เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน วอน ศธ.หยุดโจ๋แทงบอลโลก

โดย
| |
อ่าน : 2,385

 

        

          เครือข่ายรณรงค์หยุดการพนันยื่นจดหมายเปิดผนึก ชินวรณ์  ขอ ศธ. คุมเข้มหยุดเยาวชนเล่นพนันบอล 2010 ขณะที่เจ้าตัวรับปากกวดขันพฤติกรรมนักเรียนแน่  เผยผลสำรวจ เกินครึ่งเชื่อปัญหามากกว่าปีที่ผ่านมา  เกือบ 90% เป็นห่วงวัยโจ๋  พบ 91.7%  นิยมเล่นผ่านเน็ต  ชี้สาวกบอลไทยชอบแทง ลีกอังกฤษ  ฟุตบอลโลก  ลีกอิตาลี     

 

           เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ  นายธนากร  คมกฤส  ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน พร้อมด้วยผู้ปกครอง และเยาวชน กว่า 30 คน  เดินทางเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ  นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)  เพื่อเสนอแนวทางในการป้องกันการเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลก 2010  ในสถานศึกษา 

นายธนากร  คมกฤส

 

            นายธนากร  กล่าวว่า  ทางเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของ เครือข่ายครอบครัว เครือข่ายเยาวชน เครือข่ายงดเหล้า เครือข่ายขบวนการตาสับปะรดทั้ง 8 จังหวัด คือ อุดรธานี  อุบลราชธานี  มหาสารคาม  อุทัยธานี  น่าน  เชียงราย  ลำปาง  สุพรรณบุรี  ได้สนับสนุนนโยบายตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกมาตรการป้องกันการเล่นทายผลฟุตบอล ของนักเรียน นักศึกษาไปแล้วนั้น  ทางเครือข่ายฯจึงขอเสนอ 4 แนวทาง เพื่อสนับสนุนนโยบายของทางกระทรวง คือ 1. มีอาสาสมัครจัดทำแผนที่ในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่สร้างสรรค์รอบสถานศึกษา  มีสายตรวจเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ แจ้งเบาะแสการเล่นพนัน  2. สร้างเสริมค่านิยมที่ถูกต้องต่อการชมกีฬา   3. มีส่วนร่วมแก้ปัญหา  อาทิ ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน ระบบเครือข่ายผู้ปกครองอาสาคุมความประพฤติ  โดยให้มารายงานตัวเป็นประจำ และ4.เมื่อจบเทศกาลฟุตบอลโลก 2010 แล้ว   สถานศึกษายังสามารถมีส่วนร่วมแก้ปัญหาการพนันอื่นๆ ได้

 

นางกีรติกา   แพงลาด

 

            นางกีรติกา   แพงลาด ผู้แทนศูนย์ประสานงานเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา (ศปค.) กล่าวว่า   จากการที่ ศปค.ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สำรวจพฤติกรรมและทัศนคติต่อการเล่นพนันฟุตบอลโลกปี 2553  ในประชาชนอายุ 12-60 ปี เขตกรุงเทพฯ ชลบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา จำนวน 2,541 ราย เมื่อวันที่ 4-14 พ.ค.2553  สะท้อนว่า 87.9% เป็นห่วงเด็กเยาวชนที่เล่นพนันบอล  เมื่อถามถึงปัญหาการเล่นพนันบอลในปีนี้พบว่า เกินครึ่ง หรือ 54.0% เชื่อว่ามีปัญหามากกว่าฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว  นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ตั้งใจจะติดตามข่าวสารการแข่งขันฟุตบอลโลก ผ่านทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และอินเทอร์เน็ต  จึงทำให้การเล่นพนันบอลผ่านทางอินเทอร์เน็ตมีเพิ่มมากขึ้น โดยเว็บไซต์ www.sbobet-th.com  นิยมเล่นมากถึง 91.7% สำหรับลักษณะการเผยแพร่ข่าวสารที่กระตุ้นให้อยากแทงบอล  เกินครึ่ง หรือ 61.7% อัตราการต่อรอง/แต้มต่อ  55.8% การวิเคราะห์เจาะลึก/ฟันธง  และ 33.6 การชี้นำบอลเต็ง  สำหรับรายการที่คอฟุตบอลชอบเล่นพนันมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ ลีกอังกฤษ  ฟุตบอลโลก  ลีกอิตาลี ฟุตบอลถ้วยแชมป์เปียนลีก  และลีกสเปน

 

            ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า นอกจากจะเล่นไม่ได้เงินแล้วยัง ต้องเลี้ยงข้าว  เลี้ยงเหล้า เบียร์  บุหรี่  และหนัง คาราโอเกะเพื่อน  สำหรับปัญหาที่เกิดจากการแทงบอล  26.6% เกิดความเครียด เสียสุขภาพจิต  ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย อีก11.0% โดนโกง/จ่ายไม่ครบ/ไม่จ่าย  เมื่อถามถึงพฤติกรรมในการนำเงินมาใช้ที่ได้จากการเล่นบอล  54.8% จะเก็บไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน 39.9 % เลี้ยงฉลองกับเพื่อน  และ 29.7% ซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกให้ตัวเอง   นอกจากนี้จะเห็นได้ว่า 5 อันดับแรก  ตั้งใจ จะยืมเงินเพื่อนหากไม่พอจ่ายในการแทงบอลมากถึง 43.1 % รองลงมาแฟน/คนรัก   24.0 % ยืมเงินผู้ปกครอง 20.2 % นำทรัพย์สินไปขาย/จำนำ 9.7% และ กู้เงินนอกระบบ 7.5 %  อย่างไรก็ตามที่น่าเป็นห่วงคือ 24.2 % ไม่กังวลใจในการถูกจับดำเนินคดีจากการเล่นแทงบอลนางกีรติกา  กล่าว

 

 

            ขณะที่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ ศธ.มีมาตรการในเชิงรุกที่ต้องการสร้างกระแสป้องกันการเล่นพนันในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก ทั้งนี้เนื่องจากผลวิจัยการศึกษาของธนาคารกสิกรไทย มีตัวเลขยืนยันว่า มีการเล่นการพนันเป็นวงเงินกว่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งนั่นเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ทางสังคมจะเห็นว่ากระบวนการการพนันฟุตบอลได้เชื่อมต่อกับการสร้างพฤติกรรมการเล่นพนันแก่นักเรียน นักศึกษา ให้กว้างขวางมากขึ้น ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และต้องช่วยกันป้องปราม ทั้งนี้ ศธ. ได้ออกมาตรการที่เกี่ยวข้องโดยขอให้องค์กรหลักของ ศธ. กำชับสถานศึกษาขอความร่วมมือนักเรียนโดยตรง และขอให้ผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานในเรื่องการใช้จ่ายเงิน บัตรเครดิต บัตรเสริม ระวังการใช้โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์บ้าน อินเทอร์เน็ต ร่วมทำกิจกรรมดูฟุตบอลกับบุตรหลาน พร้อมขอให้สถานศึกษาที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยมอบหมายให้ครูฝ่ายปกครอง ครูแนะแนว และครูประจำชั้นช่วยกวดขันพฤติกรรมนักเรียน

 

 

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

 

 

Update : 10-06-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : คีตฌาณ์ ลอยเลิศ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม