“โฮลเกรน” มีประโยชน์มากแต่คนยังสนใจน้อย

โดย
| |
อ่าน : 3,456

พบมากในข้าวกล้อง ข้าวสาลี

 

 

           กลางกระแสรักสุขภาพ ผู้คนหันมาสนใจกับการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น โฮลเกรนได้รับการแนะนำในระดับนานาชาติ ว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ และควรรับประทานอย่างน้อยวันละ 3 ส่วน หรือ 48 กรัมต่อวัน

 

          แม้ว่าจะฟังดูเหมือนไม่คุ้นหู แต่จริง ๆ แล้วโฮลเกรน    เป็นอาหารที่คนทั่วโลกคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะมีอยู่รอบตัว แต่ไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญ

 

          ตัวอย่างของโฮเกรนที่เรารู้จักกันดี ได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ลูกเดือย  ที่ผ่านการขัดสีน้อย และยังคงส่วนประกอบสำคัญไว้ได้อย่างครบถ้วน

 

          ถ้าจะพูดให้เข้าใจกันง่าย ๆ โฮลเกรนก็คือ ธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี หรือผ่านการขัดสีน้อยมาก จึงยังคงมีส่วนประกอบที่สำคัญของธัญพืชอยู่ครบถ้วน ทั้งเยื่อหุ้มเมล็ด, เอ็นโดสเปิร์ม หรือเนื้อเมล็ด และจมูกข้าว

 

          ปกติเมล็ดธัญพืชทั่วไปจะผ่านกระบวนการขัดสี และแปรรูปให้เหลือเพียงแป้ง เพื่อให้เก็บไว้ได้นาน และในขั้นตอนการขัดสีเมล็ดธัญพืช เยื่อหุ้มเมล็ดและจมูกข้าวจะถูกขัดหรือหลุดออกไป ทำให้สารอาหารที่ควรจะได้รับหายไปจนหมด

 

          ยิ่งผ่านกระบวนการมากเท่าไหร่ ส่วนประกอบสำคัญต่าง ๆ ของธัญพืชก็ยิ่งเหลือน้อยลง

          ปัจจุบัน อาหารที่ทำมาจากโฮลเกรนได้รับการแนะนำว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ในโฮล   เกรน ประกอบไปด้วยสารอาหารสำคัญมากมาย อาทิ โปรตีน  ใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ สารไฟโตนิวเทรียนท์ต่าง ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลต่อการมีสุขภาพที่ดีทั้งสิ้น

 

          อินดรา เมโรทรา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย สุขภาพและโภชนาการเบลล์ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า มีผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า คนที่บริโภคโฮลเกรนเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วน และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้มากถึง 21-37% นอกจากนี้การบริโภคโฮลเกรนเป็นประจำยังดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน เพราะโฮลเกรนจะช่วยทำให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น ดังนั้นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของธัญพืชที่รับประทานในแต่ละวันควรเป็นโฮลเกรน

 

          แม้ว่าโฮลเกรนจะมีคุณประโยชน์มากมาย แต่การศึกษาวิจัยกลับพบว่าคนส่วนใหญ่ยังคงรับประทานโฮลเกรนในปริมาณที่น้อยกว่าที่แนะนำ

 

          จากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภค จากทั่วโลก พบว่า 9 ใน 10 คน รับประทาน   โฮลเกรนน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ โดยมีค่าเฉลี่ยของปริมาณโฮลเกรนที่รับประทานน้อยกว่าวันละ 1 ส่วน หรือ 16 กรัม อาจเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญของการที่ต้องรับประทานโฮลเกรนให้ครบตามปริมาณที่แนะนำ

 

          หากจะเปรียบเทียบระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย จากการศึกษาวิจัยพบว่าผู้ชายจะรับประทานโฮลเกรนในปริมาณที่มากกว่าผู้หญิง แต่อาจเป็นเพราะปริมาณอาหารที่ผู้ชายรับประทานนั้นมากกว่าผู้หญิงก็เป็นได้ นอกจากนี้ผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุรับประทานโฮล   เกรนมากกว่าเด็ก

 

          ในประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ มีการศึกษาวิจัยพบว่ารายได้และระดับการศึกษามีผลต่อการเลือกรับประทานโฮลเกรน โดยผู้ที่มีรายได้และระดับการศึกษาที่สูงกว่า จะรับประทานโฮลเกรนในปริมาณที่มากกว่า แต่ในประเทศฟินแลนด์กลับพบว่าผู้ที่มีรายได้น้อยนิยมรับประทานขนมปังที่ทำมาจากข้าวไรย์ หรือโฮลเกรนมากที่สุด

 

          สำหรับประเทศไทย ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับการรับประทาน โฮลเกรนยังมีอยู่น้อยมาก แต่หากพิจารณาจากการรับประทาน ข้าว    กล้องซึ่งเป็นโฮลเกรนชนิดหนึ่ง จะพบว่า มีคนไทยเพียงร้อยละ   11 เท่านั้นที่บริโภคข้าวกล้องเป็นประจำ

 

          และเมื่อพิจารณาโดยรวม จะพบว่า คนไทยโดยรวมยังได้รับ ใยอาหารจากธรรมชาติในปริมาณที่น้อยลง เพราะนิยมบริโภคอาหารสำเร็จรูป ข้าว และธัญพืชขัดสีจนขาวมากขึ้น

 

          เคล็ดลับง่าย ๆ สำหรับการเริ่มต้นรับประทานโฮลเกรน เพียงแค่ผสมโฮลเกรนกับธัญพืชขัดสีอย่างละครึ่ง ก็จะช่วยทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันยังมีการนำเอาโฮลเกรนไปแปรรูปเป็นอาหารต่าง ๆ มากมาย อาทิ ขนมปัง เส้นพาสต้า เส้นก๋วยเตี๋ยว ซีเรียล ช่วยทำให้เราเลือกรับประทานกันได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

          เริ่มต้นทีละน้อยแล้วค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนครบตามปริมาณที่แนะนำ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง...

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

Update: 30-10-52

อัพเดทเนื้อหาโดย: ณัฏฐ์ ตุ้มภู่

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ข้อมูลประกอบการประเมินพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุน                                                                                                                                          การสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 -
  • การรับฟังความคิดเห็นประกอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ -
  • คู่มือและชุดความรู้เพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชนไทย -
  • ขอแจ้งประชาสัมพันธ์การเปิดใช้ระบบบริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารครบวงจร (THCC) - ขอแจ้งประชาสัมพันธ์การเปิดใช้ระบบบริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารครบวงจร (THCC)
  • ขอเชิญชวนส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ใน วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย Thai Health Promotion Journal -
  • PERSONA HEALTH คัดข้อมูลสุขภาพที่ใช่ ให้ตรงกับตัวคุณ -
  • ไทยรู้สู้โควิด -
  • คู่มือ การจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (ฉบับปฏิบัติการ) -
  • คู่มือแยกกักตัวที่บ้าน เรื่องควรรู้ที่คุณหมอรวบรวมมาให้ -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 -
  • ชัวร์โควิดและวัคซีน -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาอังกฤษ -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาลาว -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาพม่า -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษากัมพูชา -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม