“ศูนย์วิจัยบุหรี่” ชี้ภาคใต้พบสิงห์อมควันสูงสุด

โดย
| |
อ่าน : 2,055

ปัตตานีครองแชมป์ 42.7%

 

ศูนย์วิจัยบุหรี่ชี้ภาคใต้พบสิงห์อมควันสูงสุด ปัตตานีครองแชมป์ 42.7% สุราษฎร์ 41.4% สตูล 40.8% ยอมรับ 7 มาตรการ แก้ปัญหาไม่คืบ ขณะที่สสส.-ศจย.-วพส. ไวระดมนักวิจัย-นักวิชาการ หาทางออก สอดรับแผนควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ

 

ดร. ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ  (ศจย.) กล่าวว่า ภาคใต้มีปัญหาการระบาดของบุหรี่รุนแรงกว่าภาคอื่น การสำรวจความชุกของการบริโภคยาสูบในภาคใต้ ทั้ง 14 จังหวัด ปี 2550 พบว่า เยาวชนชาย 16-20 ปี สูบบุหรี่ 21.8 % และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16.2% ขณะที่การสำรวจในรายจังหวัด เพศชาย อายุ 11 ปีขึ้นไป พบว่า อัตราการสูบบุหรี่สูงสุด ได้แก่ 1.ปัตตานี 42.7% 2.สุราษฎร์ธานี 41.4% 3. สตูล 40.8% 4.ยะลา 28.2% อีกทั้งปัญหาขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมบุหรี่พยายามขยายตลาดและส่งเสริมการบริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ดร. ศิริวรรณ กล่าวว่า เพื่อเฝ้าระวังการระบาด และปรับมาตรการแนวทางในการควบคุมให้ทันต่อเหตุการณ์และการคุกคามจากอุตสาหกรรมบุหรี่ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) จึงร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมนักวิจัยเชิงนโยบายและประเมินผลด้านการควบคุมยาสูบ ขึ้นในวันที่ 22 ธ.ค. 2552 ที่ห้องประชุมเกษมสันต์ โรงแรมโกลเด้นคราวน์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อระดมนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านบุหรี่ในภาคใต้ มาร่วมแลกเปลี่ยนทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาไม่ให้การสูบบุหรี่ลุกลาม 

 

ดร. ศิริวรรณ   กล่าวว่า  การประเมิลผลการศึกษาวิจัยที่ผ่านมา 7 เรื่อง ได้แก่ 1.การเฝ้าระวังสถานการณ์ 2.การแก้ปัญหาโดยใช้มาตรการทางภาษีและการรับมือภาวะคุกคามที่มาจากการค้าเสรี 3.รูปแบบการเลิกบุหรี่ในระดับต่าง ๆ 4.ควบคุมผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ของบุหรี่ 5.งานวิจัยเชิงพฤติกรรม สังคมและการสื่อสาร 6.มาตรการรับมือกับบุหรี่มวนเอง และ7.การประเมินนโยบายการควบคุมยาสูบ  พบว่ายังขาดความรู้การศึกษาวิจัย อาทิ การแก้ปัญหาในระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ดังนั้น การประชุมครั้งนี้จำเป็นที่นักวิชาการ นักวิจัย ต้องร่วมกันศึกษาค้นคว้าเรื่องของบุหรี่อย่างจริงจัง โดย ศจย.พร้อมสนับสนุน และนำข้อมูลที่ได้ผลักดันเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปรับใช้ให้สอดรับแผนควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ พ.ศ.2553-2557 ที่ระบุว่า ภายในปี 2557 ต้องลดจำนวนการสูบบุหรี่ของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ให้ลดลงเหลือ 19.2 % นอกจากนี้ต้องควบคุมไม่ให้จำนวนการสูบบุหรี่ชนิดอื่นเพิ่มขึ้น และลดการได้รับควันบุหรี่มือสองของประชาชนลงเหลือ 30%

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าว สสส.

 

 

Update 22-12-52

 

อัพเดทเนื้อหาโดย : อารยา สิงห์สวัสดิ์

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • รับสมัครผู้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโครงการ สสส. -
  • การแสดงความเห็นต่อ (ร่าง) ทิศทาง เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2565-2574) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - การแสดงความเห็นต่อ (ร่าง) ทิศทาง เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2565-2574) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการศูนย์กิจการสร้างสุข -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม