ป้องเมืองกันน้ำท่วมซ้ำแค่สิ่งก่อสร้างเอา(ไม่)อยู่

โดย
| |
อ่าน : 1,822

 

มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2554สร้างความเสียหายต่อคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในพื้นที่เส้นทางน้ำผ่านไม่น้อย ทั้งในส่วนของทรัพย์สิน เงินทอง ร่างกายและสภาพจิตใจ การเดินหน้าเร่งหาแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในเวลานี้

เสียงสะท้อนหนึ่งที่สำคัญและควรจะถูกนำมาใช้ประกอบการวางแผนป้องกันน้ำท่วมซ้ำคือ ความคิดเห็นจากชาวบ้านผู้ประสบภัย ข้อมูลจาก แผนงานสร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.)

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 3,048 คน ใน 3 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ ที่มีต่อการจัดการอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตกทม.และปริมณฑล ปี 2554พบว่า กลุ่มตัวอย่าง รับรู้การเฝ้าระวังและเตือนภัยมากกว่า 50% รับรู้มาตรการดูแลระหว่างน้ำท่วม 20-30% รับรู้มาตรการเตรียมรับมือน้ำท่วม 10-16% และ 5% ไม่รับรู้มาตรการใดๆ เลย

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต กลุ่มตัวอย่างมากกว่า 60% เห็นด้วยกับมาตรการด้านการลงทุนและก่อสร้าง เช่น สร้างระบบแก้มลิง ระบบระบายน้ำขนาดใหญ่ระบบคลองย่อย แม้ชาวบ้านมากกว่าครึ่งจะเห็นว่าการสร้างสิ่งก่อสร้างจะช่วยป้องกันน้ำท่วมซ้ำได้แต่ในความเป็นจริงการอาศัยเพียงสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพอ

เรื่องนี้ ศ.ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด ผอ.นสธ. ให้ความเห็นว่า มาตรการที่ต้องใช้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอนาคตในส่วนที่เป็นมาตรการที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้างสำคัญกว่าโดยรัฐควรดำเนินการอย่างน้อย 3 เรื่องหลัก ได้แก่

1. การควบคุมการใช้ที่ดิน หากเป็นพื้นที่ต่ำ ลุ่มหรือน้ำท่วมซ้ำซากไม่ควรให้เข้าไปอยู่อาศัย ถ้าเป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ต้องกำกับที่ตั้งและลักษณะของอาคารในพื้นที่ โดยจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน และไม่ควรเปลี่ยนบ่อยๆ ตามผู้มีอำนาจ แต่ควรเปลี่ยนเมื่อเห็นว่าแผนหมดอายุ นอกจากนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ควรศึกษาพื้นที่ของตนเองว่าพื้นที่บริเวณใดควรทำเป็นแก้มลิง เพราะเป็นองค์กรที่รู้สภาพพื้นที่ดีที่สุด

2. การจัดการความขัดแย้ง เริ่มจากการมีข้อมูลพื้นที่ต้องรู้ว่าพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมมีลักษณะเป็นอย่างไร เป็นพื้นที่ที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำท่วมหรือไม่ รวมถึงควรรู้ว่าประชาชนได้รับความเสียหายอย่างไร จากนั้นจึงจะเข้าไปเจรจากับคนในพื้นที่ ด้วยการเริ่มจาก อปท. เพื่อให้ดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการมาตรการต่างๆ เช่น เก็บสวะ ขุดลอกคูคลอง ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจว่า การจัดการปัญหาเรื่องน้ำท่วมเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม

3. การจัดตั้งองค์กรอิสระด้านน้ำที่ปลอดจากการเมืองขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ที่สำคัญ องค์กรอิสระนี้จะต้องเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนให้มากที่สุดและตลอดเวลา ทั้งนี้ การที่ต้องมีองค์กรอิสระด้านน้ำเนื่องจากที่ราบภาคกลางของประเทศไทยสภาพพื้นที่ต่างจากที่อื่นคือน้ำเดินทางช้า จึงมีเวลาร่วมเดือนในการบริหารจัดการน้ำกว่าที่น้ำจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ

ศ.ดร.มิ่งสรรพ์ ย้ำให้คิด ว่า "มาตรการป้องกันน้ำท่วมที่เป็นสิ่งก่อสร้าง ต้องใช้เงินลงทุนเยอะถึง 4 แสนล้านบาทแต่หากไม่ดำเนินการกำกับพฤติกรรมของประชาชนด้วยมาตรการป้องกันน้ำท่วมซ้ำไม่มีทางสำเร็จ เงิน 4 แสนล้านบาทก็จะกลายเป็นเงินที่ละลายไปกับน้ำ เช่น ทำแก้มลิง แต่ยังปล่อยให้คนเข้าไปอยู่ในพื้นที่ เมื่อน้ำท่วมก็ต้องชดเชยค่าเสียหายให้คนเหล่านี้ เป็นต้นเพราะฉะนั้นมาตรการที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างต่างๆ จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการนำไปสู่ความสำเร็จที่จะป้องกันน้ำท่วม"

การทุ่มงบประมาณจำนวนมากมหาศาลสร้างสิ่งก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเมืองในอนาคต อาจต้องคว้าน้ำเหลวตราบใดที่ไม่ดำเนินการควบคู่กับมาตรการที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง และประชาชนยังไม่ตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมที่ตนเองพึงกระทำในการป้องกันปัญหา

ถ้าฝ่ายภาครัฐ เห็นว่า แนวคิดดังกล่าวนี้ มีความเป็นไปได้ ก็น่าที่จะลองทบทวนถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่ และหากเห็นว่า สามารถนำเอาแนวคิดดังกล่าวไปบูรณาการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างสมบูรณ์ ก็ไม่น่าที่จะเหนียมอาย หรือกลัวเสียหน้าแต่อย่างใด ...เพราะ ความสำเร็จของทุกสิ่งทุกอย่างในเวลานี้หากจะให้สำเร็จสมบูรณ์ในทุกทาง ควรจะต้องมาจากสมองของคนหลายๆ คนมากกว่าจะตะแบงอยู่แต่กับความคิดของตนเพียงด้านเดียว

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ข้อมูลประกอบการประเมินพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุน                                                                                                                                          การสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 -
  • การรับฟังความคิดเห็นประกอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ -
  • คู่มือและชุดความรู้เพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชนไทย -
  • ขอแจ้งประชาสัมพันธ์การเปิดใช้ระบบบริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารครบวงจร (THCC) - ขอแจ้งประชาสัมพันธ์การเปิดใช้ระบบบริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารครบวงจร (THCC)
  • ขอเชิญชวนส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ใน วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย Thai Health Promotion Journal -
  • PERSONA HEALTH คัดข้อมูลสุขภาพที่ใช่ ให้ตรงกับตัวคุณ -
  • ไทยรู้สู้โควิด -
  • คู่มือ การจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (ฉบับปฏิบัติการ) -
  • คู่มือแยกกักตัวที่บ้าน เรื่องควรรู้ที่คุณหมอรวบรวมมาให้ -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 -
  • ชัวร์โควิดและวัคซีน -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาอังกฤษ -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาลาว -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาพม่า -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษากัมพูชา -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม