งฯ ได้ทำความร่วมมือเรื่องการดูแลรถโรงเรียนกับโรงเรียนบางปลาม้าสูงสุมารผดุงวิทย์ ตั้งแต่ปี 2554 มีการประชุมพนักงานขับรถโรงเรียนทุกเดือน เพื่อให้ความรู้แก่สมาชิกชมรม ทั้งการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักเรียน และกฎระเบียบต่างๆ ของสำนักงานขนส่งฯ และจัดหน่วยเคลื่อนที่ปีละ 2 ครั้งบริการตรวจสภาพรถโรงเรียน ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยตามกฎหมาย เช่น ไฟสัญญาณ แผ่นป้ายรถโรงเรียน เป็นต้น ซึ่งใน จ.สุพรรณบุรี มีรถรับส่งนักเรียนกว่า 900 คัน แต่ขออนุญาตอย่างถูกต้องเพียง 10-20 คันเท่านั้น ต่อไปสำนักงานขนส่งฯ จะขยายความร่วมมือไปยังโรงเรียนแห่งอื่นด้วย เพราะปัจจุบันทำความร่วมมือกับโรงเรียนใน จ.สุพรรณบุรี เพียง 10 แห่งเท่านั้น และเห็นว่าควรทำเรื่องนี้ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ เพราะรถรับส่งนักเรียนอยู่คู่กับนักเรียนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ดังนั้นเราจะต้องดูแลและตรวจสภาพความเรียบร้อยของรถให้พร้อม 100% เพื่อความปลอดภัย และไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่ศึกษาระบบการรับ-ส่ง นักเรียน ที่ รร.บางปลาม้าสูงสุมารผดุงวิทย์ และเปิดตัวคู่มือตรวจวัดวามปลอดภัยรถโรงเรียน ครบ 8 ถึงปลอด “ภัย” เพื่อให้ผู้สนใจโดยเฉพาะผู้ปกครอง ทราบว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รถโรงเรียนปลอดภัยมีอะไรบ้าง และสามารถตรวจเช็คได้ว่ารถโรงเรียนที่บุตรหลานใช้บริการมีความปลอดภัยหรือไม่

 

 

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม