รู้จักยาต้านไข้หวัดใหญ่ 2009

โดย
| |
อ่าน : 3,558

 

 

          ขณะนี้ทั้งโลกกำลังเข้าสู่การระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 สถานการณ์หนักบ้างเบาบ้าง ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละประเทศ ส่วนแนวทางรักษาตัวให้รอดจากโรคที่กระทรวงสาธารณสุขของไทย เน้นย้ำในช่วงนี้มี 2 เรื่องสำคัญ คือ

 

          1. หากมีโรคประจำตัว โดยเฉพาะ โรคปอด หอบหืด เบาหวาน ภูมิต้านทานต่ำ หญิงมีครรภ์ โรคอ้วน ธาลัสซีเมีย ผู้สูงอายุเกิน 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รวมทั้งผู้ป่วยที่ต้องกินยาแอสไพรินมาเป็นเวลานาน เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจเพื่อป้องกันเลือดแข็งตัว หากป่วยมีไข้ให้พบแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัสทันที

 

          2. หากไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง เมื่อมีไข้ให้รับประทานยาลดไข้ โดยห้ามรับประทานแอสไพรินแล้วสังเกตอาการ ถ้าภายใน 48 ชั่วโมงไข้ไม่ลด ให้ไปพบแพทย์เพื่อวิเคราะห์อาการ รับยาต้านไวรัส เนื่องจากคนไข้กว่า 90% อาการไข้จะหายเองภายใน 48 ชั่วโมง โดย 10% ที่เหลือหากได้รับยาต้านไวรัสเร็วก็มีโอกาสจะลดการเสียชีวิตได้สูง

 

          ยาต้านไวรัสที่ใช้ในขณะนี้ คือ โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) หรือมีชื่อทางการค้าว่า ทามิฟลู หากเป็นยาที่องค์การเภสัชกรรมผลิตเองจะเรียกว่า จีพีโอ เอ ฟลู นอกจากนี้ ยังมียาชนิดพ่น คือ ซานามิเวียร์ ซึ่งเป็นยาสูตร 2 ใช้เมื่อเกิดการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์

 

          โอเซลทามิเวียร์เป็นยาต้านไวรัสชนิดเม็ด ซึ่งจะใช้ในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไข้หวัดนก กินวันละ 2 เม็ดติดต่อกัน 5 วัน ตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโต ทำให้เชื้อไวรัสไม่สามารถแบ่งตัวได้ ภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะเข้าไปทำลายเชื้อที่เหลืออยู่

 

          สารตั้งต้นของยาโอเซลทามิเวียร์สกัดมาจาก โป๊ยกั้ก ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีมากในประเทศจีน ส่วนสำคัญที่อยู่ในโป๊ยกั๊ก คือกรดชิคิมิก (shikimic acid) ซึ่งอยู่ในน้ำมัน แล้วผ่านกระบวนการหมัก สกัดให้บริสุทธิ์ แล้วเข้ากระบวนการเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมี 12 ขั้นตอน ใช้เวลานานถึง 12 เดือน

 

          องค์การเภสัชกรรมเร่งวิจัยเพื่อให้สามารถผลิตสารสังเคราะห์ตั้งต้นได้เอง โดยสามารถทำได้แล้วในระดับห้องทดลอง จึงเดินหน้าเพื่อผลิตในระดับอุตสาหกรรมต่อไป เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เพราะวัตถุดิบจากต่างประเทศ ขณะนี้ราคาขยับขึ้นไปกิโลกรัมละหลายแสนบาท โดยองค์การเภสัชกรรมลดราคายาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ จากเม็ดละ 70 บาทเหลือเม็ดละ 25 บาทในปัจจุบัน และหากไทยสามารถสกัดสารตั้งต้นเองได้ก็อาจจะมีราคาถูกลงอีก

 

          กระทรวงสาธารณสุขแจกยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ไปให้โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทุกจังหวัด ทั้งสิ้น 14 ล้านเม็ด และองค์การเภสัชกรรมสั่งวัตถุดิบเพื่อผลิตยาอีก 10 ล้านเม็ด รวมแล้วจะมียาสำรองในระบบทั้งสิ้น 24 ล้านเม็ด

 

          อย่างไรก็ดี การใช้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะมีอาการข้างเคียง และอาจจะเกิดการดื้อยาได้

 

          ยังมีสมุนไพรไทย อย่าง ฟ้าทลายโจร ที่สามารถนำมาใช้ได้ และพบว่าเมื่อป่วยการดื่มน้ำมากจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ แต่ดีที่สุดถ้ารักษาสุขภาพให้ไม่ป่วย

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

 

 

Update 22-07-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

 

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม