สสส. เปิดตัว “บันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่”

โดย
| |
อ่าน : 6,889

เพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัว

      

          สสส.ร่วมมุมนมแม่ฯ เปิดตัว บันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่รับสัปดาห์นมแม่โลก พร้อมโชว์เด็ด คุณพ่อสวมเต้าเทียมรับรู้ความเหนื่อยแม่ เพิ่มความสัมพันธ์ครอบครัว ต้อนรับ วันแม่ตั้งเป้าขยาย มุมนมแม่ออนไลน์จาก โรงพยาบาลสู่ ชุมชน-ต่างจังหวัดด้วยโซเชียล มีเดีย

 

          เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม ณ ห้องคัทรียา โรงแรมรามาการ์เด้น สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยจัดการเปิดตัว สัปดาห์นมแม่โลกด้วยคอนเซ็ปท์ บันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งเป้าขยาย มุมนมแม่ออนไลน์จาก โรงพยาบาลสู่ ชุมชน-ต่างจังหวัดด้วยโซเชียล มีเดีย พร้อมเปิดตัวหนังสือ นมแม่50 คำถามยอดฮิตและโชว์เด็ด คุณพ่อสวมเต้าเทียมร่วมรับรู้ความเหนื่อยคุณแม่ จากตัวแทนครอบครัวชุมชนนมแม่ออนไลน์ร่วม 100 ครอบครัว

 

          นพ.สมยศ ดีรัศมิ์ อธิบดีกรมอนามัยและประธานศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยกล่าวว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้วยูนิเซฟได้เคยมอบหลักบันได 10 ขั้นให้กับคุณแม่ทั่วโลก แต่ล่าสุดอัตราการดื่มนมยังไม่กระเตื้องนัก ประเทศไทยยูนิเซฟพบแม่ที่ให้นมลูกตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือนต่อเนื่องเพียง 5.4% เท่านั้น ขณะที่แม่ให้ลูกดื่มนมผสมสลับกับดื่มนมแม่จะมีประมาณ 25% เพราะฉะนั้นการเปิดตัวชุมชนมุมนมแม่ออนไลน์ก็จะมีส่วนช่วยให้คุณแม่มือใหม่ได้มีพี่เลี้ยงในการให้นมลูกอย่างถูกต้อง เพื่อให้ลูกมีโอกาสได้ดื่มนมอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งจะช่วยให้ลูกมีภูมิคุ้มกันดีไม่ป่วยง่าย

 

          พญ.ยุพยง แห่งเชาวนิช เลขาธิการศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ผู้จัดการชุดโครงการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. กล่าวถึง บันได 10 ขั้นง่ายๆ ที่สถานบริการและชุมชนสามารถเอื้อให้เกิดความสะดวกแก่การให้นม

 

          ซึ่งประกอบด้วยข้อปฏิบัติ ดังนี้ 1.  มีนโยบายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นลายลักษณ์อักษรที่สื่อสารกับบุคลกรทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นประจำ 2.ฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกคนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการนำนโยบายนี้ไปปฏิบัติ 3.ชี้แจงให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนทราบถึงประโยชน์และวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 4. ช่วยแม่เริ่มให้ลูกดูดนมแม่ภายในครึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด 5. สอนให้แม่รู้วิธีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และวิธีทำให้น้ำนมคงมีปริมาณพอเพียงแม้ว่าจะต้องแยกจากลูก 6. อย่าให้อาหารอื่นหรือน้ำแก่ทารกแรกเกิดนอกจากนมแม่ เว้นแต่จะมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ 7.ให้แม่และลูกอยู่ในห้องเดียวกันตลอด 24 ชั่วโมง 8.สนับสนุนให้ลูกได้ดื่มนมแม่ตามต้องการ 9.อย่าให้ลูกดูดหัวนมยางและหัวนมปลอม และ 10. ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และส่งต่อให้แม่เข้าร่วมกลุ่มดังกล่าวเมื่อออกจากโรงพยาบาลหรือคลินิก

 

           เนื่องจากวันที่ 1-7 สิงหาคมนี้ตรงกับสัปดาห์นมแม่โลก ภายใต้คอนเซ็ปท์บันได 10 ขั้นนั้น จึงเน้นการขยายเครือข่ายด้วยการผลักให้เรื่องนมแม่ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แค่แม่ลูก และโรงพยาบาลให้เป็นเรื่องส่วนรวมที่สังคมสามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ เช่น การเกิด มุมนมแม่ออนไลน์ในโซเชียล มีเดียอย่างเฟสบุ๊ค ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดการขยายตัวของภาคีในลักษณะชุมชนเครือข่าย ทำให้สังคมได้ร่วมตระหนักถึงคุณค่าของการให้นมแม่ต่อไปพญ.ยุพยง กล่าว

 

          ด้าน ศ.แพทย์หญิงชนิกา ตู้จินดา คณะกรรมการสำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยงรอง สสส. บรรยายพิเศษเรื่อง การพัฒนาสมองลูกรักวัยแรกเกิด-3 ปีนั้นเปรียบว่าประโยชน์ของนมแม่เหมือน อาหารทิพย์เมื่อทารกเกิดแล้วต้องการพัฒนาด้านกายใจ อารมณ์ สังคมและปัญญา เป็น 5 องค์ประกอบหลัก เพราะฉะนั้นจิตใจแม่ต้องมั่นคงเพราะไม่ว่าแม่จะสุขทุกข์อารมณ์จะส่งไปถึงลูกฉะนั้นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการสื่อสารและสร้างสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกจึงเป็นช่วงการให้นมลูก เพราะมีผลวิจัยยืนยันของดร.ที.แบร์รี่ บราเซลตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก ได้จัดทำแบบทดสอบในการตรวจดูพฤติกรรมของทารกแรกเกิดพบว่า พฤติกรรมเด็กจะมีความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของแม่ เพราะฉะนั้นหากแม่หงุดหงิด ลูกก็จะรับรู้สัมผัสได้ และส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาการของสมองต่อไป

 

           กลิ่นกายของแม่ ตาที่มองเห็นแม่ ลิ้นที่สัมผัสนมแม่ หูที่ได้ยินเสียงแม่พูดคุย และเสียงหัวใจ เด็กจะรับรู้และสัมผัสได้ สิ่งเร้าต่างๆเหล่านี้จะสร้างบรรยากาศส่งผลต่อการพัฒนาสมองของเด็ก เพราะฉะนั้นการให้นมแม่จึงไม่ใช่การได้รับคุณค่าทางอาหาร ซึ่งช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งระบบการหายใจ ลำไส้ และฮอร์โมนที่นมทั่วไปไม่มี แต่เป็นการรับความอบอุ่นทางจิตใจด้วย ทารกเมื่อคลอดจึงจำเป็นต้องดื่มนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน ฉะนั้นตัวแม่เองก็ต้องเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจให้เหมาะสมด้วย หากแม่หงุดหงิด ลูกก็จะรับรู้ได้ด้วยเช่นกันศ.แพทย์หญิงชนิกา กล่าว

 

          นางกานดา สายแก้ว อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ดูแลเว็บไซต์มุมนมแม่ออนไลน์ www.thaibreastfeeding.org กล่าวว่า ได้ตั้งเป้าให้ชุมชนออนไลน์เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเผยแพร่และพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลนมแม่ และเพิ่มความสำคัญของการให้นมแม่สู่ชุมชน และสังคม เพื่อจะช่วยเพิ่มความเข้าใจให้สถานบริการต่างๆในการเอื้ออำนวยความสะดวกสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนด้วย

 

           เป้าหมายคือการกระจายเครือข่ายในต่างจังหวัด เพราะเมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของสมาชิกในเฟสบุ๊ค ซึ่งมีจำนวน 520 ครอบครัวทั่วประเทศนั้น จำนวนผู้ใช้ในกรุงเทพและปริมณฑลมากถึง 92% (470 ครอบครัว) ขณะที่ต่างจังหวัดมีเพียง 8% (50 ครอบครัว) ส่วนสมาชิกในเว็บไซต์ล่าสุดมี 2,626 คน ที่เข้ามาพูดคุยตอบปัญหาเรื่องการให้นมลูกที่มีมากถึง 8,200 หัวข้อ และมีการโพสต์ข้อความตอบกลับที่มากถึง 87,000 ข้อความ โดยหัวข้อฮอตฮิตอย่างเทคนิคการบีบนมแม่ให้ได้น้ำนมมาก ปัญหาเรื่องลูกติดจุกนม ลูกสับสนระหว่างนมแม่และจุกนม ก็จะมีคนเข้ามาโพสต์มากที่สุดคือ วันละประมาณ 5,000-6,000 ข้อความ เพราะฉะนั้นโดยเฉลี่ยทุกวันอย่างน้อยๆต้องมีคนมาโพสต์ 10 ข้อความ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า หากคุณแม่ที่อยู่ในต่างจังหวัดมีโอกาสเข้าถึงเว็บไซต์ได้มากขึ้น ก็น่าจะช่วยให้เกิดความเข้าใจอันดีในการให้นมแม่มากขึ้น  นางกานดา กล่าวทิ้งท้าย

 

          นางศศิธร วัฒนกุล หรือ ลอร่าดาราพิธิกร อดีตคุณแม่มืออาชีพกล่าวว่า การรวมตัวของชุมชนนมแม่ออนไลน์เป็นสิ่งที่ดีมาก และเปรียบการให้นมแม่เหมือนการว่ายน้ำ ซึ่งไม่สามารถเรียนการว่ายน้ำจากตำราได้ ต้องมีการลงมือทำ เหมือนการสอบเอ็นทรานซ์ ถ้าเราไม่ผ่าน เราก็อาจจะเข้าไปในทางให้นมผสม กลุ่มติวเตอร์จึงมีความสำคัญมาก ทำให้ลอร่าสามารถเลี้ยงน้องโมนิกาได้จนสำเร็จ เมื่อมีมาโก้ก็เป็นเรื่องง่ายแล้ว เลยอยากให้กำลังใจคุณแม่มือใหม่อยากให้ทราบว่า การให้นมลูกมีความสุขแค่ไหน สร้างให้เราเกิดกำลังใจในการเลี้ยงลูกต่อไป

 

           ล่าสุดก็มี The Breastfeeding Society ในกลุ่มคุณแม่ดาราที่เราเริ่มรวมตัวกันในกลุ่มเล็กสำหรับคุณแม่ในวงการ ด้วยการเป็นติวเตอร์ให้คำปรึกษา แม้อาจไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เราอาศัยเพื่อนดาราด้วยกันให้คำปรึกษาต่อ บอกให้เขารู้ว่า การที่ลูกได้มีโอกาสได้ดื่มนมแม่นั้น มีประโยชน์อย่างไร สุดท้ายก็มีการทำสัญญาใจ ให้คุณพ่อคุณแม่ดารามาร่วมสัญญาว่า จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อไป เพราะฉะนั้นจึงอยากจะบอกต่อว่า บันไดทั้ง 10 ขั้นมีความสำคัญ และจำเป็นต่อคุณแม่มือใหม่มากลอร่า กล่าว

 

          นายรังสรรค์ เจริญสิริกุล คุณพ่อที่เข้าร่วมโชว์ เต้านมเทียมเพื่อร่วมรณรงค์มุมนมแม่โลก กล่าวว่า ปกติเขาร่วมอยู่ในอาสาสมัครในศูนย์นมแม่อยู่แล้ว ตอนนี้ลูกคนเล็กอายุเกือบจะ 5 ปีก็ยังดื่มนมแม่อยู่ เพราะไม่อยากจะให้ลูกกินนมผงเลย รู้สึกเห็นใจคุณแม่ที่ต้องยากลำบากในการให้นมลูก สิ่งที่เห็นเด่นชัดก็คือ ทำให้ลูกเลี้ยงไม่ยาก ไม่ซน ไม่ค่อยเจ็บป่วย ล่าสุดทั้งผมและลูกคนโตเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่ลูกคนเล็กที่กินนมแม่มาตลอดกลับไม่ติดเชื้อ มีภูมิต้านทานดี ส่วนการเลี้ยงลูกนั้นจะดูแลเรื่องภารกิจวัตรประจำวันให้ลูก เช่น การเตรียมน้ำให้อาบ อาบน้ำ ป้อนข้าว ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่ตรงนี้ เพื่อจะช่วยแบ่งเบาภาระให้คุณแม่ได้บ้างนายรังสรรค์ กล่าว

 

 

 

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าว สสส.

 

 

 

Update: 03-08-53

อัพเดตเนื้อหาโดย: คมสัน ไชยองค์การ

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การประชุมส่งเสริมการเดิน และการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ครั้งที่ 7 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม