คิดนอกกฏ บริหารนอกกรอบ จากแนวคิดสู่วิถีปฏิบัติ

โดย
| |
อ่าน : 2,910

 

ถูกวิเคราะห์วิจารณ์อย่างมากเลยทีเดียวสำหรับ "ของขวัญ 9 ชิ้น" ของรัฐบาล หลังจากมีการชี้แจงแถลงไขผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ เมื่อเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา แม้จะไม่ใช่ปรากฏการณ์เหนือความคาดหมาย สำหรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ แต่ก็คงทำให้ผู้มีหน้าที่ต้องนำนโยบายหรือของขวัญจากใจของรัฐสู่ประชาชนไปปฏิวัติ "ต้องเหนื่อย" ไม่มากก็น้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุนลงแรงเดินสายอรรถาธิบายที่มาและที่ไปของแนวคิดของขวัญ 9 ชิ้น

ผมเองก็มีคำถามในใจเหมือนคนอื่นๆ ครับ! นั่นคือ แผนนโยบาย "ปฏิบัติการประชาวิวัฒน์-คิดนอกกฎบริหารนอกกรอบ" ใช่?หรือไม่ใช่?

ยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศไทย

เพราะผมจดจำได้ว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ได้กล่าวในรายการทีวีทุกวันอาทิตย์เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2553 ว่า จะทำให้การปฏิรูปเป็นรูปธรรมด้วยการจัดข้าราชการทุกภาคส่วนไป "เข้าค่าย" วางแผนปฏิบัติการ และเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2554 นายกฯ อภิสิทธิ์ก็ได้เปิดเผยที่มาที่ไปของปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ว่า เกิดจากการระดมความคิด ร่วมมือร่วมใจของข้าราชการทุกกระทรวงที่ทำงานกันอย่างตั้งใจตลอดระยะเวลา 5 สัปดาห์ โดยทุกคนที่เข้าไปทำเวิร์คช้อปร่วมกันนั้นจะต้อง "ทิ้งงาน" ประจำมาระดมสมองกันอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยของผมก็คลี่คลายลงในที่สุดหลังจากที่ศึกษาลงไปในรายละเอียด เหมือนชำแหละของขวัญแต่ละชิ้น เปิดสำรวจทีละข้อ ของขวัญ 9 ชิ้น ...กล่าวได้ว่าเป็นการนำแนวคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยสู่วิถีการปฏิบัติแน่นอน

เพียงแต่ว่า อาจจะทำให้บางคนผิดหวัง บางคนที่คาดหวังไว้ต่างๆ นานาไม่เข้าใจ และมองอย่างไม่สบายใจเท่านั้น แต่โดยหลักการและความพยายามแล้ว ผมว่า มันเป็นวิธีคิดประมาณว่า ..อะไรง่ายก็ทำไปก่อน อะไรที่ซับซ้อนก็ต้องค่อยๆ ทำ

เป็นไปได้ที่บางฝ่าย แม้แต่คณะกรรมการปฏิรูปของนายอานันท์ ปันยารชุน หรือคณะสมัชชาปฏิรูปของอาจารย์หมอประเวศ วะสี อาจจะส่ายหน้าว่า แผนปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ มุ่งตอบโจทย์ทางการเมืองในช่วงเทศกาลเลือกตั้งกำลังจะมาถึง

 แต่ในความเป็นไปได้นี้ คนที่ทำงานเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยมานานพอตัว ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า มีแผนปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ดีกว่าไม่มีเสียเลย

มองเป็นมุมบวก..ประการแรก แปลว่ารัฐบาลใส่ใจต่อคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับชาวบ้าน แม้ประชาวิวัฒน์จะครอบคลุม 3 เรื่องอย่างเศรษฐกิจนอกระบบ ค่าครองชีพ และความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินเท่านั้น ในขณะที่ปัญหาความเหลื่อมล้ำ กระบวนการยุติธรรมเป็นปัญหาระดับต้นๆ ที่จุดประกายให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจ กันขึ้นมาช่วยกันปฏิรูปประเทศ

ประการต่อมาจากคำกล่าวของนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังที่ระบุว่า "แผนปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ คือ กระบวนการตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ที่ผ่านการกลั่นกรองโดยระบบราชการเพื่อยืนยันว่า เป็นนโยบายที่ "ยั่งยืน" และ "สมเหตุสมผล" ต่างกับ "ประชานิยม" ที่เป็นนโยบายที่กำหนดโดยนักการเมืองเพื่อเอาใจประชาชน มุ่งเน้นไปที่จุดประสงค์ในการหาเสียง โดยไม่ผ่านขั้นตอนในการที่จะทดสอบความยั่งยืน"

อย่างน้อยที่สุด สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งนี้ใส่ใจกับการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น แตกต่างจากอดีตที่อำนาจรวมศูนย์ นโยบายส่วนใหญ่สั่งลงจากข้างบนให้ข้างล่างปฏิบัติ

พูดแล้วทำย่อมดีกว่าไม่ทำเอาแต่พูด

ผมจึงเห็นต่างจากเสียงคัดค้านในกรณีการปฏิบัติการคิดนอกกฎ บริการนอกกรอบในครั้งนี้ครับ เพราะผมเห็นด้วยกับอาจารย์ประเวศ วะสี ตลอดจนอาจารย์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ที่ทุ่มเทให้กับงานการปฏิรูปมานาน แม้จะไม่มีนโยบายของรัฐบาลมาเชื้อเชิญหรือร้องว่า งานการปฏิรูปเป็นเรื่องซับซ้อน เป็นเรื่องยาก ที่ต้องใจเย็น ต้องค่อยเป็นค่อยไป สร้างความเข้มแข็งให้กับชาวบ้าน ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ด้วยการติดอาวุธทางปัญญา สุดท้ายความต้องการของประชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ยั่งยืนและถาวร ก็จะเป็นตัวกดดันให้ทุกรัฐบาลต้องเดินตามโรคแม็พของประชาชนนั่นเอง

วันนี้ เส้นทางของการปฏิรูป อาจจะยังจำกัดอยู่ในประชาคมคนเมืองหลวง แต่ก็คงมองข้ามข้อเท็จจริงมิได้ว่า การให้สวัสดิการแก่แรงงานนอกระบบ การช่วยเหลือให้ประชาชนระดับรากแก้วหรือรากหญ้าก็ตามที ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างสัมมาอาชีวะ ไม่ถูกเอาเปรียบจากนายทุนปล่อยกู้นั้น ก็เท่ากับประชาชนในทุกภาคส่วนได้รับอานิสงส์ผลประโยชน์ด้วย เพราะแรงงานระดับล่างส่วนใหญ่ก็ล้วนไหลมาจากท้องถิ่น และตั้งรกรากฝังตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครทั้งสิ้น

การมองเห็นต่างของผู้คัดค้านแนวนโยบาย เพราะเกรงว่าจะเป็นแค่การหาเสียงของนักการเมือง ผมว่าเป็นเรื่องเข้าใจได้ครับแต่ผมอยากมองมุมบวกว่า เมื่อเราตั้งคำถาม แสดงความเห็นกันไปหมดแล้ว เราก็ต้องไม่ลืมมาเฝ้าดูแนวคิดนอกกฏ ปฏิบัตินอกกรอบของรัฐบาลว่าจะส่งผลประโยชน์ให้กับประชาชนตามที่เราอยากเห็นและอยากให้เป็นมากน้อยเพียงใด

พูดแล้วลงมือทำ ถึงแม้จะไม่ถูกใจคนได้ทั้งประเทศ ย่อมดีกว่าไม่คิดจะทำเอาแต่พูดเอาความดีใส่ตัว ปลิ้นปล้อนหลอกลวงไปวันๆ ...จริงไหมครับ ดังนั้น รัฐบาลมีเวิร์คช้อปประชาวิวัฒน์ได้ เราก็มีประชาว็อชดอกหรือเฝ้าดูการเดินตามแผนสู่วิถีปฏิบัติได้เหมือนกัน ..ผมเปิดรับสมัครเองก็ได้ครับ

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ โดย นายใฝ่ฝัน...ปฏิรูป

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม