ปัญหาใหญ่เด็กนักเรียน 'แบกกระเป๋าหนัก'

โดย
| |
อ่าน : 10,648

เสี่ยงกระดูกสันหลังคด!!

 

ภาพเด็กนักเรียนสะพายกระเป๋าใบโตกว่าตัวหลายเท่าเดินผ่านไปมาคงเป็นภาพที่ชินตาของผู้ใหญ่หลายคนไปแล้วสำหรับยุคนี้ บางคนอาจนึกขำ บางคนอาจนึกสงสาร แต่จะมีสักกี่คนที่ตระหนักถึงโทษภัยของพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมร่วมมือกันหาทางแก้ไข!!?

   

จากการสำรวจน้ำหนักตัวและน้ำหนักกระเป๋าหนังสือของนักเรียนชั้น ป.1-ป.6 เพื่อทดสอบน้ำหนักกระเป๋าระดับประถมศึกษา ของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล รามาธิบดีพบว่า กว่า 80% ของเด็กกลุ่มนี้ ต้องแบกสัมภาระไปโรงเรียนด้วยกระเป๋ารูปแบบต่างๆ ที่มีน้ำหนักมากกว่า 10% ของน้ำหนักตัว ซึ่งเป็นน้ำหนักที่ไม่เหมาะสม ในจำนวนนี้มีถึง 25% แบกหิ้วสัมภาระหนักกว่า 20% ของน้ำหนักตัวถือเป็นน้ำหนักอันตรายที่จะส่งผลต่อกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง โดยในจำนวนนี้อีกกว่า 70% ใช้กระเป๋าแบกหลังทำให้น้ำหนักกดทับตรงกล้ามเนื้อต้นคอ ไหล่ หลังและกระดูกสันหลัง และ 29% ของกลุ่มตัวอย่างนี้มีอาการปวดคอ ไหล่ หรือหลังในสัปดาห์ที่ทำการสำรวจ

   

พฤติกรรมและอาการ ดังกล่าว คพ.ดร.โอ๊ต บูรณะสมบัติ นายกสมาคมการแพทย์ ไคโรแพรคติกแห่งประเทศไทย ให้ความรู้ว่า เด็กเหล่านี้เสี่ยงต่อการเป็น กระดูกสันหลังคดคือ ภาวะที่กระดูกมีความโค้งในแนวซ้ายขวาที่ผิดปกติ ส่งผลให้กระดูกสันหลังมีรูปร่างคดคล้ายรูปตัวเอส (S) บริเวณที่มีกระดูกสันหลังคดมักจะพบที่กระดูกสันหลังระดับอกหรือระดับอกต่อกับระดับเอว หรือเกิดเฉพาะในหลังตอนล่าง

   

กระดูกสันหลังเป็นโครงสร้างที่แข็งแรงปกป้องแกนของไขสันหลัง ทำหน้าที่เป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อของหลัง เชื่อมต่อกับกะโหลกศีรษะ กระดูกสะบัก กระดูกเชิงกรานและกระดูกซี่โครง โดยกระดูกสันหลังคดจะเกิดในเด็กตามกลุ่มอายุดังนี้ กลุ่มอายุก่อน 3 ปีในกลุ่มนี้ร้อยละ 90 จะหายได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น ส่วนกลุ่มอายุ 3-10 ขวบ กลุ่มนี้จะเป็นมาก เมื่อโตขึ้นและกลุ่มอายุ 10-18 ขวบ หากเป็นไม่มาก ก็ไม่ต้องรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ส่วน สาเหตุ การเกิดกระดูกสันหลังคดมี 2 สาเหตุ คือ เกิดจากพันธุกรรม เป็นภาวะที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิดและสาเหตุการคดที่เกิดจากพฤติกรรม เช่น ชอบยืนตัวเอียง ห่อไหล่ ทิ้งน้ำหนักไปที่เท้าทั้ง 2 ข้างไม่เท่ากันและเด็กที่ชอบแบกของหนัก ๆ มากเกินไป

   

กระเป๋าหนังสือของนักเรียนก็ถือว่ามีผลกระทบต่อกระดูกสันหลังของเด็ก บางครั้งเด็กที่ถือกระเป๋าแบบหิ้วหรือแบบสะพายข้างถ้ามีน้ำหนักมากเด็กก็จะเอียงตัวไป ข้างใดข้างหนึ่งเพื่อรับน้ำหนัก ทำให้เมื่อเราเอียงตัวไปบุคลิก ภาพเราก็จะเป็นท่านั้น กล้ามเนื้อก็จะพัฒนาไปในลักษณะข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งคนเราปกติ ถ้าใช้งานร่างกายข้างใดข้างหนึ่ง หรือซีกใดซีกหนึ่ง ข้างนั้น  ก็จะทำงานหนักมากกว่าปกติส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายของเด็ก

   

น้ำหนักของกระเป๋าที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่อายุไม่ถึง 10 ขวบไม่ควรเกิน 10-15 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก  ตัว ขึ้นอยู่ว่าเด็กจะตัวโตรับน้ำหนักมากแค่ไหน เหมือนงานวิจัยที่ประเทศอเมริกาทำการวิจัยออกมาว่าเด็กต้องแบกกระเป๋าไม่ควรเกิน 25 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว แต่เราต้องเข้าใจด้วยว่าฝรั่งโครงสร้างใหญ่กว่าคนไทยจึงไม่ควรแบกน้ำหนักมากขนาดนั้น ยกตัวอย่างที่ถูกต้อง เช่น เด็กน้ำหนัก 20 กิโลกรัม ควรแบกน้ำหนักกระเป๋าอยู่ที่ประมาณ 2-3 กิโลกรัม ไม่ควรแบกเกินมากกว่านี้ หลังจากนั้นพอเด็กโตขึ้นมีอายุมากกว่า 10 ขวบไปแล้วเราจึงค่อยปรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับตัวเด็ก

   

อย่างไรก็ตาม การสะพายเป้นั้นเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็ก เพราะได้ใช้ไหล่ 2 ข้างทำให้น้ำหนักสมดุลกันอยู่ตรงกลางหลังรวมทั้งกล้ามเนื้อขา ตะโพกจะช่วยรองรับได้ดีกว่าเราสะพายข้างเดียว ดังนั้น การเลือกกระเป๋าสะพายให้เด็กควรเลือกที่ใช้งานได้ดีไม่ตามแฟชั่น โดยเฉพาะสายกระเป๋าไม่ควรใช้แบบสายเส้นเล็ก ๆ เพราะจะทำให้ปวดหลัง ส่วนของที่จะใส่ในกระเป๋าควรมีน้ำหนักไม่มากเกินไปรวมทั้งต้องจัดระเบียบของในกระเป๋าให้ดีด้วย การใส่ของที่มีน้ำหนักมาก ๆ นั้นควรใส่ไว้ชิดกับแผ่นหลังตัวเราหรือด้านในสุดของกระเป๋าและใส่ของน้ำหนัก น้อย ๆ ไว้ด้านนอกเพื่อจะได้ไม่ถ่วงน้ำหนักมากเกินไป

   

ผลกระทบต่อการสะพาย กระเป๋าหนักมากเกินไป คือ ทำให้ร่างกายทำงานหนักมากกว่าปกติ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย กล้ามเนื้อ โครงสร้าง บุคลิก ภาพ และทำให้การพัฒนา โดยทั่ว ๆ ไปไม่ดีเท่าที่ควรและมีอาการปวดขา ปวดหลัง ปวดคอ ซึ่งเด็กไม่ควรจะมีอาการเช่นนี้และเมื่อร่างกายไม่แข็งแรงมีอาการเจ็บปวดก็จะส่งผลต่อสุขภาพจิตจนเกิดเป็นความเครียด เมื่อเด็กเครียดก็จะทำให้ผลการเรียนแย่ลงมีผลต่ออนาคตของเด็กอย่างแน่นอน

   

ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรสังเกตลูกหลานว่ามีอาการกระดูกสันหลังคดหรือไม่ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ก่อนพามารักษา โดยเริ่มจากให้เด็กถอดเสื้อออกหรือใส่เสื้อบาง ๆ สวมกางเกงขาสั้น ไม่ต้องสวมรองเท้า แล้วยืนตัวตรง สังเกตว่า เท้าทั้ง 2 ข้างและระดับของไหล่ทั้ง 2 ข้างเท่ากัน หรือไม่หรืออยู่ในระดับเดียวกันหรือไม่ ตะโพกและหลังเอียงหรือไม่ ให้มองทั้งด้านตรง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังอย่างละเอียด หากเด็กที่มีรูปร่างผอมจะสังเกตได้ง่ายโดยให้สังเกตตรงกระดูกปุ่ม ๆ ข้างหลังว่าเรียงตรงหรือไม่ หากมีอาการเอียงหรือผิดปกติจุดใดจุดหนึ่งควรรีบมาปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการรักษา

 

ขั้นตอนการรักษาถ้าหากตรวจเช็กด้วยวิธีเอกซเรย์แล้วพบว่ามีอาการคดไม่มากและไม่รบกวนการทำงานของระบบอวัยวะอื่นแพทย์จะรักษาด้วยวิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ไม่แบกของหนักหรือแบกของหนัก ๆ ข้างใดข้างหนึ่ง ไม่นั่งเล่นคอมพิวเตอร์ นาน ๆ และไม่นั่งห่อไหล่หรือหลังงอ รวมทั้งกินอาหารเสริมที่บำรุงกระดูกและออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อแข็งแรง พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ หากเด็กที่กระดูกสันหลังคดมากประมาณ 25-30 องศาขึ้นไปรบกวนระบบการทำงานของอวัยวะอื่น เช่น ไปกดทับเส้นประสาทจึงต้องมีการผ่าตัดใส่เหล็กด้ามให้หลังตรงไว้ ตลอดชีวิตหรือใส่เสื้อเกราะ ซึ่งต้องดูตามอาการและความเหมาะสมของเด็กด้วย

   

ส่วนใหญ่เด็กหรือผู้ที่เป็นกระดูกคดแล้วไม่ดูแลตัวเองจะมีปัญหาตามภายหลัง เช่น มีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดศีรษะ ปวดประสาทและอาจเป็นโรคหมอนรองกระดูกได้ในอนาคต ซึ่งนอกจากจะตรวจรักษาแล้วเราควรที่จะ ดูแลกระดูกสันหลังของเราเองด้วยการไม่นั่งหรือยืนเป็นเวลานานหรือทิ้งน้ำหนักตัวข้างใดข้างหนึ่งไม่เท่ากัน ควรปรับเปลี่ยนท่าทางทุกครึ่งชั่วโมงเพื่อเป็นการไม่ทำร้ายหรือใช้งานกระดูกสันหลัง ของเรามากเกินไป

   

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ใหญ่ทุกคน ควรดูแลเอาใจใส่ลูกหลานในเรื่องของการสะพายกระเป๋าไปโรงเรียน ไม่ควรให้ขนสัมภาระ หนักจนเกินไป ไม่เช่นนั้นแล้ว เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นอาจทำให้เสียบุคลิก ก่อเกิดปัญหาสุขภาพ และอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงตามมาได้.

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

Update: 08-12-52

อัพเดทเนื้อหาโดย: ณัฏฐ์ ตุ้มภู่

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม