วิกฤติแพทย์-พยาบาลสมองไหล บาดแผลเรื้อรังที่ต้องเร่งรักษา

โดย
| |
อ่าน : 6,167

สถานการณ์อัตรากำลังทางการแพทย์ ไม่ว่าจะหมอ พยาบาล รวมถึงวิชาชีพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญและบ่งบอกถึงสถานการณ์ด้านสาธารณสุขของไทยได้ตลอดมา

"สมองไหล" เป็นสถานการณ์ที่ใช้อธิบายถึงปัญหาการผลิตกำลังคนรองรับการให้บริการด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ปัจจุบันสัดส่วนของหมอต่อประชากรของไทย ถือว่ากระจุกตัวในบางพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่ยังถือว่าขาดแคลน

ดร.กฤษดา แสวงดี นักวิจัยสำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขได้ทำงานวิจัยเรื่อง "ปัญหาสมองไหลของบุคลากรสุขภาพจากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชน" ซึ่งเป็นการวิเคราะห์การสูญเสียกำลังคนลูกจ้างสายวิชาชีพพยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด และนักเทคนิคการแพทย์ ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผลสรุปน่าเป็นห่วง เพราะถือว่าขณะนี้ "เข้าขั้นวิกฤติ"

ปัจจุบันสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีลูกจ้างชั่วคราวเงินบำรุง จำนวน 102,833 คน โดยเป็นกำลังคนวิชาชีพสุขภาพ ถึง 23,843 คน  ในจำนวนนี้เป็นพยาบาลวิชาชีพ 11,744 คน  นักกายภาพบำบัด 626 คน นักเทคนิคการแพทย์ 755 คน

แต่จากการศึกษาสถานการณ์กำลังคนด้านสุขภาพระหว่างปี 2548-2552 จากโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป 67 แห่ง พบว่า ภาครัฐไม่สามารถรักษาบุคลากรที่เป็นลูกจ้างเหล่านี้ไว้ได้

นักเทคนิคการแพทย์มีอัตราการลาออกถึง ปีละ 64.58% นักกายภาพบำบัดลาออก 51.05% และ พยาบาลวิชาชีพ 40.84% สาเหตุที่เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง คือ การที่ภาครัฐยึดนโยบายใช้งานบุคลากรเหล่านี้ในฐานะลูกจ้างของโรงพยาบาล หรือที่เรียกว่าเป็นลูกจ้างเงินบำรุง ได้รับเงินเดือนจากโรงพยาบาล โดยไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งถือว่าเป็นการลดความมั่นคงในการจ้างงาน สวนทางกับการเพิ่มขึ้นของความต้องการบริการสุขภาพของประชาชน ทำให้ผู้ที่ไม่ได้รับการบรรจุหาทางเลือกใหม่เพื่อความมั่นคงในอาชีพ

ดร.กฤษดา ระบุว่า ผู้เป็นพยาบาลวิชาชีพ และไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ จะพบว่า 48.68% จะลาออกในปีแรกที่เริ่มทำงาน ในปีต่อมาจะลาออกอีก 25.57% และลดลงอย่างต่อเนื่องในปีถัดมา สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือพื้นที่ที่ขาดแคลนกำลังคนและอยู่ในข่ายทุรกันดาร เช่น จ.น่าน ลูกจ้างพยาบาลลาออกถึง 90% ในปีแรก แต่ในทางตรงข้ามพบว่า หากมีการบรรจุเข้ารับราชการ เช่น ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษ กลับสามารถรักษาพยาบาลจบใหม่ได้ 92.3% ด้วยการให้บรรจุเป็นข้าราชการ

เมื่อเปรียบเทียบกันจะพบว่า เมื่อบรรจุพยาบาลวิชาชีพเป็นข้าราชการจะมีอัตราการลาออกเพียงร้อยละ 4.45 หรือน้อยกว่าลูกจ้างพยาบาลถึง 9.2 เท่า หมายความว่าพยาบาลจบใหม่ที่เป็นลูกจ้างลาออก 9 เท่าของข้าราชการ

"งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า รัฐสูญเสียโดยสิ้นเชิง จากการไม่สามารถรักษาบุคลากรเหล่านี้ไว้ได้ เพราะใช้งบประมาณมหาศาลลงทุนผลิตบุคลากร แต่ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งการเลือกวิธีเพิ่มค่าจ้าง สร้างภาระให้โรงพยาบาลเล็กในเขตทุรกันดารซึ่งมีเงินบำรุงต่ำให้แพ้อย่างไม่มีทางสู้ ทางออกคือ การเพิ่มความมั่นคงในอาชีพด้วยการบรรจุเป็นข้าราชการ จะช่วยลดความสูญเสียลงได้" ดร.กฤษดา อธิบายที่ผ่านมา เคยมีงานวิจัยชี้ชัดถึงภาระหน้าที่ อันตรายที่พยาบาลต้องได้รับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และการออกจากงานพยาบาลก่อนวัยอันควร พบว่าพยาบาลไทยมีระยะเวลาทำงานในวิชาชีพเฉลี่ยเพียง 22.55 ปี และมีอัตราการสูญเสียสูงถึงร้อยละ 4.4 ต่อปี

คงถึงเวลาที่รัฐจะทบทวนว่าหนทางใดจะรักษาบาดแผลนี้ได้จริง!!

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม