มุมนมแม่ เรื่องดี ๆ ที่ต้องขยาย

โดย
| |
อ่าน : 8,835

            ในแต่ละปี มีเด็กไทย เกิดใหม่ถึง 8 แสนคน แต่!!มีเด็กเพียง 136,000 คนเท่านั้น ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่อย่างเดียว ไปจนถึงอายุ 6 เดือนเนื่องจากในปัจจุบัน พบว่า คุณแม่ยุคใหม่ต้องออกไปทำงาน

นอกบ้าน ส่งผลให้มีเด็กกว่า 6 แสนคน ไม่ได้กินนมแม่!!!

 

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ จึงจัดตั้งโครงการ มุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการขึ้น เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2550 โดยนำร่องที่โรงงานใน 3 จังหวัด คือ ชลบุรี อยุธยา และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก ...กว่า 3 ปี ของการดำเนินงาน ทำให้มีโรงงานร่วมเป็นภาคีมุมนมแม่แล้วกว่า 48 โรงงานด้วยกัน

 

            จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว ทำให้เกิดโรงงานต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการจัดมุมนมแม่มากมาย ดังนั้น

ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายมุมนมแม่จังหวัดสมุทรปราการ ได้จับมือกันจัดเวทีสร้างสุขสัญจร มุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ: เรื่องดี ๆ ที่ต้องขยาย (ผล) ขึ้นเมื่อวันพุธที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.สมุทรปราการ

 

ทำไมต้องจัดมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ?

 

พญ.ยุพยง แห่งเชาวนิช เลขาธิการศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า การที่แม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านนั้น ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้แม่ไม่สามารถให้นมลูกได้อย่างต่อเนื่อง และ 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่อยู่ในอุตสาหกรรมแรงงาน อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่สามารถเลี้ยงได้เพียง 1-2 เดือนเท่านั้น ก็ต้องกลับไปทำงาน ดังนั้น ถ้าหากเราจึงต้องช่วยกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้กับแม่ จึงเป็นที่มาของโครงการมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ

 

เราเริ่มนำร่องจากจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรม โดยประสานกับ  กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สาธารณสุขจังหวัด ร่วมกับศูนย์นมแม่ฯ เชิญชวนให้โรงงานต่างๆ ส่งตัวแทนมาร่วมอบรมเรื่องนมแม่ ปรากฏว่า        โรงงานหลายแห่งไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีมุมนมแม่ มันคืออะไร คือ การเอาเด็กมาเลี้ยงในโรงงานหรือเปล่า เพราะไม่มีใครทราบว่า แม่สามารถบีบนมแล้วเก็บใส่ถุงกลับไปให้ลูกดื่มได้ จึงเป็นหน้าที่ของศูนย์นมแม่ ฯ ที่จะต้องลงไปให้ความรู้ สร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น พญ.ยุพยง กล่าวถึงปัญหา

 

พญ.ยุพยง เล่าต่อว่า บางโรงงานจัดมุมนมแม่ขึ้นแล้ว แต่ไม่มีแม่มาใช้บริการเลย เนื่องจากพนักงานหญิงส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ต่างจังหวัด พอคลอดลูกก็จะส่งลูกไปให้พ่อแม่ช่วยเลี้ยง ศูนย์นมแม่ฯ ก็ไม่ย่อท้อ เพราะการจัดมุมนมแม่ไม่จำเป็นต้องคิดถึงจำนวนของคนที่จะมาใช้บริการ แต่ขึ้นอยู่ที่การเริ่มต้น ตราบใดที่สังคมไม่มีการเริ่มต้นนับหนึ่ง คำว่า สอง สาม สี่ ก็จะไม่เกิด ขอแค่เพียงมีคนมาใช้บริการถึงแม้จะแค่คนเดียว ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่สวยงามแล้ว

 

นอกจากนี้ พญ.ยุพยง ยังย้ำอีกว่า นมแม่ ถือเป็นสุดยอดอาหารสำหรับเด็ก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด เรียกได้ว่า สารอาหารที่มีในนมแม่เป็นต้นทุนที่สำคัญที่สุดต่อสุขภาพ พัฒนาการ สติปัญญา อารมณ์ที่ดี และถือเป็นวัคซีนหยดแรกที่ลูกได้ดื่มกิน ทำให้ลูกมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เมื่อลูกเติบโตขึ้นจะมีอารมณ์ดี และเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดอีกด้วย

 

เรื่องดี ๆ ที่ต้องขยาย...

 

หากจะกล่าวถึงโรงงานที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการจัดมุมนมแม่ คงจะหนีไม่พ้น บริษัท แมรีกอท จิวเวลรี่ (ประเทศไทย) จำกัด โรงงานที่มีความโดดเด่นในเรื่องมุมนมแม่ที่สุดจนศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยต้องยกนิ้วให้...โดยนายจีรเศรษฐ บูรณะสัมฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท  แมรีกอท จิวเวลรี่ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า ในปี 2550 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้มีจดหมายเชิญให้ไปร่วมการอบรมเรื่องนมแม่จึงส่งพนักงานเพื่อเข้าร่วม ผลปรากฏว่า พนักงานที่ถูกส่งไปนั้นเกิดความพอใจอย่างมาก และเล็งเห็นว่าการจัดมุมนมแม่สามารถทำได้ง่าย โดยไม่เสีย    ค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

 

บริษัทของเรามีห้องพยาบาลอยู่แล้ว เมื่อจะจัดมุมนมแม่ ก็เพียงแบ่งพื้นที่ กั้นฉากเป็นพื้นที่สำหรับให้แม่มาบีบนม และประสานกับ           กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ศูนย์นมแม่ฯ เพื่อขอสื่อ เช่น หนังสือ โปสเตอร์ มาเพื่อประชาสัมพันธ์และให้ความรู้กับพนักงานที่ตั้งครรภ์ นอกจากนี้ทางบริษัท ยังมีการจัดตั้งทีมขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องมุมนมแม่โดยเฉพาะ ในกรณีที่พนักงานรู้สึกคัดหน้าอก ก็สามารถมาบีบน้ำนมได้บ่อยเท่าที่ต้องการ นอกจากนี้พนักงานคนไหนที่ตั้งครรภ์ เราจะให้ทำงานที่เบาลง เช่น งานแพ็คสินค้าลงกล่อง นอกจากนี้ยังให้เลิกงานก่อน 15 นาที เพื่อป้องกันการเบียดเสียดกันขณะเลิกงานจนอาจเกิดเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ นายจิรเศรษฐ เล่าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ที่พนักงานจะได้รับก่อนและหลังคลอดบุตร

 

นายจิรเศรษฐ เล่าต่อว่า สิ่งที่เหนือความคาดที่บริษัทได้รับกลับมา คือ ประสิทธิภาพในการทำงาน หากเปรียบเทียบระหว่าง แม่ที่เข้าร่วมโครงการ และแม่ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ จะพบว่า ในสินค้า 10 ชิ้น แม่ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ จะทำสินค้าเสียกว่า 7 ชิ้น ในขณะที่แม่ที่เข้าร่วมโครงการแทบจะไม่ทำชิ้นงานเสียเลย เนื่องจากการจัดทำมุมนมแม่เพื่อช่วยเหลือพนักงาน ทำให้พนักงานเกิดความจงรักภักดีต่อองค์กร และตอบแทนบริษัทในรูปแบบของความรักและความตั้งใจในการทำงาน

 

ลองมาฟังเสียงแม่ที่ทำงานในโรงงานกันบ้าง...

 

            นางเบญวรรณ พลสวัสดิ์ หรือ พี่ปู พนักงานสายการผลิต บริษัท แมรีกอท จิวเวลรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เล่าให้ฟังว่า การเข้าโครงการมุมนมแม่ที่โรงงานจัดขึ้นนั้น ทำให้มองเห็นถึงความแตกต่างระหว่างเด็กที่ได้กินนมแม่กับเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่อย่างชัดเจน โดยเปรียบเทียบระหว่างลูกทั้ง 2 คนของพี่ปูเอง

 

            ลูกคนแรกไม่ได้กินนมแม่เนื่องจากต้องทำงาน ส่งผลให้ลูกป่วยบ่อยมาก ปัจจุบันอายุ 7 ขวบแล้วก็ยังป่วยได้ง่ายอยู่ ดังนั้น พอตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 พี่ปูก็ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการมุมนมแม่ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย ผลปรากฏว่า ตั้งแต่คลอดลูกคนที่ 2 มาจนถึงตอนนี้ลูกอายุขวบกว่าแล้วยังไม่เคยป่วยให้เห็นเลย ไม่ว่าอากาศจะร้อนจะหนาวก็มีสุขภาพดีและร่าเริงอยู่เสมอ พี่ปู เล่าด้วยใบหน้าที่แจ่มใส

 

            นอกเหนือจากความร่าเริง และสุขภาพที่ดีของลูกแล้ว พี่ปู ยังเล่าให้ฟังอีกว่า สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดที่พี่ปูได้รับจากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือ สายสัมพันธ์ของครอบครัวที่แนบแน่น เพราะยามเมื่อแม่ป้อนนมลูกจากอก มือแม่ได้สัมผัสร่างกายลูก

สายตาก็ลูกจะคอยจับจ้องที่ใบหน้าของแม่เสมอ เป็นการถ่ายทอดความรักระหว่างแม่สู่ลูก ทำให้พี่ปูรู้สึก

ชื่นใจมาก ยามที่ได้สบสายตาของลูกที่ส่งมาหาพี่ปูด้วยความรักเช่นกัน

 

            รู้สึกดีมาก ๆ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่งเสริมและดูแลสวัสดิภาพของแรงงานในเรื่องของการจัดมุม

นมแม่ เนื่องจากคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก แล้วไม่ได้ให้ลูกดูดนม ก็จะรู้สึกคัดนมเป็นอย่างมาก ทำให้ไม่มีสมาธิทำงานเท่าที่ควร และกังวลเป็นห่วงลูก แต่เมื่อได้เข้าโครงการได้มีเวลาบีบน้ำนมกลับไปให้ลูกกิน ก็รู้สึกขอบคุณบริษัท จึงอยากทำงานดี ๆ เป็นการตอบแทนที่บริษัทเปิดโอกาสให้เราได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ค่ะ

 

นับเป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมให้แม่ได้เลี้ยงลูกด้วย นมแม่สุดยอดอาหารจากธรรมชาติที่ทรงคุณค่าที่สุด ขอเพียงเราช่วยกันผลักดันให้ ทุกที่ ทุกคน สนับสนุนนมแม่ได้”...

 

หากสถานประกอบกิจการใด สนใจเข้าร่วม โครงการมุมนมแม่สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือ ต้องการสื่อเรื่อง นมแม่เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์ ติดต่อขอรับได้ที่ ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย โทร.02-354-8404

 

 

 บรรยากาศงาน

 

 

 

 

ภาพบรรยากาศภายในงาน

 

 

 

ภาพบรรยากาศ มุมนมแม่ บริษัท แมรีกอท จิวเวลรี (ประเทศไทย) จำกัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องโดย : อารยา สิงห์สวัสดิ์ Team content www.thaihealth.or.th

 

 

Update 18-05-52

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม