หญิงไทยถูกละเมิดทางเพศเพิ่มมากขึ้น

โดย
| |
อ่าน : 7,088

โดยเฉพาะในสถานที่ทำงาน

 

            "มูลนิธิเพื่อนหญิงร่วมกับ สสส. เปิดสถิติ การคุกคามทางเพศในรอบปี เหยื่อแห่ขอคำปรึกษาเพียบ 775 ราย พบโดนทั้งข่มขืน รุมโทรม ไม่เว้นแม้แต่เด็ก 3 ขวบ ชี้ส่วนใหญ่เป็นคนรู้จัก-ข้างบ้าน อึ้ง 22% เจอในที่ทำงาน โดนทั้งแต๊ะอั๋ง อนาจาร มอมยา ใช้ปืนขู่ อ้างคุมสติไม่ได้ เพราะน้ำเมาเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์  แนะตั้งหน่วยงานรับเรื่องร้องทุกข์  มีบทลงโทษชัดเจน

 

            วันนี้( 9 ส.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ในงานเสวนา การคุกคามทางเพศ อาชญากรรมร้ายรายวันของสังคม จัดโดย มูลนิธิเพื่อนหญิง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  โดย น.ส.พัชรี จุลหิรัญ นักสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิเพื่อนหญิง  กล่าวว่า จากการเก็บสถิติความรุนแรงทางเพศ ที่ผู้ถูกกระทำมาขอคำปรึกษาจากมูลนิธิเพื่อนหญิง ในปี 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 775 ราย  ในจำนวนนี้พบว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศมากถึง 83 ราย คิดเป็น 11 %  โดยแยกเป็น  1.กรณีถูกข่มขืนกระทำชำเรา 45 ราย คิดเป็น 54 % 2.พรากผู้เยาว์และข่มขืนกระทำชำเราในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 8 ราย คิดเป็น 10 %  3.พรากผู้เยาว์โดยการยินยอมมีเพศสัมพันธ์ 9 ราย คิดเป็น 11%  4.กรณีถูกรุมโทรม 7 ราย คิดเป็น 9 % โดยมีผู้กระทำรุมโทรมมากสุดถึง 9 ราย  5.อนาจาร 7 ราย คิดเป็น 9%

 

            น.ส.พัชรี  กล่าวว่า  ส่วนข้อ 6.เป็นการคุกคามทางเพศ 3 ราย คิดเป็น 4%  และ7.พยายามข่มขืน ค้ามนุษย์ แอบถ่าย โชว์อนาจาร 4 ราย หรือคิดเป็น 4 % ที่น่าตกใจคือ มีผู้กระทำ 33 ราย หรือ 40% เป็นคนที่ใกล้ชิดกับผู้เสียหาย เช่น เป็นเพื่อน หรือเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้เสียหายที่อายุน้อยสุดคือ 3 ขวบ ซึ่งถูกญาติใช้นิ้วล่วงละเมิดเด็ก ส่วนผู้กระทำมีอายุมากสุดคือ 78 ปี ล่วงละเมิดทางเพศด้วยการอนาจารลูกตัวเองที่มีอายุเพียง 10 ปี และบางรายขอหลับนอนกับลูกอายุ 24 ปี  อย่างไรก็ตาม การล่วงละเมิดทางเพศดังกล่าว ส่วนใหญ่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้นมากถึง 24 %

 

            แนวโน้มของความรุนแรงทางเพศ ที่ผู้เสียหายมาขอรับคำปรึกษามีเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2551 ที่มี 741 ราย ในจำนวนนี้มีการล่วงละเมิดทางเพศ 73 ราย คิดเป็น 10%  ขณะที่ปี 2552 มี 775 ราย ในจำนวนนี้มีการล่วงละเมิดทางเพศ 83 ราย คิดเป็น 11% อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทางมูลนิธิฯ เป็นห่วงคือการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน เพราะมีเพิ่มมากถึง 18 ราย คิดเป็น 22%  จากปี 2551 ที่มีเพียง 8 รายน.ส.พัชรี กล่าวว่า

 

            น.ส.พัชรี กล่าวต่อว่า โดยการกระทำคุกคามทางเพศมีหลายรูปแบบ อาทิ แตะเนื้อต้องตัว ดักรอ พบเจอ ข่มขู่ อนาจาร พยายามสร้างโอกาส บางรายถึงขั้นมอมยาลูกจ้างและใช้อาวุธปืนขู่แล้วพยายามข่มขืน ในขณะที่ผู้เสียหายบางรายปกป้องสิทธิของตนเองด้วยการดำเนินคดีและร้องเรียนทางวินัย กลับถูกหน่วยงานและเพื่อนร่วมงานมองว่ากระด้างกระเดื่องต่อหัวหน้า อย่างไรก็ตามจากสถานภาพปัญหาความรุนแรงดังกล่าว ผู้กระทำยังมีพฤติกรรมกระทำความรุนแรงต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาการตั้งครรภ์ ตามมา

 

            รศ.บุญเสริม หุตะแพทย์ ผอ.ศูนย์สหวิทยาการชุมชม ศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรง ถือว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีความเกี่ยวข้อง เพราะนอกจากจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการกระทำความรุนแรงกับเพศตรงข้ามแล้ว ผู้กระทำบางรายยังมีการใช้สารเสพติดร่วมด้วย จากการสอบถาม ผู้กระทำส่วนใหญ่มักมีข้ออ้างว่า เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเกิดความต้องการทางเพศจนไม่สามารถควบคุมสติได้ จนทำให้ข่มขืนเพื่อนร่วมงานที่ดื่มด้วยกัน นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้กระทำความรุนแรงใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นข้ออ้างเพื่อยืนยันว่าพฤติกรรมที่แสดงออกนั้นไม่ได้เจตนา ซึ่งถือเป็นการปัดความรับผิดชอบ ขณะที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังทำให้ผู้เสียหายขาดโอกาสในการปกป้องตัวเองจากการถูกละเมิดทางเพศ เพราะดื่มจนมึนเมา หมดสติ

 

            รศ.บุญเสริม กล่าวว่า  สาเหตุหลายอย่างที่ทำให้ผู้เสียหายไม่กล้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม เช่น ไม่กล้าเล่าปัญหาของตัวเองให้ใครรับรู้  เพราะรู้สึกอับอาย หวาดกลัว  จึงทำให้ต้องถูกละเมิดทางเพศหลายครั้ง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น จึงขอเสนอมาตรการ 5 ข้อคือ 1. ควรมีหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ เพื่อลดความลำบาก การเกรงกลัวอำนาจของผู้กระทำ 2. สถานที่ทำงานต่างๆ ต้องประเมินความเสี่ยงจากการถูกคุกคามทางเพศ รวมถึงมีคณะกรรมการรับเรื่องร้องทุกข์ โดยสามารถส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. ควรมีการจัดระบบให้ข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง โดยสามารถแจ้งความไม่ปลอดภัยของตนเองได้ 4. กำหนดแนวทางการป้องกัน มีบทลงโทษที่ชัดเจน และ5. บันทึกข้อมูลการให้ความช่วยเหลือ เพื่อการติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการทำงานเป็นเครือข่าย ระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน

 

 

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าว สสส.

 

 

Update:09-08-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : ณัฏฐ์ ตุ้มภู่

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม