"ล้างมือ-สวมหน้ากากอนามัย" กันหวัด โอปอล์ขอบอก...

โดย
| |
อ่าน : 3,251

ฝึกนิสัยรักษ์สะอาด สร้างวินัยต่อตนเอง

 

 

          สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดชะงักลงแต่อย่างใด หนึ่งในบรรดาผู้ป่วยที่รู้จักกันดีคือ คุณปาณิสรา พิมพ์ปรุ หรือที่รู้จักกันในนาม โอปอล์ ดารารายแรกๆ ที่มีข่าวอินเทรนด์ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 กับเขาด้วยเช่นกัน

 

          จนถึงขณะนี้สภาพร่างกายของเธอกลับมาเป็นปกติ ทำงานสร้างความสุขให้กับประชาชนผู้ชมได้เช่นเดิม แม้ว่าเชื้อโรคจะออกจากร่างกายของเธอไปแล้ว แต่สิ่งที่เธอยังได้รับจากวกฤติครั้งนี้ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปจากเดิม!!!

 

          "ตอนแรกนะคะ ก็คิดว่าปวดเมื่อยตามเนื้อตัวทั่วไป ก็ยังไปนวดตามปกติ ไม่ติดใจอะไรว่าจะป่วยอินเทรนด์เป็นหวัด 2009 สาเหตุคิดว่าคงมาจากการทำงานหนักในช่วงที่ผ่านมาอีกทั้งวันโอปอล์ก็เจอใครต่อใครมากมายหลากหลายหน้าตา จึงไม่รู้ว่าสาเหตุการป่วยมาจากไหน" สาวมั่นโอปอล์พูดประโยคแรกเมื่อถูกถามถึงสาเหตุการรับเชื้อไข้หวัด 2009

 

          สิ่งที่ทำให้เธอได้เปลี่ยนชีวิตไปหลังจากนี้ เธอเล่าว่า ในช่วงที่ป่วยก็ถือโอกาสในการพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรง และฟื้นตัวเร็วที่สุด แต่หลังจากนั้นก็ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ยินอยู่บ่อยๆ คือ กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือบ่อยๆ

 

          "ระยะหลังนี้ติดล้างมือบ่อยมาก เพราะล้างมือไม่ให้ร่างกายเรารับเชื้อจนป่วย และใส่หน้ากากอนามัยก็ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายรับเชื้อ หรือถ้าเราป่วยก็ถือเป็นความรับผิดชอบไม่ให้ผู้อื่นป่วยเหมือนเราได้ด้วยเหมือนกันค่ะ"

 

          ที่สำคัญที่เธออยากบอกให้ประชาชนทุกท่านปฏิบัติตัวในช่วงสถานการณ์การระบาดนี้ว่า หากรายที่มีอาการไข้ กินยาแล้วไม่หายภายใน 48 ชั่วโมงก็ควรไปพบหมอ หรือรายที่มีโรคเรื้อรังก็ไปพบหมอได้เลย ขณะเดียวกันก็ควรสวมหน้ากากอนามัยถือว่ารับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ไม่ให้คนอื่นติดเชื้อจากเรา

 

          "ส่วนคนที่ไม่ป่วยก็หมั่นล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงไปสถานที่ที่มีคนแออัด ดูแลตัวเองให้แข็งแรงสมบูรณ์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เพียงแค่นี้โอปอล์ว่า ก็สามารถทำให้ห่างไกลเชื้อโรคได้แล้วค่ะ"

 

          สิ่งที่คุณโอปอล์ได้ฝากถึงคือการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ และการออกกำลังกาย

 

          ประเด็นนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะจากข้อมูลล่าสุดพบว่า ผู้ที่กินอาหารไม่ถูกสัดส่วนไม่เหมาะสม กินมากจนเกินไป จนทำให้เกิดภาวะโรคอ้วนมีผลทำให้หากป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้วจะมีอาการรุนแรงกว่าคนน้ำหนักปกติ!!!

 

          จากรายงานอัตราการเจ็บป่วยและการตายประจำสัปดาห์เดือนเมษายนถึงมิถุนายนที่ผ่านมา ของโรงพยาบาลแคลิฟอร์เนีย พบว่าผู้ป่วยสายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 30 ราย เป็นกลุ่มที่มีปัญหาของโรคปอดร่วมอยู่ด้วย 37% กลุ่มที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง 20% ในกลุ่มนี้มีผู้ป่วยโรคเบาหวานซึ่งเป็นอีกภาวะหนึ่งที่อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงอื่นๆ อยู่ 4 ราย และ ที่น่าแปลกใจคือ พบผู้ป่วยโรคอ้วนอีก 4 ราย

 

          ศูนย์ควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาลดังกล่าว ได้วิเคราะห์หาสาเหตุดังกล่าวที่ทำให้ป่วยโรคหวัด 2009 ค้นหาทฤษฎีมากมายเพื่อหาสาเหตุดังกล่าว คุณหมอในโรงพยาบาลได้สันนิษฐานว่า การหายใจที่ผิดปกติของภาวะอ้วนลงพุงซึ่งจะหายใจค่อนข้างช้า และในผู้ป่วยภาวะอ้วนลงพุงจะมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าคนปกติทำให้รับเชื้อได้ง่ายและมากกว่าคนที่มีภูมิคุ้มกันที่สูง

 

          ในฐานะหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนงานเครือข่ายคนไทยไร้พุง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นพ.ฆนัท ครุธกูล กรรมการเครือข่ายฯ อธิบายว่า ผู้ที่มีโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคปอด ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หากเกิดเป็นโรคหวัดจะมีความรุนแรงกว่าคนปกติ

 

          ดังนั้นคุณหมอจึงแนะนำว่า ควรออกกำลังกาย กินอาหารให้พอเหมาะ คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะหากอ้วนไปคือผู้มีดัชนีมวลกาย 23 - 24.9 ถือว่าน้ำหนักเกิน โดยดัชนีมวลกายเท่ากับน้ำหนัก (กิโลกรัม) หารส่วนสูง (เมตร) คูณด้วยส่วนสูง (เมตร) หรือผู้มีน้ำหนักน้อยเกินไปก็ถือว่ามีภูมิต้านทานโรคน้อยกว่าคนที่มีน้ำหนักในเกณฑ์ปกติ

 

          โดยที่ผ่านมาราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย จึงได้รณรงค์โรงการพัฒนารูปแบบเพื่อแก้ปัญหาโรคอ้วนลงพุงของชุมชนเมืองในเขต กทม. ร่วมมือกับ สสส. กระทรวงสาธารณสุข สมาคมสุขศึกษา พลศึกษาและสันทนาการแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกปฏิบัติการลดพุงในพื้นที่เป้าหมายเดือนละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกเดือน

 

          ทั้งนี้ปฏิบัติการลดพุงในเขต กทม. เริ่มขึ้นในกลุ่มเด็กวัยเรียน 6 ขวบถึง 14 ปีของโรงเรียนในเขตพื้นที่ กทม. 12 โรงเรียน ประมาณ 10,000 คน และกลุ่มวัยทำงานในชุมชน 12 แห่ง ประมาณ 10,000 คน เพื่อให้เข้าใจถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากการเป็นคนอ้วนน้ำหนักเกิน

 

          เมื่อทุกท่านรู้จักดูแลสุขภาพ เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคหวัด 2009 หรือจะเป็นโรคอุบัติใหม่ล่าสุดที่ร้ายกาจเพียงใด ก็ไม่สะทกสะท้าน อย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

Update 27-07-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

 

 

 

อ่านเนื้อหาทั้งหมดในคอลัมน์คลิกที่นี่

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

404 File Not Found.
Sorry, the page you requested
may have been move or delete.

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม