ไทยนำเข้าสารพิษเกษตรอันดับ 5 ของโลก

โดย
| |
อ่าน : 9,766

หนุนสร้างเครือข่ายเกษตรผลิตอาหารปลอดภัย

 

 

          เรื่องที่จะบอกเล่าท่านผู้อ่านต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แน่นอน เป็นเรื่องสำคัญแต่ไม่ค่อยมีใครรู้ ไม่ว่าจะผู้ผลิตแล้วก็ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ หรือว่าพอรู้แต่ไม่ให้ความสำคัญเพราะอาจไม่เห็นว่ามีผลอะไรกับตัวเองแบบทันทีทันใด

 

          ใครจะรู้สึกยังไงก็ตาม แต่ว่าเรื่องนี้สำคัญแน่นอน สำคัญทั้งตัวบุคคล สำคัญทั้งสังคมไทย แล้วยังสำคัญลามถึงสังคมโลก สำคัญยิ่งกว่าสารเมลามีน โดยเฉพาะที่กำลังอยู่ในความสนใจกันตอนนี้ คือ "ภาวะโลกร้อน" 

 

          สำคัญเพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงของคนทุกคน ไม่ว่าจะใช้มันหรือไม่ได้ใช้มันก็ตาม แล้วน่าจะมีผลกระทบต่อคนและสรรพชีวิตมานานแล้วด้วย เพียงแต่มันยังไม่ให้ผลชัดเจนแต่กำลังสะสมเชื้อร้ายฝังตัวในร่างกายเข้าสู่ภาวะตายผ่อนส่งไปเรื่อยๆ

 

          แต่ในส่วนตัวๆ ของสังคมเห็นผลแล้วก็คือ สภาพแวดล้อมที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยเวลานี้ รวมทั้งแผ่ไปสู่สังคมโลก บอกกันเลยครับว่าก็คือ สารเคมีที่เป็นสารพิษที่ประเทศไทยนำเข้ามาใช้โดยเฉพาะในภาคการเกษตรไม่ว่าจะในรูปของปุ๋ยเคมี ยากำจัดวัชพืช ยากำจัดแมลง

 

          ขอให้อ่านข้อมูลต่อไปนี้ แล้วจะรู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน โดยเฉพาะต่อสุขภาพกายธรรมดาของเรานี่แหละ เมื่อรู้ว่าอันตรายแน่นอนแล้วลองมาช่วยกันคิดดูว่าจะป้องกันยังไง

 

          เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2551 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ส่งเสริมสร้างเครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ และรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

          นายเกรียงศักดิ์ หงษ์โต รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวคิดเปลี่ยนภาคการเกษตรแบบใช้สารเคมีให้เป็นเกษตรอินทรีย์ เพื่อลดการใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีลง เนื่องจากข้อมูลของสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร พบว่าปริมาณการนำเข้าปุ๋ยเคมีของไทย ในปี 2550 อยู่ที่ 3.95 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 39,900 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปริมาณการนำเข้าในปี 2549 ถึง 4 แสนตัน ขณะที่การนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของไทยกลับสูงเกินความจำเป็น

 

          จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่า ในปี 2543 - 2548 มีปริมาณนำเข้าถึง 71,444 ตัน/ปี คิดเป็นมูลค่า 9,194 ล้านบาท/ปี ซึ่งพบว่า ประเทศไทยนำเข้าสารเคมีทางการเกษตรมากที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ จะช่วยลดภาระการนำเข้าสารเคมีและปุ๋ยเคมี กว่า 50% หรือไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท และยังช่วยลดรายจ่ายทางสุขภาพ เพื่อสร้างสุขภาพที่ยั่งยืนของคนไทย

 

          นายวิวัฒน์  วิกรานตโนรส ประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 สสส. กล่าวว่า จากรายงานการสำรวจขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พบว่าประเทศไทยมีเนื้อที่ทำการเกษตรมากเป็นอันดับที่ 48 ของโลก แต่ใช้ยาฆ่าแมลงมากเป็นอันดับ 5 ของโลก ใช้ยาฆ่าหญ้าเป็นอันดับ 4 ของโลก และนำเข้าสารเคมีสังเคราะห์ทางการเกษตร เป็นเงิน 30,000 ล้านบาท ต่อปี

 

          ผลของการใช้ยาฆ่าแมลง พบว่าในแต่ละปีมีเกษตรกรไทยเสี่ยงต่ออัตราการเกิดโรคมะเร็งมากกว่ากลุ่มอาชีพอื่น เนื่องจากยาฆ่าแมลงทำให้เกิดความเสียหายต่อระดับดีเอ็นเอ (DNA) ในเนื้อเยื่อของร่างกาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ การพัฒนาทางวิชาการเพื่อส่งเสริมและสร้างเครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ จึงถือเป็นทางออกที่สำคัญของการสร้างสุขภาพในกลุ่มเกษตรกรไทย

 

          นายวิวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือในการส่งเสริม สร้างเครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาเกษตรอินทรีย์และรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ จะเน้นการรณรงค์ให้สังคมตระหนักและเห็นความสำคัญถึงการเปลี่ยนระบบการผลิตภาคการเกษตรเคมี เป็นระบบเกษตรที่ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และสารเคมีทางการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

 

          รวมทั้งการสร้างเครือข่ายเกษตรที่ทำการผลิตอาหารปลอดภัย ซึ่งเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านอาหารและสุขภาพของผู้ผลิตผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายการนำเข้าสารเคมีทางการเกษตร ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการร่วมกัน ประกอบด้วย ผู้แทนจาก สสส. ผู้แทนจากกระทรวงเกษตรฯ เพื่อกำหนดแผน นโยบาย และประสานการทำงานในระยะเวลา 5 ปี

 

          ผู้ผลิต คือ เกษตรกรนั้น ที่เจอแน่ๆ คือ มะเร็ง แล้วไม่ใช่จบแค่นั้น ยังสะสมสารพิษไว้ในร่างกายผ่านการบริโภคผลผลิตที่ใช้สารพิษดังกล่าวด้วยนั่นแหละ ทางรอดพ้นอันตรายจากสารเคมีพิษบอกไว้ในข้อมูลแล้ว เพียงแต่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดจริงจัง

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

 

Update 21-05-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

ปาริชาต สถาปิตานนท์  แหล่งมั่วสุม  พัฒนาการทางด้านสมาธิ  เสมสิกขาลัย  เผยแพร่สื่อสาธารณะ  กิตตินนท์ ซุปเปอร์มาเก็ต มังคุด ผักเขลียง พริกไทย  การลงทุนเพื่อสุขภาพผ่านการมองกฎบัตร ออตตาวา  การหายใจ  ความดันโลหิตสุง  คาร์บอน  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth น้ำมันเลือกใช้ให้ปลอดภัย น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว น้ำมันดอกคำฝอย เครื่องปรุง การเลือกซื้อ ประกอบอาหาร บรรจุขวด ฉลาก น้ำมัน  ไตเสื่อม  คกก.นโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ตรวจสอบภายใน  นวัตกรรมวร้สงสุขครอบครัวอบอุ่น  เด็กไทย นมกระป๋อง ภูมิคุ้มกัน สารอาหาร นมผง สัปดาห์นมแม่โลก  ไม้เท้าขาว  บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด  ตำบลปลอดสารพิษ  ข้าราชการพลเรือน  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม