พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา

โดย
| |
อ่าน : 10,762

 

 

 

พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา

 

               พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักดีว่า การพัฒนาการศึกษาของเยาวชนนั้น เป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล ให้เป็นทุนสำหรับการศึกษาในแขนงวิชาต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาได้มีทุนออกไปศึกษา หาความรู้ต่อในวิชาการชั้นสูงในประเทศต่างๆ โดยไม่มีเงื่อนไขข้อผูกพันแต่ประการใด เพื่อที่จะได้นำความรู้นั้นๆ กลับมาใช้พัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

 

               นอกเหนือไปจากนี้แล้ว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการจัดทำสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนขึ้น สารานุกรมชุดนี้ มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากสารานุกรมชุดอื่นๆ ที่ได้เคยจัดพิมพ์มาแล้ว กล่าวคือ เป็นสารานุกรมอเนกประสงค์ที่บรรจุเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นสาระไว้ครบทุกแขนงวิชา โดยจัดแบ่งเนื้อหาของแต่ละเรื่องออกเป็นสามระดับ เพื่อที่จะให้เยาวชนแต่ละรุ่น ตลอดจนผู้ใหญ่ที่มีความสนใจ สามารถที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ได้ตามความเหมาะสมของพื้นฐานความรู้ ของแต่ละคน โดยมีวิทยากรผู้ทรง

คุณวุฒิในแต่ละสาขาวิชา การอุทิศเวลาและความรู้ เพื่อสนองพระราชดำริ โดยร่วมกันเขียนเรื่องต่างๆ ขึ้นแบ่งออกเป็น ๔ สาขาวิชา คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

 

               ทรงก่อตั้งกองทุนนวฤกษ์ ในมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อช่วยให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนริเริ่มในการก่อสร้างโรงเรียนตามวัดในชนบท สำหรับที่จะสงเคราะห์เด็กยากจนและกำพร้า ให้ได้มีสถานที่สำหรับศึกษาเล่าเรียน โดยอาราธนาพระภิกษุเป็นครูสอนในวิชาสามัญต่างๆ ที่ไม่ได้ขัดต่อพระธรรมวินัย ตลอดจนช่วยอบรมศีลธรรมแก่เด็กนักเรียน ทั้งนี้ เป็นพระราชประสงค์ที่จะให้เด็กนักเรียน ได้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับการศึกษาควบคู่กันไป อันจะทำให้เยาวชนของชาติ นอกจากจะมีความรู้ด้านวิชาการแล้ว ยังจะทำให้มีจิตใจที่ดี ที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม เพื่อที่จะได้เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป ในอนาคต

 

          โรงเรียนร่มเกล้า ก็เป็นสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ในหลายจังหวัดที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริ ที่จะให้ทหารออกไปปฏิบัติภารกิจในท้องที่ทุรกันดาร ได้ทำประโยชน์ต่อชุมชน และมีส่วนช่วยเหลือประชาชนในด้านการศึกษา ตามโอกาสอันควร โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้ทหารจัดสร้างโรงเรียนขึ้นในจังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนสถานศึกษาสำหรับเยาวชน และยังเป็นการส่งเสริมความเข้าใจอันดี ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารที่ไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่นั้นๆ กับราษฎรเจ้าของท้องที่อีกโสตหนึ่งด้วย ซึ่งในการดำเนินงานจัดสร้างโรงเรียน ทางฝ่ายทหารได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และฝ่ายศึกษาธิการ เพื่อเลือกสถานที่ตั้งโรงเรียนที่เหมาะสมกับความจำเป็นที่สุด ซึ่งปรากฎว่าราษฎรในท้องที่ที่มีการสร้างโรงเรียน ได้พากันร่วมอุทิศแรงกายช่วยในการก่อสร้าง ตลอดจนอุทิศทุนทรัพย์สมทบเป็นทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะนำไปใช้ในการก่อสร้างโรงเรียน เพื่อเป็นการโดยเสด็จพระราชกุศลด้วย และเมื่อการก่อสร้างโรงเรียนแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนเหล่านั้น พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า โรงเรียนร่มเกล้า ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งโรงเรียนระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาในระบบโรงเรียน

 

มูลนิธิอานันทมหิดล

 

               ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๘ เพื่อให้โอกาสนักศึกษาที่มีความสามารถยอดเยี่ยมไปศึกษาวิชาชั้นสูงในต่าง ประเทศ แต่เดิมให้ทุนเฉพาะนักศึกษาแผนกวิชาแพทยศาสตร์ต่อมาขยายให้แก่นักศึกษาแผนก วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสาสตร์ เกษตรศาสตร์ ธรรมศาสตรและอักษรศาสตร์ มูลนิธิได้จ่ายเงินเพื่อ การนี้ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๒๙ เป็นเงิน ๘๔,๕๔๙,๗๓๙.๐๑บาท มีผู้รับทุนที่สำเร็จการศึกษาแล้วถึง เดือนมิถุนายน ๒๕๒๙ รวม ๑๐๕ คน

 

โรงเรียนจิตรลดา

 

               โรงเรียนจิตรลดา ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อสร้างขึ้นในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ทั้งนี้เพื่อเป็นสถานศึกษาของพระราชโอรส พระราชธิดา บุตรหลานของพระบรมวงศานุวงศ์ มหาดเล็ก ข้าราชการบริหารและบุคคลทั่วไป ทั้งนี้ทรงเห็นว่าการส่งพระราชโอรส พระราชธิดาไปเรียนโรงเรียนข้างนอก อาจไม่เหมาะสมและเป็นภาระแก่โรงเรียนและครู โรงเรียนจิตรลดาได้รับพระราชทานทุนทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายนักเรียนไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนและได้พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันและอาหารว่างตอนบ่าย นอกจากนี้นักเรียนที่เรียนดีก็จะได้รับพระราชทานรางวัลอีกด้วย โรงเรียนจิตรลดาได้เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับจนถึงปัจจุบัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างล้นพ้น เพราะเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาลและแก้ปัญหาการขาดแคลนสถานที่เรียนได้อีกส่วนหนึ่งด้วย

 

โรงเรียนราชวินิต

              

               โรงเรียนราชวินิตได้ถือกำเนิดขึ้นจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานที่ดินสำนังานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ทางทิศใต้ของสวนสุนันทาให้แก่กรมสามัญศึกษาเพื่อใช้เป็นที่ก่อสร้างโรงเรียนสำหรับบุตรหลานของข้าราชการสำนักพระราชวังและประชาชนในท้องถิ่นใช้เป็นที่เล่าเรียน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบกับเงินที่มีผู้บริจาคเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโรงเรียนและได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๐ ต่อมาได้พระราชทานที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่มุมสนามม้าราชตฤณมัยสมาคมก่อสร้างโรงเรียนราชวินิตมัธยมอีกด้วย

 

โรงเรียนวังไกลกังวล

              

               โรงเรียนวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งขึ้นโดยพระบรมราชานุญาตในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๑ เพื่อให้การศึกษาแก่บุตรหลานของเจ้าหน้าที่ผู้รักษาวังไกลกังวล เปิดสอนชั้นเด็กเล็กไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ และเปิดสอนหลักสูตรวิชาระยะสั้นเพิ่มเติมด้วย และต่อมาได้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาคารที่พักกองรักษาการณ์วังไกลกังวลให้เป็นอาคารเรียนแทนอาคารไม้เก่าที่ชำรุดทรุดโทรม ต่อมาก็ได้สร้างเป็นอาคารเรียนเพิ่มขึ้นบริหารโดย "คณะกรรมการบริหารโรงเรียนวังไกลกังวล" ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการบริหารโรงเรียนและทางวิชาการจากกระทรวงศึกษาธิการและฝ่ายสำนักพระราชวัง ปัจจุบันเปิดสอนถึงระดับสารพัดช่าง วิชาชีพระยะสั้น และประกาศนียบัตรวิชาชีพช่างฝีมือ มีจำนวนถึง ๑๗ แผนกวิชา อันเป็นการสนองโครงการตามพระราชดำริเกี่ยวกับศิลปาชีพพิเศษ และเป็นที่ฝึกงานในชั่วโมงเรียนวิชาการวางพื้นฐานอาชีพด้วย และเนื่องในโอกาสปีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี โรงเรียนวังไกลกังวลยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเพื่อออกอากาศการเรียนการสอนและรายการทางการศึกษาของโรงเรียนต่าง ๆ ของกรมสามัญศึกษาทั่วประเทศให้ครบ ๒,๕๐๐โรงเรียนภายในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เนื่องจากโรงเรียนวังไกลกังวลเก็บค่าเล่าเรียนในอัตราต่ำ รายได้ของโรงเรียนไม่พอกับรายจ่ายต้องขอพระราชทานเงินพระราชกุศลเพิ่มขึ้นตามจำนวนครูและนักเรียน ปัจจุบันโรงเรียนวังไกลกังวล ได้รับพระราชทานเงินเพื่อใช้ในการดำเนินงานจากงบเงินใช้สอยตามพระราชอัธยาศัยปีละ ๑ ล้าน ๒ แสนบาท มากที่สุดในบรรดาโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ทั้งหมด

 

มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

 

               มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ถือกำเนิดจากสำนักงานเลขาธิการพระราชวังได้เสนอแนะเป็นเบื้องต้นที่จะนำเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบโทรคมนาคมในส่วนที่เกี่ยวกับโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ เช่น โรงเรียนวังไกลกังวล และโรงเรียนในสังกัดกรมสามัญศึกษา ซึ่งกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้เป็นผู้ดำเนินการ เป็น "โครงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม" ขึ้นมาก่อน โดยร่วมกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยและบริษัทชินวัตร แซทเทิลไลท์ จำกัด (มหาชน) เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ทั้งนี้เพื่อเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติปีกาญจนาภิเษก

ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นการนำเอาเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนการสอนให้ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพ ช่วยโรงเรียนที่ขาดแคลนครูสาขาวิชาต่าง ๆ และช่วยโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลได้รับโอกาสเท่าเทียมกับโรงเรียนในเมือง ในระดับชั้น ม.๑ - ม.๖ โดยออกอากาศผ่านดาวเทียมไทยคมจำนวน ๖ ช่อง และใช้โรงเรียนวังไกลกังวลเป็นแม่ข่าย ทุนดำเนินการในชั้นแรกนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเงินจำนวน ๕๐ ล้านบาทเป็นทุนประเดิม นอกจากนี้ยังมีหน่วยงาน บริษัท ตลอดจนบุคคลทั่วไปเข้าร่วมโครงการนี้เป็นจำนวนมาก และกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ตั้งงบประมาณสนับสนุนเป็นรายปีทุกปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นต้นไป

 

               ต่อมาเมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งสถานีส่งโทรทัศน์เพื่อการนี้ขึ้นที่โรงเรียนวังไกลกังวล หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และคล่องตัว คณะผู้บริหารโรงเรียนจึงเห็นสมควรให้จัดตั้งเป็นมูลนิธิขึ้นเพื่อบริหารงาน ใช้ชื่อว่า "มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม" มีสำนักงานอยู่ที่อาคารกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเป็นกรณีพิเศษให้ใช้ตราสัญลักษณ์กาญจนาภิเษกเป็นเครื่องหมายของมูลนิธิ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นสิริมงคลยิ่งแก่มูลนิธิ

 

               ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับการศึกษาทางไกลนี้ ในเชิงปริมาณจะมีผลทำให้สถานศึกษาทุกสังกัดจัดการศึกษาในระบบชั้นเรียนมีโอกาสขยายการดำเนินงานได้กว้างขวางมากขึ้น ในด้านคุณภาพทำให้นักเรียนชนบทห่างไกลมีโอกาสได้รับความรู้และศึกษาเล่าเรียนกับนักเรียนในเมือง รวมทั้งประชาชน           

ผู้สนใจใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมได้ด้วย (เป็นการบริหารงานวิชาการในด้านการจัดการเรียนการสอน การใช้สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา และการขยายโอกาสทางการศึกษา ๖-๑0 ปีได้ ๓ ล้านคนตามแผนพัฒนาการศึกษาฉบับที่ ๘)

 

โรงเรียนราชประชาสมาสัย

 

               โรงเรียนราชประชาสมาสัย เริ่มเปิดสอนตั้งแต่วันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเงินทุนจำนวน ๑ ล้านบาท ให้มูลนิธิราชประชาสมาสัยเป็นทุนจัดสร้างขึ้น เพื่อให้บุตรธิดาของผู้ป่วยเป็นโรคเรื้อนใช้เป็นสถานที่เล่าเรียน ตั้งอยู่บนที่ดินราชพัสดุ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งนี้ได้ทรงเห็นว่า บุตรธิดาของผู้ป่วยโรคเรื้อนได้รับเคราะห์กรรมจากบิดามารดา จะเข้าเรียนที่โรงเรียนใดก็ไม่ได้ เนื่องจากมีพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อไม่ให้โรงเรียนรับบุตรธิดาผู้ป่วยโรคเรื้อนเข้าเรียน และถ้าปล่อยทิ้งไว้กับบิดามารดาก็ทำให้ติดโรคได้ ทรงมีความห่วงใยชีวิตและอนาคตของเด็กเหล่านี้ จึงมีพระมหากรุณาธิคุณให้มูลนิธิราชประชาสมาสัยดำเนินการจัดสร้างโรงเรียนขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ก็ได้พระราชทานพระราชทรัพย์อีก ๑ ล้านบาท ก่อสร้างโรงเรียนอีกหนึ่งหลัง ปัจจุบันโรงเรียนราชประชาสมาสัย ได้ขยายออกไปอย่างกว้างขวางโดยเปิดรับเด็กทั่วไปเข้าเรียนร่วมกับบุตรธิดาผู้ป่วยโรคเรื้อน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาการอยู่ร่วมกันแต่อย่างใด

 

โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์

 

               โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เดิมคือโรงเรียนราชวิทยาลัยตั้งขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ตำบลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ธนบุรี รับนักเรียนประจำกินนอน มีวัตถุประสงค์ในการฝึกอบรมนักเรียนให้มีความรู้เพื่อไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในยุโรป และในปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โอนมาอยู่กระทรวงยุติธรรม มีจุดมุ่งหมายให้นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาได้ศึกษาวิชากฎหมายในขั้นอุดมศึกษาและย้ายไปเปิดสอนที่ ตำบลบางขวาง จังหวัดนนทบุรี ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีประกาศให้โรงเรียนราชวิทยาลัยขึ้นต่อสภากรรมการโรงเรียนมหาดเล็กหลวง และให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อมาก็ให้รวมโรงเรียนราชวิทยาลัยกับโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเข้าด้วยกันอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระราชทานนามว่า "โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย"

 

               ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช คณะครูและศิษย์เก่าได้ร่วมกันจัดตั้งและดำเนินกิจการโรงเรียนราชวิทยาลัยขึ้นใหม่ โดยขอใช้สถานที่ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สามพรานเดิม จากกระทรวงศึกษาธิการ และขอพระราชทานอักษรย่อพระปรมาภิไชย ภ.ป.ร. นำหน้าชื่อโรงเรียน จึงได้รับพระราชทานนามว่า "โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย" และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ ปัจจุบันรับนักเรียนชาย สอนสายสามัญศึกษา ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ถึงมัธยมศึกษา ปีที่ ๖ เป็นโรงเรียนประจำกินนอน ฝึกอบรมให้นักเรียนมีศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม มีพลานามัยสมบูรณ์ จิตใจเป็นสุข มีระเบียบวินัย เคารพผู้ใหญ่ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพึ่งตนเองได้

 

โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์

 

               นอกจากจะพระราชทานโรงเรียนสำหรับพระราชโอรสและพระราช-ธิดา บุตรข้าราชบริพารและเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้ร่วมเรียนด้วยแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมีพระเมตตาต่อเยาวชน พสกนิกรอย่างทั่วถึง ทั้งที่เป็นชาวไทยภูเขาหรือประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นชายแดนห่างไกลการคมนาคม โดยการพระราชทานพระราชทรัพย์ร่วมสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อสอนหนังสือให้แก่ชาวเขาและประชาชนไกลคมนาคม พระราชทานนามว่า "โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์" เป็นอาคารเรียนถาวรสำหรับเด็กนักเรียนชาวเขา เป็นโรงเรียนในระดับก่อนประถมและประถมศึกษา ตั้งอยู่บริเวณชายแดนภาคเหนือ ซึ่งราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวเขา ทำให้เยาวชนชาวไทยภูเขาเหล่านี้ได้มีโอกาสเรียนรู้หนังสือไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมไทย เป็นการสร้างสำนึกของความเป็นคนไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีผลต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของชาติ โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีจำนวนรวมทั้งสิ้น ๑๐ โรง ต่อมาเมื่อท้องถิ่นนั้นมีความเจริญขึ้น หน่วยราชการที่รับผิดชอบโดยตรงสามารถเข้าไปดำเนินการได้ ก็จะโอนให้กับส่วนราชการนั้น ๆ รับไปดำเนินการต่อไป

 

โรงเรียนร่มเกล้า

 

               เนื่องจากโรงเรียนที่อยู่ในเขตชายแดนภาคอีสานหลายแห่งต้องปิด เพราะเยาวชนส่วนใหญ่ถูกชักจูงให้เข้าป่าไปร่วมกับกลุ่มที่มีอุดมการณ์ที่แตกต่างทางการเมืองและรวมกลุ่มกันอยู่ในบริเวณที่เรียกว่าสีแดงเข้ม กองทัพบกได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขอพระราชทานสร้างโรงเรียนที่บ้านหนองแดน เพื่อให้การศึกษาและป้องกันมิให้เด็กถูกชักจูงเข้าป่า ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้างโรงเรียน และพระราชทานกำลังใจมิให้ย่อท้อ ให้ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

               พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยการศึกษาของเยาวชนที่ขาดโอกาสของการศึกษา มีพระราชดำริโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียนร่มเกล้าในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และในพื้นที่ปฏิบัติการของผู้มีอุดมการณ์ที่แตกต่างทางการเมืองอีกหลายจังหวัด จึงเป็นการนำการศึกษาและการพัฒนามาใช้แทนการต่อสู้ด้วยความรุนแรง

 

               การดำเนินการโรงเรียนร่มเกล้า นอกจากเน้นด้านวิชาการแล้ว ยังเน้นด้านคุณธรรม จริยธรรม การใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ทักษะการทำงานโดยเฉพาะด้านอาชีพ โรงเรียนร่มเกล้าได้พัฒนาด้านการจัดการศึกษา และการจัดกิจกรรมสนองตามพระราชดำริที่พระราชทานไว้เป็นสำคัญตลอดมาจนปัจจุบัน

 

โรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจน

 

               พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาสงเคราะห์เด็กยากจน ซึ่งขาดที่พึ่งและเด็กในถิ่นกันดาร ให้ได้รับการศึกษาควรแก่อัตภาพ จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นในวัดเป็นประเภทโรงเรียนราษฎร์ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้จัดการโรงเรียน ขอความร่วมมือจากคณะสงฆ์ช่วยอุปถัมภ์ และอาราธนาพระภิกษุผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้สอน โดยใช้ทุนทรัพย์พระราชทานและทุนที่ได้รับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลปัจจุบันมีอยู่ ๓ โรงเรียน คือ

 

               ๑. โรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ ตำบลบางปูใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสงเคราะห์เด็กยากจนชายฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

 

               ๒. โรงเรียนนนทบุรีวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ยกเว้นไม่เก็บค่าเล่าเรียน แจกชุดนักเรียนให้นักเรียนที่ยากจนและจัดหนังสือให้ยืมเรียน

 

               ๓. โรงเรียนวัดบึงเหล็ก อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม จัดการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลายแบบให้เปล่าทั้งหมด

 

โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือตามความจำเป็นเร่งด่วน

 

               เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ เกิดมหาวาตภัยภาคใต้ที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังความเสียหายแก่จังหวัดภาคใต้ถึง ๑๒ จังหวัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงผู้ประสบภัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์ สิ่งของช่วยผู้ประสบภัยโดยเสด็จพระราชกุศล ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินที่มีผู้บริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลให้กระทรวงศึกษาธิการสร้างโรงเรียนประชาบาลที่ถูกพายุพัดพังรวม ๑๒ โรงเรียนใน ๖ จังหวัดภาคใต้ พระราชทานชื่อว่า "โรงเรียนราชประชานุเคราะห์" ๑ และ ๒ ที่จังหวัดกระบี่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓ ที่จังหวัดชุมพร โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔, , , , ๘ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๙, ๑๐ ที่จังหวัดนราธิวาส โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๑ ที่จังหวัดสงขลา และโรงเรียนราชประชา-นุเคราะห์ ๑๒ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

               พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีสายพระเนตรยาวไกล โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อนำดอกผลสำหรับสงเคราะห์เด็กที่ประสบวาตภัย ขาดอุปการะเลี้ยงดูและช่วยเหลือราษฎรที่ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ

 

               ต่อมาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ร่วมกับจังหวัดที่ประสบภัย จัดสร้างโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ขึ้นในจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่

 

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๓ จังหวัดอุตรดิตถ์ 

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๔ จังหวัดหนองคาย

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๕ จังหวัดเชียงราย

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๖, ๑๗, ๑๘ จังหวัดมหาสารคาม

 

               ต่อมากรมสามัญศึกษาได้ประกาศจัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ขึ้น ๑๑ แห่งเป็นประเภทศึกษาสงเคราะห์ เป็นโรงเรียนประจำสอนชั้นประถมศึกษาปี ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โดยรัฐเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเรื่องอาหาร ที่อยู่ เสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียน รวมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทั้งสิ้น ๓๐ แห่ง

 

มูลนิธิช่วยครูอาวุโสในพระบรม ราชูปถัมภ์

 

               ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๙ เพื่อช่วยครูที่เกษียณอายุราชการมีประวัติการทำงานและความประพฤติเป็นแบบ อย่างที่ดี มูลนิธิจะมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรต และให้เงินช่วยเหลือในรายที่จำเป็น ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๐- ๒๕๒๘ มีครูที่ได้รับเงินช่วยเหลือ ๙๘๕ รายเป็นเงิน ๖,๐๖๐,๐๐๐ บาท

โรงเรียนราชประชาสมาสัย

เริ่มเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕ เพื่อให้บุตรผู้ป่วยโรคเรื้อนที่แยกเลี้ยงจากพ่อแม่แต่แรกเกิดที่มีศึกษาระดับอนุบาล และประถมศึกษา

เดิมเป็นโรงเรียนในสังกัดมูลนิธิราชประชาสมาสัย ของกระทรวงสาธารณสุข ต่อมา แยกมาตั้งเป็นมูลนิธิ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม