แฟชั่นตาโต...ขนตาเด้ง สวยคู่ความเสี่ยง...!?

โดย
| |
อ่าน : 4,948

แต่งมากอาจเข้าสู่โลกมืด

 

 

ช่วงนี้หนุ่ม ๆ คงรู้สึกแปลกหูแปลกตากันยกใหญ่ที่เห็นสาวไทยน่ารักเหมือนสาวเกาหลี ดวงตากลมโต ขนตางอนเด้ง จนบางครั้งไม่กล้าเดินเฉียดเข้าไปใกล้ เพราะกลัวแขนเสื้อจะไปเกี่ยวขนตาคุณเธอเข้าประเดี๋ยวเป็นเรื่อง พอเพ่งเข้าไปใกล้ ๆ ถึงกับร้องอ๋อ...ที่แท้คุณสาว ๆ เธอติดขนตาปลอมและใส่คอนแทคเลนส์ตาโตนี่เอง...นึกว่ามีเชื้อเป็นลูกครึ่งเกาหลีเสียอีก

   

ปัจจุบันแฟชั่นขนตาปลอมมาแรงแซงโค้งติดลมบนไม่เลิก สาวไทยหันมาแต่งเสริมเติมสวยกันมากขึ้นตามกระแสแฟชั่นสาวเกาหลี แต่หากห่วงสวยมากไปจนลืมนึกถึงผลเสียที่จะตามมาก็อาจ เป็นอันตรายต่อดวงตาคู่สวยถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ พญ.วรรษา รุ่งภูวภัทร จักษุแพทย์โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ให้ความรู้ว่า ขนตาของมนุษย์เราจะมีขนตาบนมากกว่าขนตาล่าง โดยขนตาบนมี 120 เส้น และขนตาล่างมี 80 เส้น

   

ขนตามีประโยชน์ในการช่วยป้องกันสิ่งแปลก ปลอม เช่น ฝุ่น ควัน และละอองต่าง ๆ ซึ่งขนตาจะเป็นด่านแรกในการป้องกันสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่ดวงตาของเราได้ ถ้าหากไม่มีขนตาจะทำให้สิ่งสกปรกรวมทั้งเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาเราได้ง่ายขึ้น การติดขนตาปลอมก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ขนตาธรรมชาติหลุดร่วง เนื่องจากการติดขนตาปลอมต้องใช้กาว บางคนอาจแพ้กาวจนทำให้ขนตาจริงแห้งเสียเปราะบาง และเวลาแกะขนตาปลอมออกขนตาจริงก็จะหลุดร่วงออกมาด้วย

   

อย่างไรก็ตาม ขนตามนุษย์สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ทุก ๆ 1-2 เดือน ช่วงที่ไม่มีขนตาเราสามารถป้องกันฝุ่นละอองหรือสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าตาได้ด้วยการสวมใส่แว่นตา ทำให้ขนตาร่วงไม่น่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษคือดวงตาของเรานั่นเอง ดังนั้นขนตาปลอมที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาววัยรุ่นและสาววัยทำงานนั้นต้องมีคุณภาพดีทั้งตัวขนตาปลอมเองและกาวที่ใช้สำหรับทาติดขนตาด้วย

   

ที่สำคัญเวลาเราติด ขนตาปลอมจะทำให้ขนตาเราเยอะขึ้นเป็นแผงมองดูแล้วสวยงาม แต่ความงามที่ซ่อนอยู่นั้นมีสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่ตรงบริเวณโคนตา เพราะเมื่อขนตาเยอะขึ้นจะทำให้เชื้อแบคทีเรีย จุลินทรีย์ต่าง ๆ มาเกาะบริเวณที่สกปรกจึง ทำให้เกิดการอักเสบ ยิ่งถ้าขนตาปลอมไม่มีคุณภาพเกิดหลุดร่วงเข้าไปบาดตาดำจนมีรอยถลอก เป็นแผลที่กระจกตา เชื้อโรคต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเชื้อแบคทีเรียก็จะเข้าไปตามรอยถลอก สิ่งที่ตามมาคือตาและเหยื่อบุตาอักเสบ ติดเชื้อจนตาบอดในที่สุด สำหรับกาวหรือขนตาที่บางคนอาจแพ้จะมีอาการเคืองตา ตาบวมแดง น้ำตาไหล สู้แสงไม่ได้ ตามัว มีขี้ตามากกว่าปกติ ควรหยุดการใช้และรีบมาพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษา

   

นอกจากขนตาปลอมแล้วยังมี คอนแทคเลนส์ ตาโต ที่เป็นสาเหตุของการทำร้ายดวงตา และถือว่าเป็นแฟชั่น ที่กำลังนิยมในกลุ่มสาว ๆ ไม่น้อยไปกว่าขนตาปลอมเลยทีเดียว คอนแทคเลนส์ตาโตมีสีสัน มีลายการ์ตูนหรือลวดลายต่าง ๆ คุณหมอวรรษา ระบุถึงข้อเสียว่า เม็ดสีที่อยู่ ในคอนแทคเลนส์จะทำให้ออกซิเจนซึมผ่านได้น้อยลง ดวงตาจึงติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ยิ่งถ้าใส่นอนจะเป็นอันตรายมาก เพราะเวลาเรานอนหลับไม่ได้กะพริบตา ซึ่งการกะพริบตาจะทำให้น้ำตาแทรกเข้าไประหว่างตาดำกับคอนแทค เลนส์ช่วยในการชะล้างสิ่งสกปรกออกมาได้ แต่เมื่อนอนหลับออกซิเจนจะซึมผ่านได้น้อยลง น้ำตาก็เข้าไม่ได้ ทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในตาเกิดการหมักหมมติดเชื้อ ส่งผลให้ตาบอดได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นกับคนไข้หลายรายจนเป็นข่าวไปแล้วเนื่องจากคอนแทคเลนส์อยู่ติดตาดำ ซึ่งการมองเห็นของเราก็คือ ตาดำ

   

การซื้อคอนแทคเลนส์ราคาถูกตามท้องตลาดเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะผู้ขายอาจจะนำมาลดราคาเนื่องจากคอนแทคเลนส์หมดอายุแล้วหรือคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน เมื่อราคาถูกวัยรุ่นจึงชอบซื้อหามาใช้กันมาก เพราะราคาถูกทำให้เลือกซื้อได้หลายแบบและหลายสี แต่ความจริงแล้วเราสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยการดูที่น้ำที่ใส่คอนแทค เลนส์ ปกติทั่วไปจะใส ๆ ถ้าน้ำสีเปลี่ยนไม่ใสและมีกลิ่นแปลก ๆ ไม่ควรซื้อมาใช้ หรือเลือกซื้อยี่ห้อที่มีขายตามท้องตลาดเป็นที่รู้จักหรืออาจปรึกษาแพทย์เวลาใช้ด้วยก็ได้

   

ทั้งขนตาปลอมและคอนแทคเลนส์ จักษุแพทย์  แนะนำว่าไม่ควรใส่นานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และเวลาถอดหรือใส่ควรล้างมือให้สะอาดที่สำคัญไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น บางคนที่ติดขนตาปลอมไม่ชำนาญไปให้ที่ร้านเสริมสวยติดให้ หากทางร้านดูแลเรื่องความสะอาดไม่ดีเท่าที่ควรอาจได้รับเชื้อโรคที่ติดจากผู้อื่นกลับมาด้วย

   

นอกจากขนตาปลอม และคอนแทคเลนส์จะเป็นอุปกรณ์ในการตกแต่งความงามที่เป็นที่นิยมแล้ว การใช้อายไลเนอร์ อายแชโดว์ และมาสคาร่า ก็เป็นเครื่องสำอาง ที่ต้องใช้ควบคู่กันไปสำหรับตกแต่งดวงตาคู่สวยของสาว ๆ ให้มีสีสันคมชัดมากขึ้น ซึ่งเครื่องสำอางเหล่านี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลเสียต่อดวงตาได้เช่นกัน เพราะเคยมีข่าวว่ามีการนำน้ำมันเครื่องมาเป็นส่วนประกอบของอายไลเนอร์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง ดังนั้นเราจึงควรเลือกใช้ยี่ห้อดี ๆ และควรทราบวันเดือนปีที่ผลิตและวันหมดอายุของเครื่องสำอางนั้น ๆ ด้วย

   

อายไลเนอร์เป็นเครื่องสำอางใช้สำหรับกรีดตาให้ดูคม โฉบเฉี่ยวสวยงาม ส่วนอายแชโดว์ใช้ทาเปลือกตาเพิ่มสีสันให้ดวงตา และมาสคาร่าช่วยในการปัดแต่งขนตาให้งอนงามอยู่ได้นาน ซึ่ง เครื่องสำอางเหล่านี้มีอายุการใช้งานดังนี้ ถ้าเป็นอายไล เนอร์ใช้ได้นาน 6 เดือนถึง 1 ปี อายแชโดว์ ถ้าเป็นชนิดผงใช้ได้นาน 2 ปี ชนิดน้ำ หรือน้ำมันจะมีอายุสั้นกว่านี้ ส่วนมาสคาร่าใช้ได้นานประมาณ 3 เดือนหลังจากเปิดใช้แล้ว หากหมดอายุไม่ควรนำมาใช้ถึงแม้ว่าจะยังใช้ไม่หมดก็ตามอย่าเสียดายเพราะจะมีผลเสียต่อดวงตาของเรา

   

การแต่งตาด้วยเครื่องสำอางมาก ๆ จะมีผลเสีย  ทำให้ต่อมไขมันที่อยู่บริเวณเปลือกตาอุดตัน เกิดการอักเสบและเป็นตากุ้งยิง ดังนั้นเมื่อแต่งแล้วจึงควรล้าง ออกให้สะอาดหมดจดและหากอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ออกไปไหนก็ไม่ควรแต่งตาหรือแต่งหน้า ควรปล่อยให้ดวงตาและใบหน้าได้พักผ่อนบ้าง

   

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง แต่ถ้าแต่งมากเกินจนต้องเข้าสู่โลกมืด ลองถามตัวเองดูสิว่าคุ้มกันแล้วหรือยัง..? มาเริ่มต้นดูแลรักษาความปลอดภัยให้ดวงตาของคุณได้แล้ววันนี้ตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ ก่อนที่จะสายเกินแก้.

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

Update:22-01-53

อัพเดทเนื้อหาโดย: ณัฏฐ์ ตุ้มภู่

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2562 ของ สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม