สานสัมพันธ์ครอบครัวสร้างได้ง่ายๆ เพียงเปิดใจและรับฟัง

โดย
| |
อ่าน : 6,212

มีคำโบราณมากๆ ที่กล่าวถึงครอบครัวในอารมณ์ประชดประชันว่า "คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า" คำกล่าวประโยคนี้ หากไปพูดให้กับคนที่ยังไม่มีครอบครัวและกำลังมองหาแนวทางที่จะสร้างครอบครัว เขาจะยิ้มแย้มแจ่มใส เข้าทำนอง "คนนอกอยากเข้า"

แต่หากไปพูดกับคนที่มีครอบครัวอยู่แล้ว เขาจะเห็นด้วยในทำนองว่า "คนในอยากออก" รวมความแล้วก็คือ คนใน หมายถึงคนที่มีครอบครัวอยู่แล้วหากจะให้เขาเลือกเขาก็ไม่อยากจะมีครอบครัว ส่วน "คนนอก" หมายถึงคนที่ยังไม่มีครอบครัว เขาย่อมอยากที่จะมีครอบครัวเหมือนคนอื่นๆ บ้าง

อันที่จริงคำกล่าวดังกล่าวนี้ไม่ใช่จะเป็นผลสัมฤทธิ์เสมอไปแต่มันน่าจะอยู่ที่ว่า "ครอบครัวมีปัญหา" คนในจึงอยากจะออกแต่หากว่าครอบครัวใดไม่มีปัญหาเขาก็คงไม่อยากจะออก เพราะชีวิตครอบครัวเป็นชีวิตที่สมบูรณ์มีทั้งความสุขและ ความอบอุ่น

ดังนั้น ใครก็ตามที่ต้องการความสุขจากการมีครอบครัวจำเป็นต้อง "อย่าสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นในครอบครัวอย่างเด็ดขาด"ปัจจุบันความสัมพันธ์ในครอบครัวนับวันดูยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น การกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน เป็นความยากลำบากที่หลายๆครอบครัวแทบจะหมดโอกาส ยิ่งการคุยกันระหว่างพ่อ-แม่กับลูกยิ่งยากมากยิ่งขึ้น

ในสังคมวัยรุ่น ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย ว่ากันว่าลูกๆ จะพูดปรึกษากับพ่อ-แม่ในเรื่องเพศ ยิ่งดูเหมือนโอกาสแทบจะไม่เปิดให้คนทั้งสองได้มาพบกันเอาซะเลย

ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี ได้เล็งเห็นถึงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ว่าด้วยเรื่องการพูดคุยกันได้โดยเฉพาะเรื่องสุขภาวะทางเพศเป็นสิ่งสำคัญ ได้จัด "ค่ายครอบครัวสานสัมพันธ์" ณ วัดดอนจืน ขึ้น ภายใต้โครงการสุขภาวะทางเพศเพื่อชุมชนขึ้น โดยการสนับสนุนของแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ ร่วมกับมูลนิธิศักยภาพเยาวชน  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และเทศบาลตำบลหนองผึ้งซึ่งครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมมากจาก 5 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 3 ครอบครัว และเป็นครอบครัวที่อยู่ในเขตเทศบาลตำบลหนองผึ้ง

ภายในค่ายได้มีกิจกรรม Walk rally สานสัมพันธ์ครอบครัวซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ครอบครัวได้เปิดใจคุยกับลูกมากขึ้นเริ่มจากกิจกรรมฐานสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก กิจกรรมนี้เป็นการถามความรู้สึกของกันและกันระหว่างครอบครัวว่าถ้าลูกมีความรัก พ่อ-แม่จะคิดยังไง แล้วส่วนตัวลูกเองคิดยังไง ซึ่งนับว่าเป็นฐานที่ช่วยเปิดประตูหัวใจแม้เป็นเพียงสิ่งเล็กๆ แต่ทำให้ครอบครัวเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นอันยิ่งใหญ่ที่จะนำไปสู่ความเข้าใจและกล้าที่จะพูดคุยกันในครอบครัวมากยิ่งขึ้น

คุณกุลนันท์ เผดิมวรรณพงษ์ ผู้ประสานงานเยาวชนและกิจกรรมค่ายได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดค่ายครอบครัวสานสัมพันธ์ในครั้งนี้ว่า "การจัดค่ายในครั้งนี้มันมีที่มาที่ไปก็คือ น้องๆแกนนำที่เข้าร่วมโครงการสุขภาวะทางเพศเพื่อชุมชนของมูลนิธิศักยภาพเยาวชน (ไทยัพ) ที่ผ่านมา น้องๆ แกนนำเขาได้มาเรียนรู้เรื่องสุขภาวะทางเพศในหลายๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ได้มีโอกาสเข้าค่ายแกนนำกับเรา ทำให้น้องๆ แกนนำเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะจัดกิจกรรมในชุมชนของตนเองขึ้น ก็เลยเป็นที่มาของการจัดค่ายครั้งนี้ที่น้องๆ แกนนำอยากให้เยาวชนคนอื่นๆ พ่อ-แม่ผู้ปกครองคนอื่นๆ มาเรียนรู้เหมือนกับพวกเขาและอยากจะให้มีการสื่อสารเชิงบวกในเรื่องเพศร่วมกันในครอบครัว เพราะทุกวันนี้พ่อแม่ก็มีความห่วงใยในตัวลูก ลูกก็มีความห่วงใยพ่อ-แม่ แต่อาจมีการสื่อสารที่ทำให้ไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น ก็เลยคิดว่าค่ายนี้จะสามารถทำให้ลดช่องว่างระหว่างคนในครอบครัวลงได้ ก็เลยเป็นที่มาของการจัดค่ายในครั้งนี้"

คุณกาญจนา ขันไชย คุณแม่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและอาสาสมัครแกนนำค่ายฯได้เล่าให้ฟังถึงการมาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า"เริ่มแรกลูกเข้ามาก่อน เราเป็นผู้ปกครองก็เลยมาเข้าร่วมด้วย บวกกับการเชิญชวนของเพื่อนๆ อาสาสมัครที่เป็นผู้ปกครองด้วยกันเลยมาเข้าร่วม โดยก่อนจะมาเข้าร่วมค่ายเคยรู้สึกว่าเรื่องเพศเป็นสิ่งที่ไม่น่าพูด ไม่น่าเปิดเผย เป็นสิ่งที่น่าอายไม่อยากให้เปิดใจตรงนี้ พอได้มาเข้าร่วมเรื่องแบบนี้เลยไม่ต้องปิด เราเองก็มีลูกสาวมาร่วมตรงนี้เราสามารถเป็นที่ปรึกษาให้ลูกได้ ทำให้เปิดคุยกันได้ในเรื่องเพศ ไม่ต้องอาย มีอะไรเขาก็บอกเรา เราก็อธิบายเขา ส่วนเรื่องที่คุยกับลูกมากที่สุดก็จะคุยกันเรื่องเพื่อน เรื่องแฟน เราก็จะสอนเขาเรื่องการคบเพื่อน สอนว่าถ้าไปกับเพื่อนต้องยังไง ไปกับแฟนต้องยังไง กับแฟนจะสอนให้เขามีภูมิคุ้มกันเพราะเราไม่รู้ว่าผู้ชายจะมาในรูปแบบไหน เราจะมีการคุยกันในครอบครัวให้สามีฟังด้วยว่าเราไปทำกิจกรรมมา กิจกรรมเป็นอย่างนี้ๆ นะ เวลาลูกคุยเรื่องแฟนเราก็จะบอกสามีว่าอย่าดุลูก ให้คุยเชิงเล่นๆ กับลูกแล้วลูกจะเปิดกับเรา"

น้องไอส์-นพดล โพธิ แกนนำเยาวชนค่ายครอบครัวสัมพันธ์ ได้เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้ค่ายนี้เกิดขึ้นว่า "อยากให้ครอบครัวที่ไม่ค่อยได้คุยกันเข้ามาร่วมค่ายนี้เพื่อให้ครอบครัวได้เปิดใจและพูดคุยกัน เพราะบางครอบครัวพ่อ-แม่ต้องทำงานเลิกดึกกลับมาลูกก็นอนแล้ว เช้ามาพ่อ-แม่ก็ต้องออกไปทำงานแต่เช้าเลยไม่ค่อยมีเวลาให้กัน บางครอบครัวไม่มีเวลาที่จะได้อยู่พร้อมหน้าคุยกันจึงต้องสื่อสารผ่านตู้เย็น โดยการแปะกระดาษโน้ตเอาไว้พร้อมกับข้อความ อย่างเช่นวันนี้แม่ไม่อยู่นะ ตั้งเงินเอาไว้ให้ถ้าหิวก็ซื้ออะไรกินเองก่อนนะ เพราะความไม่ค่อยมีเวลาให้กันบวกกับลูกจะไม่ค่อยกล้าที่ปรึกษาเรื่องต่างๆ กับพ่อ-แม่ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดค่ายนี้ขึ้น แต่ส่วนตัวของไอส์เองที่บ้านจะพูดคุยกันอยู่แล้วโดยเฉพาะที่โต๊ะอาหารในมื้อเย็น เพราะทุกคนจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เรามีเรื่องสงสัยอะไรก็สามารถถามพ่อ-แม่ได้ มีปัญหาอะไรก็จะเล่าให้พ่อ-แม่ฟัง พ่อ-แม่จะได้รับรู้และช่วยแก้ปัญหาให้เราได้

"ค่ายครอบครัวสานสัมพันธ์" ในครั้งนี้จึงเป็นการช่วยให้ครอบครัวสามารถเปิดใจคุยกันและปรับความเข้าใจกันมากขึ้นเพราะจากปัญหาต่างๆ อันเกี่ยวกับครอบครัวที่เกิดขึ้นเรื่อยๆและไม่สามารถจะหาข้อยุติได้ มักจะเกิดขึ้นจากการที่พ่อ-แม่ลูก ไม่ค่อยมีโอกาสได้พูดคุยกัน ดังนั้น การสร้างค่ายเพื่อสานสัมพันธ์กันในครอบครัวจึงเป็นสิ่งที่พึงกระทำอย่างมากในสังคมไทยยุคเร่งรัดพัฒนาเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวอย่างเวลานี้

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า โดย ปานมณี

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

ยอดนิยม

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม