“รถ” หยุดโลก (เน่า)

โดย
| |
อ่าน : 3,645

หันมาใช้รถสาธารณะกันเถอะ

 

          มีประโยคหนึ่งที่กล่าวว่า "ไฟฟ้ามีคุณอนันต์ และ มีโทษมหันต์" ที่มันสามารถบอกเล่าให้เห็น สัจธรรมแห่งสังคมได้ว่า อะไรก็ตามที่มันมีคุณอนันต์ จะมีโทษมหันต์แฝงอยู่ในนั้นได้ด้วย ซึ่ง เราจะเห็นได้เสมอๆในสังคมของมนุษย์ทุกวันนี้

 

          มีเครื่องมือ มากมาย ที่มนุษย์สร้างสรรค์ ขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ สังคมมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกัน หากมนุษย์ไม่รู้จักการใช้ที่ ถูกวิธี สิ่งที่มีประโยชน์สูงดังกล่าวก็อาจจะสะท้อนกลับมาเป็นโทษที่หนักหนาได้เช่นเดียวกัน

 

          นอกเหนือจาก ไฟฟ้า ดังที่กล่าวเอาไว้ ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ คนในสังคม เกือบจะยืนยันได้ว่า มีประโยชน์กับมนุษย์มากที่สุด จนแทบจะบอกได้ว่า "มนุษย์ไม่สามารถจะขาดมันได้เสียแล้ว"

 

          สิ่งดังกล่าวนี้คือ รถยนต์ ที่ เป็น ยานพาหนะเพื่อพาสิ่งต่างๆจากที่ไหนไปยังอีกที่หนึ่งนั่นเอง

 

          จากสติถิของแต่ละประเทศ มีการสำรวจว่า คนทั่วโลกใช้รถยนต์เพิ่มขึ้น ทุกแห่ง ซึ่งเป็นการเพิ่มที่ น่าเป็นห่วงว่า อาจจะสร้างอันตรายให้แก่บรรยากาศของโลกได้ ดัง ความหมายที่ว่า "สิ่งที่มีคุณอนันต์ย่อมจะมีโทษมหันต์" นั่นเอง

 

          ด้วยเหตุนี้เอง คนทั้งโลก จึงมีการกำหนดร่วมกัน ให้ วันที่ 22 กันยายน ของทุกปี เป็น วัน Car Free Day หรือ วันหยุดใช้รถ

 

          เป้าหมายที่คนทั่วโลก ต้องการให้ทุกคนหยุดใช้รถก็เพื่อจะให้ โลกของเรา ปลอดจากอากาศพิษ ซึ่งแม้ว่า หนึ่งปี จะหยุดเพียงหนึ่งวัน แต่ เมื่อดูจากสถิติตัวเลขที่หากคนหยุดใช้รถปีละหนึ่งวันเท่านั้น โลกจะสะอาดขึ้นอย่างน่าชื่นใจทีเดียว

 

          เราลองเปรียบเทียบ เอาจาก ตัวเลข ของการทดสอบในประเทศไทยของเราดูเพียงประเทศเดียว เราก็จะพบว่า ประเทศไทยของเรา ซึ่งหากเปรียบกับพื้นที่ของประเทศอื่นๆทั่วโลกแล้ว ประเทศไทย และ คนไทย จะเป็น ส่วนเล็กๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับคนทั้งโลก

 

          ประเทศไทย โดยเฉพาะใน เขต กรุงเทพมหานคร จากการสำรวจพบว่า มีรถยนต์ใช้ทั้งสิ้น ประมาณ สองล้านห้าแสนกว่าคัน ซึ่งรถที่ใช้อยู่ใน กทม.เท่ากับปริมาณนี้ ถ้าทุกคน วิ่งในระยะทางวันละ 30 กิโลเมตร กทม.จะมีปริมาณ ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซค์ ที่ถูกปล่อยออกมาจากรถทั้งหมด ถึง ยี่สิบสองล้าน ห้าแสนห้าหมื่นหนึ่งพันหกร้อยหกกิโลกรัม ทีเดียว

 

          เราก็ทราบๆกันดีอยู่แล้วว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์นี้ มันมีโทษอย่างร้ายแรงต่อมนุษย์ และสัตว์ ถึงขั้น ทำให้เสียชีวิต และ พิกลพิการได้

 

          มนุษย์จึงจำเป็นต้อง ขจัด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ให้น้อยไปจากสังคมมนุษย์ ซึ่ง สิ่งหนึ่ง ที่ ธรรมชาติ คอยช่วยมนุษย์ กำจัด คาร์บอนไดออกไซค์ให้หมดไป คือ การ สร้าง พืชให้มาเป็นผู้เก็บเอา ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ จากสังคมมนุษย์

 

          แต่ทุกวันนี้ มนุษย์ แทนที่จะรู้คุณถึง ประโยชน์ที่ต้นไม้หรือ พืช ช่วยทำลายก๊าซพิษให้กับมนุษย์ มนุษย์กลับ ตั้งหน้าตั้งตาที่จะทำลายพืชให้น้อยลงๆ จึงทำให้เกิด โครงการ ปลูกต้นไม้กันไปทั่วโลก เป้าหมายก็เพื่อ ต้องการให้พืชมาช่วยสร้างอากาศที่ดีให้กับมนุษย์นั่นเอง

 

          จากงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ พบว่า ถ้าปีหนึ่งๆ มนุษย์ขับรถกันเป็นระยะทาง แค่ 25,000 กิโลเมตรเท่านั้น มนุษย์จะต้องหาต้นไม้มาคอยดูดคาร์บอนไดออกไซค์ออกไปถึง 8 ต้น

 

          ต่อการปกป้องควันพิษจากรถหนึ่งคัน รถที่มนุษย์นำมาใช้งาน มีกี่คันก็ต้องเอา 8 คูณ เข้าไป นึกไม่ออกเลยว่า จะต้องมีต้นไม้กี่ต้นเรียงรายอยู่ตามท้องถนน ซึ่ง มันค่อนข้างจะ มีความเป็นไปได้น้อยทีเดียว

 

          วิธีที่ง่ายที่สุด คือ มนุษย์ยอมหยุดขับรถสักหนึ่งวันเพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์เพราะ การที่ มนุษย์หยุดขับรถหนึ่งวัน มันมีค่าเท่ากับ มนุษย์ ปลูกต้นไม้มาดักจับ คาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 22,000 ต้นทีเดียว

 

          ด้วยเหตุนี้เอง ในเมืองไทยของเราจึงได้เกิด โครงการ Car Free Sunday ขึ้นมา โดยมูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้ร่วมกันจัดโครงการ Car Free Sunday : หยุดใช้รถเพิ่มพลังกาย ใช้รถสาธารณะ 7วัน 1ครั้ง เพื่อคุณ เพื่อเรา เพื่อโลก เนื่องในวัน Car Free Day โดยได้ระดมความร่วมมือจากองค์กรภาคี และหน่วยงานต่างๆ อาทิ กทม., บีทีเอส, รฟม., BMCL, ขสมก., ชมรมจักรยานเพื่อคุณภาพชีวิต, บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด ซึ่งล้วนแต่ตระหนักถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับสุขภาพของคนในสังคม และสุขภาพของโลก

 

          โครงการ Car Free Day จัดเป็นโครงการที่ เอื้อประโยชน์ต่อกัน มิใช่เป็น โครงการที่บังคับให้คนใน กทม.หยุดการใช้รถเพื่อการสัญจร แต่เป็นการ เปิดทางออกที่ดีให้กับสังคมไทยในการ ลดมลพิษทางอากาศ โดย อาทิตย์หนึ่งหยุดใช้รถหนึ่งวัน หากใครมีความจำเป็นจะต้องออกไปทำกิจธุระนอกบ้าน ก็อาศัย เครือข่ายที่เขา เข้ามาร่วมโครงการแทน เป็นต้นว่า หากจะไปได้ด้วยรถไฟฟ้า ก็ใช้รถไฟฟ้าที่เขาจะคอยอำนวยความสะดวกให้ หากไปได้ด้วยรถเมล์ก็ไปด้วยรถเมล์ ที่เขาอำนวยความสะอวดให้เช่นกัน หรือ หากใครไปไม่ไกลมากนัก ก็อาจจะเดินไปด้วยเท้า หรือ ขับขี่จักรยานสองล้อไป ซึ่งทั้งสองอย่างดังกล่าวนี้ นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกายที่จะทำให้ร่างกายของเรามีสุขภาพแข็งแรง สามารถต่อต้านโรคร้ายได้อย่างดีเยี่ยมด้วย

 

          อาทิตย์หนึ่งหยุดการใช้รถหนึ่งวัน โลกใบนี้จะสดใสและกายของคุณจะสุขสันต์อย่างยั่งยืน แน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

 

Update 23-09-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : อารยา สิงห์สวัสดิ์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม