'โปลิโอ' ป้องกันได้

โดย
| |
อ่าน : 3,748

ไม่ละเลย...หยุด ! โรครุกราน

 

 

ปัจจุบันแม้ว่าอุบัติการณ์ของ โรคโปลิโอจะลดลงซึ่งเป็นผลจากการได้รับวัคซีน แต่ทั้งนี้การให้ความรู้รณรงค์ในเรื่องของการรับวัคซีนโปลิโอยังคงดำเนินการต่อเนื่อง

   

ด้วยเพราะโรคดังกล่าวเป็นอีกโรคที่มีความสำคัญซึ่งหากเชื้อไวรัสโปลิโอเข้าสู่ร่างกายก็จะทำให้มีการอักเสบของไขสันหลังทำให้เกิดอัมพาตที่กล้ามเนื้อแขนขา ในรายที่อาการรุนแรงจะทำให้มีความพิการตลอดชีวิตและบางรายอาจเสียชีวิต

   

โปลิโอชื่อนี้อาจเคยได้ยินกันอยู่เนือง ๆ แต่การเกิดขึ้นของโรคดังกล่าว อีกทั้งการป้องกันดูแลสุขภาพอย่างไรเพื่อให้ปลอดภัยไกลห่างนั้น คงเริ่มที่การไม่ละเลยและมองข้าม นพ.ชมเมธ เตชะแสนศิริ หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล   รามาธิบดี ให้ความรู้ว่า โรคโปลิโอ หรือเรียกอีกอย่างว่าโรคไข้ไขสันหลังอักเสบ ในสมัยก่อนโรคดังกล่าวมีการระบาดไปทั่วโลกซึ่งผู้ป่วยด้วยโปลิโอก็มีทั้งอาการอัมพาตและเสียชีวิตกันเป็นจำนวนมาก แต่ต่อมาเมื่อมีวัคซีนก็ทำให้โรคดังกล่าวลดน้อยลงไปมาก

   

ในการรณรงค์ให้ความรู้การใช้วัคซีนทำให้การควบคุมโปลิโอสำเร็จ ในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศทางแถบอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และยุโรป ประเทศเหล่านี้ได้ประกาศว่าประเทศของเขาปลอดจากโรคโปลิโอไม่มีหลงเหลือ

   

แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีบางประเทศที่มีโรคโปลิโออยู่เป็นโรคประจำถิ่นหรือยังคงมีการระบาดของโรคโปลิโออยู่อย่างต่อเนื่องแต่ประเทศไทยนั้นไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ แต่ด้วยเหตุที่ว่ายังมีประเทศที่มีการระบาดของโปลิโออยู่ ประเทศเราจึงต้องเฝ้าระวังให้ความรู้ความสำคัญในโรคดังกล่าว มีการรณรงค์ ในเรื่องของวัคซีนโปลิโออย่างต่อเนื่อง

   

วัคซีนโปลิโอตามแผนการคุ้มกันจะมี การหยอดวัคซีนโปลิโอในเด็กตั้งแต่อายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน และ 18 เดือน จากนั้นก็จะมีการกระตุ้นอีกครั้งเมื่อเด็กมีอายุ 4-6 ขวบ ช่วงที่เด็กเริ่มเข้าเรียน เด็กจะได้รับวัคซีนทั้งหมดเป็นจำนวน 5 ครั้งซึ่ง ในการรณรงค์ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วประเทศมารับวัคซีนพร้อมกันก็เพื่อให้มีภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังเก็บตกจากผู้ที่พลาดการรับวัคซีนให้ได้มารับวัคซีน

   

ในส่วน ลักษณะอาการความรุนแรงของโรค คนไข้ที่ได้เชื้อโปลิโอ ส่วนใหญ่ร้อยละ 95 จะไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยมากอาจปรากฏอาการไข้ ปวดศีรษะหรือว่าอ่อนเพลียซึ่งจะเป็นอยู่ 2-3 วันจากนั้นก็จะหายเป็นปกติและด้วยอาการที่ไม่เด่นชัดเหล่านี้จึงยากต่อการวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อโปลิโอ เพราะค่อนข้างยากที่จะแยกจากการติดเชื้อไวรัสอื่น ๆ

   

ส่วนที่น้อยกว่า 2 เปอร์ เซ็นต์ก็อาจมีอาการอัมพาตเกิดขึ้นโดยจะเริ่มจากที่มีไข้นิดหน่อย ปวดศีรษะ อาเจียนเป็นอยู่ประมาณ 3-4 วันจากนั้นอาการต่าง ๆ จะหายไปแล้วก็จะมีไข้กลับมาใหม่ ปวดกล้ามเนื้อและอาจมีอาการอัมพาตเกิดขึ้น อ่อนแรงตามขา แขนและส่วนใหญ่ก็จะเป็นที่ขามากกว่าที่แขน และเป็นกับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ในส่วนต้นของขาหรือแขนมากกว่ากล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ ในส่วนปลาย

   

ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะที่เป็นอัมพาตไปแล้วเซลล์ที่ถูกทำลายไปส่วนใหญ่ไม่ค่อยกลับคืน แต่แม้ว่าอาการจะเริ่มดีขึ้นคนไข้ก็ต้องทำกายภาพต่อเพื่อห้กล้ามเนื้อ เส้นประสาทที่ยังดีอยู่ทำงานได้ดีขึ้นทดแทนส่วนที่ถูกทำลายไป ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่เป็นโปลิโอก็จะมีอาการอัมพาตหลงเหลืออยู่ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญ

   

นอกจากนี้ในความรุนแรงของคนไข้โปลิโอบางรายไม่เพียงเฉพาะแขน ขาไม่มีแรง แต่อาจมีอาการหายใจไม่ได้หรือบางครั้งอาจมีอาการของเส้นประสาทในสมองถูกทำลาย

   

โปลิโอส่วนใหญ่จะเป็นในเด็กที่มีอายุน้อย กว่า 5 ปี ส่วนน้อยที่จะเป็นกับเด็กโตและหากเจ็บป่วยขึ้นมานั้นน่ากลัว เพราะว่าอาการอัมพาตหรือแขนขาพิการจะยังคงหลงเหลืออยู่ คนที่ป่วยเป็นโปลิโอก็จะมีความพิการทำให้ต้องใช้เครื่องช่วยหรืออุปกรณ์ที่ช่วยในการเคลื่อนไหว อีกทั้งโรคนี้ไม่มีการรักษาที่เฉพาะ ถ้าติดเชื้อแล้วไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสโปลิโอ แต่ว่าสิ่งที่ดีในปัจจุบันคือมีวัคซีนป้องกันโรคได้

   

การที่จะห่างไกล ปลอดภัยจากโรคนี้ อันดับแรกก็คงต้องไม่ละเลยดูแลสุขภาพ เมื่ออายุถึงเกณฑ์ต้องรับวัคซีนผู้ปกครอง คุณพ่อ คุณแม่ก็ต้อง พาลูกหลานไปรับวัคซีน อีกสิ่งหนึ่งถ้ามีสุข อนามัยที่ดี ไม่มีการปนเปื้อนกับการขับถ่าย มีการดูแลทำความสะอาดเรียบร้อย โอกาสที่จะได้รับเชื้อต่าง ๆ ก็น้อยลงด้วย

       

อีกทั้งยังมีความหมายต่อการป้องกันโรคอื่น ๆ อีกหลายโรคที่ติดทางทางเดินอาหารได้และถ้าเมื่อไหร่ที่มีอาการน่าสงสัย แขนขาไม่มีแรง หรืออ่อนแรงเกิดขึ้นก็ต้องรีบนำมาตรวจ เพราะจะได้ทำการรักษาเบื้องต้นได้ทันเวลา

   

ขณะที่การรับวัคซีนโปลิโอครบจำนวนช่วยป้องกันโรค แต่หากลืมครั้งใดครั้งหนึ่งไปสามารถปรึกษาแพทย์ได้โดยแพทย์จะนำมาพิจารณาว่าก่อนหน้านี้เคยได้รับวัคซีนไปตอนใดบ้าง ควรจะได้รับการเสริมอีกกี่ครั้ง ดังนั้นหากเมื่อไหร่ที่รู้ตัวว่าลูกหลานรับวัคซีนไม่ครบก็ต้องรีบพากลับมาปรึกษากุมารแพทย์ แต่ทั้งนี้หากลืมรับวัคซีนโปลิโอก็มักจะพลาดวัคซีนอื่นไปพร้อมกันด้วย  เช่น วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก

   

การรับวัคซีนโปลิโอจะเป็นในรูปแบบการฉีดหรือการหยอดก็ได้ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดนั้นมีผล  ทำให้เกิดภูมิต้านทานโปลิโอ เหมือนกัน ในการรณรงค์ เราใช้วัคซีนชนิดหยอด  สำหรับวัคซีนโปลิโอชนิดฉีดจะอยู่ในรูปวัคซีนรวมโดยจะรวมกับวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก บางครั้งอาจไปรวมกับตับอักเสบบี หรือวัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ แต่ดังที่กล่าวการได้รับวัคซีนด้วยการฉีดหรือหยอดเป็นสิ่งที่ต้องไม่ละเลยแพทย์ท่านเดิมกล่าว

   

โปลิโอ โรคที่ถ้าเกิดการเจ็บป่วยแล้วมักจะมีอาการอัมพาตมีความรุนแรงและมีผลตามมาในระยะยาวของชีวิต การดูแลสุขภาพสุขอนามัยรวมทั้งการได้รับวัคซีนตามที่กำหนดเป็นสิ่งสำคัญช่วยให้หลีกไกลหยุดยั้งโรคดังกล่าวได้.

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

Update:07-01-53

อัพเดทเนื้อหาโดย: ณัฏฐ์ ตุ้มภู่

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม